วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2557

นุ้งกวาง อาริศา สวยมากเมื่อเป็น Elsa Frozen ในรอบชิง #TGT4






รอบชิงชนะเลิศ รอบตัดสิน ไทยแลนด์ก๊อตทาเลนจ์ 2012 #TGT4

นุ้งกวาง อาริศา หอมกรุ่น ได้แปลงโฉมเป็น Elsa ราชินีน้ำแข็งแห่ง Frozen เธอสวยจริง ๆ สวยกว่าตอนเป็น Anna อีกนะผมว่า






โดยนุ้งกวาง ได้ร้องเพลง ปล่อยมันไป ในช่วงแรกอย่างไพเราะ

ก่อนเธอจะตบท้ายด้วยการร้องเพลงนี้ ในเวอร์ชันภาษาอังกฤษหรือเพลง  Let it go ได้อย่างสวยงามและมีพลัง





คลิปนุ้งกวาง เป็นราชินีเอลซ่า ในรอบชิงไทยแลนด์ก๊อตทาเลนจ์2014 (ส่วนคลิปอย่างเป็นทางการที่ภาพชัดกว่านี้ของทางรายการยังไม่ได้ปล่อยออกมา ไว้คลิปนั้นออกแล้วมาจะเอามาลงใหม่)





หลังจาก นุ้งกวาง เอลซ่า ได้จบการแสดงลง

พี่ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค ถึงกับบอกว่า หลงรักนุ้งกวางมานานแล้ว ถ้าพี่ดี้มีเงิน 10 ล้านก็จะให้นุ้งกวางเลย คือ พี่ดี้พูดเปรียบเปรยนะครับ เพราะพี่ดี้น่ะมีหลายร้อยล้านอยู่แล้ว

ลองดูหน้านุ้งกวาง อาริศา ตอนถูกพี่ดี้บอกรักสิตรับ



สวยจริง ๆ เลยนะวันนี้ แต่หลายคนคงไม่รู้ว่า ก่อนแข่งรอบชิง นุ้งกวางมีปัญหาเจ็บคอ

ผมว่า นี่ขนาดเธอเจ็บคอนะนี่ ยังร้องได้ไพเราะขนาดนี้ ถ้าไม่เจ็บคอล่ะก็ แก้มเดอะสตาร์ คงต้องหนาวเพราะพลังน้ำแข็งของนุ้งกวาง แน่นอน


ทีนี้เรามาย้อนดู นุ้งกวาง ร้องเพลง "ปล่อยมันไป" แบบบ้าน ๆ ที่เธอเคยร้องไว้ครับ น่ารักตั้งแต่เริ่มไหว้เลย 555






ส่วนผลการแข่งขันไทยแลนด์ก๊อตทาเลนจ์ ซีซั่น 4 นุ้งกวาง ตกรอบ 6 ทีมสุดท้ายครับ

ไม่เป็นไรนะ นุ้งกวาง สู้ ๆ สู้ต่อไป

คลิกอ่าน เมื่อ นุ้งกวาง เป็น Anna Frozen และก่อนการแปลงโฉม





วันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ความโง่เซียไทยรัฐ กับบทบาทชาวสวนยางยุคยิ่งลักษณ์แตกต่างจากยุค คสช.







การ์ตูนเซียไทยรัฐ 27 ส.ค. 57



ไอ้เซียไทยรัฐ การ์ตูนนิสต์ขี้ข้าในระบอบทักษิณ มันวาดการ์ตูนโง่ ๆ มากมายที่ผมไม่อยากจะเอ่ยถึง

แต่การ์ตูนของไอ้เซียไทยรัฐวันนี้ วาดได้ฉลาดขึ้นมาหน่อย แต่ฉลาดแบบโง่ ๆ เพราะดูเจตนาของไอ้เซียไทยรัฐ ดูก็รู้ว่า ต้องการจะเสียดสีชาวสวนยางพาราภาคใต้ ทำนองว่า

"ทีสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ราคายาง 80 บาท ชาวสวนยางภาคใต้ออกมาประท้วง อาละวาด อย่างเอาเป็นเอาตาย แต่พอมายุค คสช. ราคายางลดเหลือแค่ 50 บาท ชาวสวนยางกลับบอกว่า ไปเลี้ยงวัวดีกว่า"

คือพวกเสื้อแดงและไอ้เซียไทยรัฐ จะสื่อว่า ที่ชาวสวนยางออกมาประท้วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เป็นประเด็นทางการเมืองคือ ต้องการล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์มากกว่าจะเป็นประเด็นเรื่องราคายางตกต่ำ

เพราะราคายางช่วงปลายรัฐบาลยิ่งลักษณ์เหลือประมาณ 70-80 กลับทนไม่ได้ แต่พอเหลือแค่ 50 บาท กลับไม่เดือดร้อนเท่าในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์

--------------------

ทำไมท่าทีชาวสวนยางจึงอ่อนลง ในยุค คสช. ?

เรื่องนี้ตอบได้ง่ายมาก

ที่ท่าทีชาวสวนยางอ่อนลงเยอะ ก็เพราะ ยุค คสช. ไม่มีโครงการรับจำนำข้าว แล้วไงล่ะครับ

การที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ยอมจ่ายเงินให้ชาวนาจนหมดเงินไปร่วมล้านล้านบาท ขาดทุนอย่างน้อย 5 แสนล้านบาท นี่คือ ความไม่เท่าเทียมกันในนโยบายช่วยเหลือเกษตรกร

ชาวสวนยางจึงคิดว่า ทีรัฐบาลช่วยชาวนาจนชาติเสียหายหลายแสนล้านทำไมช่วยได้ ทั้ง ๆ ที่รายได้จากการขายข้าวสร้างรายได้เข้าประเทศน้อยกว่ารายได้จากการขายยางพารา

อย่างปี 2556 ที่ผ่านมา ยางพาราเป็นสินค้าส่งออกมากที่สุดเป็นอันดับ 8 ของไทย ด้วยมูลค่าการส่งออก 249,296 ล้านบาท
ในขณะที่ไทยส่งออกข้าวในปี 2556 ด้วยมูลค่าส่งออก 141,440 ล้านบาทเท่านั้น


นี่แหละครับ ประเด็นอยู่ที่ความไม่เท่าเทียมกันในนโยบายช่วยเหลือชาวนา มันจึงทำให้ชาวสวนยางรู้สึกว่า มันไม่เป็นธรรม จึงจุดขนวนความไม่พอใจรุนแรง

อธิบายแบบนี้พอเข้าใจไหมครับ

แต่พอมาถึงยุค คสช. โดยพลเอกประยุทธ์ ได้ยกเลิกโครงการจำนำข้าว และพยายามบอกให้ชาวนาเข้าใจสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นว่า ปัญหาของชาวนาอยู่ตรงไหน ?

เช่นเดียวกัน พลเอกประยุทธ์ก็ยังบอกถึงปัญหาที่ราคายางพาราตกต่ำ มันเกิดจากอะไร ?

เมื่อ 4-5 ปีก่อน ที่ราคายางพาราพุ่งสูงถึง 170 บาท เพราะจีนมีความต้องการยางพาราจำนวนมาก

แต่วันนี้จีนเข้าไปสนับสนุนให้ชาติเพื่อนบ้านของไทย ปลูกยางพาราเพิ่มขึ้น จนวันนี้เริ่มกรีดยางได้แล้ว จีนเขาก็ไปซื้อยางพาราที่ปลูกในประเทศลาว พม่า เขมร และเวียดนามแทน

รายละเอียดเรื่องนี้ ผมเขียนอธิบายไว้แล้วในบทความ สาเหตุที่ยางพาราราคาตกและถุงยางยิ่งลักษณ์


นี่จึงทำให้ราคายางพาราในตลาดโลกตกลง เพราะมีประเทศผู้ปลูกยางพารากันมากขึ้น จะให้ราคายางพาราสูงเหมือนเดิมย่อมเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

รัฐบาล คสช. พยายามจะให้ชาวสวนยางยอมรับความจริงให้ได้ก่อน ก่อนที่จะหาทางช่วยเหลือแบบระยะยาวต่อไป คือหาทางสร้างและสนับสนุนโรงงานแปรรูปยางพาราในประเทศเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น

ไม่ใช่เอะอะอะไรก็จะให้รัฐบาลเอาเงินภาษีชาติออกมาจ่ายให้เกษตรกรทุกประเภทไปตลอดชาติ เพราะนั่นคือหายนะของชาติ

แต่ คสช. ต้องการให้เกษตรกรพึ่งพาตนเองได้ ไม่ใช่ต้องคอยแบมือขอให้รัฐช่วย

ถ้าชาวสวนยางและเกษตรกรไทย ยังไม่อยู่บนโลกความเป็นจริง ต่อไปเปิด AEC จะยิ่งตายหนักกว่านี้

ฉะนั้น พวกควายแดงและไอ้เซียไทยรัฐ มึงก็ควรออกจากกะลาแดงของพวกมึงซะบ้าง ไม่ใช่เอาแต่หาเรื่องเสียดสีปลุกปั่นให้พวกควายแดงไม่เลิกโง่ไปตลอดชีวิต

---------------------

พลเอกประยุทธ์  ต้องการให้เกษตรกรไทยทุกประะเภท ยอมรับความจริงให้ได้ว่า ระบบการค้าและการแข่งขันเสรี คืออะไร

ปัญหาที่เกษตรกรไทยต้องเผชิญมาตลอดชีวิต คืออะไร

ถ้าคนเรายอมรับความจริงได้ สติและปัญญาก็จะตามมา แล้วจะหาทางแก้ไขปัญหาได้ในที่สุด


คลิกอ่าน ชาวสวนยางพาราและเกษตรไทย หัดอยู่บนโลกแห่งความจริงบ้าง




วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เน็ต 3G ไทยต่ำกว่ามาตรฐานโลก 6 เท่า แถมห่วยกว่า 3G เขมร






ผมเป็นคนที่ต่อต้านการเอาเปรียบคนไทยจากพวกค่ายให้บริการโครงข่ายมือถือมาตลอด จนผมไม่ยอมใช้สมาร์ทโฟนมาจนวันนี้

และล่าสุด สำนักข่าวไทยได้ทำสกู๊ป อินเตอร์เน็ต 3 จีไทยต่ำกว่ามาตรฐานโลก 6 เท่า ออกมา ยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่า คนไทยโดนเอาเปรียบอย่างมาก



แถมชายแดนไทยกัมพูชา คนกัมพูชาที่มาทำมาค้าขายที่ตลาดโรงเกลือหรือบริเวณชายแดนของ 2 ประเทศ พบว่า คนกัมพูชาใช้บริการ 3 จีในราคาถูกกว่าคนไทยมาก แถมมีคุณภาพที่ดีกว่า เร็วกว่า แรงกว่า 3 จีของไทยอีกด้วย

บริษัทเครือข่ายบริการมือถือในกัมพูชามีทั้งหมด 8 ค่าย ในขณะที่ไทยมีหลัก ๆ เพียง 3 ค่ายเท่านั้น

นี่ไงเพราะมีการฮั้วกันภายในของมือถือทั้ง 3 ค่ายของไทย จึงทำให้คนไทยต้องจ่ายแพงกว่า !!

คนกัมพูชาจ่ายแค่ 90-120 บาท ก็ได้ใช้เน็ตเร็วแรงตลอดเดือนโดยที่ความเร็วเน็ตไม่มีตก แถมไม่ต้องเจอปัญหาความเร็วเน็ตลดลงเมื่ออัพโหลดจนหมดโปร เหมือนที่คนไทยเจอปัญหา




แถมต้นปี 2559 คนกัมพูชา กำลังจะได้ใช้ 4จีแล้วครับ

หากคนไทยมีนิสัยไม่หลงเห่อตามกระแส และ ไม่ยอมเป็นเหยื่อโดนเอาเปรียบง่าย ๆ จากพวกนายทุน เหมือนที่เป็นอยู่กันส่วนใหญ่ในวันนี้

เชื่อไหม ประเทศไทยเจริญกว่านี้ไปนานแล้วครับ ถ้าคนไทยส่วนใหญ่ไม่ยอมให้ถูกเอาเปรียบง่าย ๆ 

แต่เพราะคนไทยส่วนใหญ่อยากโก้ อยากหรู อยากหลอกตัวเองว่ากูทันสมัย ตามทันกระแส เลยถูกหลอกจากพวกนายทุนว่า พวกมึงต้องมีไอโฟน ต้องมีซัมซุงแกแลคซี่ พวกมึงต้องถือสมาร์ทโฟนโก ้ๆ ใหม่ๆ เพราะนั่นจะแสดงว่า พวกมึงฉลาดนะ

แล้วพวกมึงอย่าลืมรีบ ๆ มาซื้อไอโฟนรุ่นใหม่ รีบ ๆ มาซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ บ่อย ๆ ด้วยล่ะ  แล้วพวกมึงจะฉลาดมากขึ้น เพราะได้รับการอัพเดทความฉลาดจากพวกกูนายทุน ฮ่า ๆ

ถุย !! ใครฉลาด ใครโง่กันแน่ คิดดูเอาเอง 55555555

ในคลิปที่ผมนำมาให้ดู ถ้าคุณผู้อ่านตั้งใจดูจนจบ มีนักวิชาการท่านนึงบอกว่า ถ้า 3 จีไทยได้มาตรฐานโลกจริง ๆ จะทำให้คนไทยคุยโทรศัพท์ผ่านสมาร์ทโฟนได้ฟรี แถมคุยแบบเห็นหน้าตากัน ผ่านแอพพลิเคชั่นได้รวดเร็วเหมือนคุยผ่านโทรศัพท์ปกติ

ด้วยเหตุนี้นี่แหละ จะทำให้บริษัทค่ายบริการโครงข่ายมือถือจะสูญเสียรายได้มหาศาลจากค่าโทร พวกนายทุนเครือข่ายมือถือเลยไม่ยอมให้คนไทยได้ใช้ 3 จี ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพไงครับ

ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ก็ยอมให้พวกนายทุนเครือข่ายมือถือเอาเปรียบ เหมือนสภาวะจำยอมด้วย และเหมือนเพราะความอยากตามกระแสด้วย เลยโดนหลอก 2 ต่อเลยไง

ส่วนนายทุนไทยก็รวย 2 เด้ง

จริงๆ แล้ว แม้ 3 จีไทยราคาแพงกว่ากัมพูชาก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะค่าครองชีพไทยสูงกว่ากัมพูชา แต่ไอ้แพงกว่าแล้วกลับห่วยกว่า ช้ากว่า นี่สิครับคือปัญหา !!

แล้วอยากจะบอกคนไทยทุกคนว่า บริการมือถือ 3 จี 4 จี ของหลายประเทศในยุโรปกลับถูกกว่าของไทยมาก ๆ ทั้ง ๆ ที่ค่าครองชีพของยุโรปแพงกว่าไทย ??

"เอ ตกลงคนไทยคิดว่าตัวเองฉลาดก็เลยต้องโดนนายทุนเอาเปรียบ หรือ คนกัมพูชาเขารู้ว่าตัวเองโง่ ก็เลยไม่ถูกนายทุนเอาเปรียบกันแน่ ไปคิดต่อกันครับ 5555555"


---------------

ราคาค่าบริการเน็ต 3 จี ของกัมพูชา ค่าย สมาร์ทโมบาย Smart Mobile



USD หน่วยเงินดอลล่าห์สหรัฐอเมริกา 1USD =32 บาทโดยประมาณ

3 จีไทย ต่ำกว่ามาตรฐานโลก 6 เท่า แต่แพงกว่าเขมร 10 เท่า กูอายเขมรว่ะ !!


-----------------------

บริษัทค่ายมือถือโกงความเร็ว 3 จี

เพราะ กสทช. ได้กำหนดความเร็วขั้นต่ำไว้ที่ 345 กิโลบิตต่อวินาที 

แต่พอผู้บริโภคใช้โปรโมชัน เช่น เราโหลดข้อมูลในแพคเกจ 1 กิ๊กUnlimited จนหมด ความเร็วเน็ตก็จะตกลงไปเหลือแค่ 64 - 128 กิโลบิตต่อวินาทีเท่านั้น ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานที่ กสทช. กำหนดไว้ที่ 345 กิโลบิตต่อวินาที

นี่เท่ากับ ค่ายบริการมือถือโกงประชาชนครับ




ต่อให้มี ไอโฟน6 ออกมาใหม่ คนไทยที่เห่อไปซื้อไอโฟนหก ก็ได้แต่อวดว่ามีไอโฟนหก แต่คุณภาพ 3G โหลยโท่ยกว่าเขมรเหมือนเดิม ฮ่า ๆ ๆๆ


คลิกอ่าน ยุคทีวีดิจิตอล ช่อง7 กับช่อง3 ใครเห็นแก่(ตัว)ส่วนรวมมากกว่ากัน





วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2557

akecity เคยเชียร์ให้ยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ แต่พอเป็นแล้วเลวสุด ๆ







ก่อนที่ยิ่งลักษณ์จะเป็นตัวเลือกเบอร์ 1 ใน สส. บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย

ผม akecity เคยตั้งกระทู้ในเว็บสนุกเป็นคนแรกเลยว่า อยากให้ยิ่งลักษณ์เป็นแคนดิเดตเบอร์ 1 ของสส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย

เพราะช่วงนั้นมีข่าวว่าคนที่จะเป็นเบอร์1 ของเพื่อไทยคือ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ กับ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก

ผมเลยอยากเชียร์ให้ทักษิณเลือกยิ่งลักษณ์ เพราะตอนนั้นผมคิดว่า ยิ่งลักษณ์เป็นผู้หญิง คงไม่เลวเหมือนพี่ชาย ความเป็นผู้หญิงน่าจะช่วยให้ความขัดแย้งทางการเมืองของไทยดีขึ้น

แต่พอพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง จนได้ยิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย

ยิ่งลักษณ์กลับนายกฯ ที่โง่ที่สุดและเลวสุด ๆ เลวไม่แพ้ทักษิณเลยครับ

นี่ครับ ผมตัดรูปที่ผมเคยตั้งกระทู้ว่า ผมคือคนแรกที่ตั้งกระทู้เชียร์ยิ่งลักษณ์ ตามนี้


คลิกที่รูปทั้งสองรูปเพื่อขยาย !!



ที่ผมเขียนบทความนี้ ก็เพื่อจะบอกว่า ตอนแรกผมไม่ได้คิดต่อต้านยิ่งลักษณ์ และคิดว่า เธอไม่น่าจะเลวเหมือนพี่ชาย น่าจะพาบ้านเมืองไปในทางที่ดีขึ้น

แต่พอทักษิณให้ยิ่งลักษณ์มาเป็นแคนดิเดตเบอร์ 1 ของพรรคจริง ๆ นโยบายที่ยิ่งลักษณ์ใช้หาเสียง กลับเป็นนโยบายที่จะพาประเทศฉิบหายทั้งโครงการจำนำข้าว 1.5หมื่นบาทต่อตัน โครงการคืนภาษีรถคันแรก โครงการแจกแท็บเล็ตเด็ก ป.1 นโยบายเงืนเดือนปริญญาตรีหมื่นห้า นโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทเท่ากันทั่วประเทศ

ทุกนโยบายล้วนแต่หวังคะแนนเสียง โดยไม่สนผลกระทบด้านลบต่อชาติบ้านเมือง

นับตั้งแต่ผมเห็นนโยบายของพรรคเพื่อไทย ผมก็มองออกแล้วว่า นี่คือนโยบายพาประเทศฉิบหายชัด ๆ ตั้งแต่นั้นผมก็เริ่มเขียนบทความอธิบายถึงผลเสียของนโยบายต่าง ๆ ของพรรคเพื่อไทย มาตลอดตั้งแต่ยิ่งลักษณ์เริ่มหาเสียง

และทุกอย่างก็ไม่ผิดจากที่ผมคาดไว้ คือ นโยบายของพรรคเพื่อไทยมันเลวจริง ๆ

ส่วนยิ่งลักษณ์ก็ยอมเป็นหุ่นเชิดของทักษิณที่พร้อมจะทำตามคำสั่งเลว ๆ ของทักษิณทุกอย่าง จนพาบ้านเมืองฉิบหายวายป่วงทุกเรื่อง

ฉะนั้นสรุปว่า คนตระกูลชินวัตร ในเครือทักษิณ จึงไม่มีใครเป็นคนดีเลยสักคน





วันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2557

อัจฉราพร คงยศ ดางรุ่งเนื้อแน่น ในทีมวอลเล่ย์บอลหญิงทีมชาติไทย








คือผู้ชายอย่างผมก็ไม่มีอะไรมาก นอกจากชื่นชมความสวยของผู้หญิง ก็เรื่องสังเกตรูปร่างผู้หญิงนี่แหละ

บทความนี้ก็แค่อยากจะบอกว่า ดาวรุ่งวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย มือตบดาวรุ่ง หมายเลข 18 นามว่า อัฉราพร คงยศ เธอรูปร่างดีมาก ๆ

เธอเพิ่งจบจากโรงเรียนบดินทร์เดชา สิงห์ สิงหเสนี มาหมาด ๆ



ผมว่า ตอนนี้ อัจฉราพร คงยศ เป็นนักวอลเล่ย์บอลที่มีรูปร่างดีที่สุดในทีมชาติวอลเล่ย์บอลหญิงในปี 2557 นี้เลยทีเดียวครับ

อยากจะบอกว่า อัจฉราพร คงยศ เธอชั่ง แม่เนื้อแน่นจริง ๆ 555555



----------------

ล่าสุด เมื่อเดือนพฤษภาคม 2558 อัจฉราพร คงยศ ได้ร่วมทีมวอลเล่ย์บอลเยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปี ไปชิงแชมป์เอเซีย ซึ่งเธอมีส่วนอย่างมากที่พาทีมชุดนี้ได้อันดับที่ 2 และได้สิทธิไปแข่งเยาวชนโลกอายุไม่เกิน 23 ปีอีกด้วย

สวยขึ้นนะ




คลิกอ่าน หมายเลข 13 ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติบราซิล สวยและเซ็กซี่ที่สุดในโลก





วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ชม นุ้งกวาง อาริศา TGT28 ก่อนจะแปลงโฉมเป็น อันนา Frozen






คลิป นุ้งกวาง เป็น Anna Frozen บนเวทีไทยแลนด์ก๊อตทาเลนจ์ 2014 เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2557 ที่ผ่านมา




--------------

ย้อนดูก่อนเป็นอันนา ของนุ้งกวาง

พิเศษสำหรับแฟนบล็อคของผมเท่านั้น ที่ชื่นชอบนุ้งกวาง อาริศา หรือ นุ้งกวางมุ้งมิ้ง เช่นเดียวกันกับผม

เราแอบมาชมการแปลงโฉมของนุ้งกวาง ก่อนที่เธอจะกลายเป็น อันนา Anna Frozen บนเวที ไทยแลนด์ก๊อตทาเล้นจ์ 2014 ก่อนใคร ๆ กันครับ











วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม 2557 นี้ นุ้งกวาง จะขึ้นเวทีไทยแลนด์ก๊อตทาเล้นจ์ รอบถ่ายทอดสดแล้วนะครับ

อย่าลืมโหวตให้ นุ้งกวาง TGT28 กันนะครับ ขอบคุณ

ก่อนจะถึงวันแข่งขันจริง ถ้าข่าวสารของนุ้งกวางมีความคืบหน้าอย่างไร ผมจะอัพเดทข่าวสารเพิ่มอีกครับ





เมื่อ นุ้งกวาง บ่นถึงความยากลำบากของการเป็นอันนา


สงสัยนุ้งกวางคงลืมไปว่า อันนาเป็นตัวการ์ตูน อันนาเลยไม่ต้องฉี่ 555


ย้ำ !! หมายเลขของนุ้งกวางคือ TGT 28









คลิกอ่าน นุ้งกวาง อาริศา แปลงโฉมเป็น Elsa Frozen ได้สวยจริง ๆ




วันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2557

นุ้งกวาง อาริศา สาวน้อยมหัศจรรย์ที่หน้าไหน ๆ ก็น่ารัก







อาริศา หอมกรุ่น หรือ นุ้งกวางมุ้งมิ้ง ที่หลาย ๆ คนรู้จัก เธอคือผู้เข้าประกวดไทยแลนด์ก็อตทาเล้นจ์ 2014

ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่ที่ชื่นชอบและรู้จักนุ้งกวาง ก็จากความสามารถในการร้องเพลงของเธอ ทั้งในแบบร้องเพลงปกติทั่วไป และการร้องเพลงแบบดิสนีย์จนเธอได้ฉายาว่า เจ้าหญิงดิสนีย์แห่งโลกออนไลน์

แต่เหตุผลที่ผมชอบนุ้งกวาง  ผมไม่ได้ชอบเพราะเธอร้องเพลงเก่ง ร้องเพลงไพเราะ

เพราะผู้หญิงร้องเพลงเพราะ ๆ มีมากมายราวกับเม็ดทรายริมหาด ซึ่งผมถือว่า ธรรมดามาก และผมก็ไม่ได้รู้จักนุ้งกวางจากการร้องเพลง ตามที่ผมเคยเขียนในบทความ อาริศา หอมกรุ่น สาวน่ารักหน้าเป็น เจ้าหญิงดิสนีย์ ในโลกโซเชียลฯ

แต่ที่ผมต้องสะดุดใจและชื่นชอบนุ้งกวางมาก ๆ ก็เพราะความมหัศจรรย์ในความเป็นตัวของตัวเองของนุ้งกวาง ชื่นชมความมหัศจรรย์ในอารมณ์ขันจากการโพสเรื่องราวต่าง ๆ บนเฟสบุ๊คของเธอ และชื่นชมใบหน้าที่แสนจะมหัศจรรย์ของนุ้งกวาง

หมายถึง นุ้งกวาง เป็นผู้หญิงที่ไม่ว่าจะทำหน้าตาแบบไหน หรือจะทำหน้าทะเล้นแบบใดก็ตาม เธอก็น่ารักและฮาทุกรูป

จนผมคิดว่า นี่คือความมหัศจรรย์บนใบหน้านุ้งกวาง เพราะเธอคือที่สุดแห่งความมุ้งมิ้งในปฐพีที่ไม่มีใครเกิน

ผมขำและมีความสุขทุกครั้งที่ไปเปิดดูรูปของนุ้งกวางในเฟสบุ้คของเธอ เธอช่างน่ารักและฮาเสียนี่กระไร 55555

ขอเริ่มต้นหน้าตาแบบแนวจิตนิด ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ประทับใจที่สุดของนุ้งกวางในความคิดผม



นุ้งกวาง เขียนกำกับรูปนี้ไว้ว่า "ท่านี้ห้ามลอกเลียนแบบ"

ฮ่า ๆๆ ผมชอบหน้าแนวนี้ของนุ้งกวางมาก ๆ


แล้วบางช่วงของชีวิตนุ้งกวาง ก็คลั่งไคล้ทุเรียนทอด หน้าตาได้อารมณ์มาก ๆ 555





ต่อมาเป็นรูปนุ้งกวางตื่นขึ้นมายามดึก แล้วเกิดหิวจัด





ส่วนรูปข้างล่างนี้ โถ นุ้งกวางก็ชั่ง.. ทำไปได้ 555



นี่แหละความยอดเยี่ยมของนุ้งกวาง สาวผู้ไม่เคยยึดติดว่า เธอต้องสวยตลอดเวลา เธอพร้อมฮาเพื่อเหล่าแฟนคลับ 55555

---------------------

ต่อไปเป็นรูปสไตล์สวยน่ารัก ของนุ้งกวางบ้างดีกว่า










--------------------

ต่อไปคือจุดเด่นที่สุดของนุ้งกวาง คือรอยยิ้ม

รอยยิ้มที่แสนจะสดใสเบิกบาน ที่ทำให้ใครต่อใครที่ได้เห็น ต่างมีความสุขตามนุ้งกวางไปด้วย








------------------

ต่อไปแบบเวอร์ชั่นฮาสุด ๆ แต่ก็น่ารัก




รูปนี้นุ้งกวางกำลังเซ็งกับร้านอาหารตามสั่งที่อยู่ชั้นล่าง ได้นำพากลิ่นปลาเค็ม และเสียงดนตรีดัง ๆ จากคาราโอเกะมาเสริฟถึงในห้องนุ้งกวาง จนเธอไม่สามารถอัดคลิปเพื่อแฟนคลับได้


นุ้งกวาง ระเบิดอารมณ์หลังโดนเสียงรบกวน 555
video




กับความสามารถพิเศษ เลียข้อศอก










ส่วนที่ผมนำมาให้ดูนี้ เป็นแค่เพียงเสี้ยวเล็ก ๆ เท่านั้นในเฟสบุ๊คของนุ้งกวาง

เธอเป็นผู้หญิงที่ไม่ว่าจะทำหน้าแบบไหน ก็น่ารัก จนใคร ๆ ก็ชอบแคปหน้าตานุ้งกวาง จากคลิปเพลงของนุ้งกวางเวลาเธอหน้าตาตลกฮา ๆ มาแกล้งนุ้งกวางอยู่เสมอ

แต่ผมไม่ได้นำรูปแคปพวกนั้นมาลงหรอกนะ ใครอยากเห็นรูปฮา ๆ กว่านี้ ก็ไปคอยดูที่เฟสบุ๊คนุ้งกวางเองเถอะ มีคนแคปมาให้ดูไม่ซ้ำเลย 55555






นุ้งกวางไปงานรับน้องที่ ม.จันทรเกษม


ก่อนจบ ขอแถมรูปสมัยนุ้งกวางยังเรียนมัธยมต้น น่ารักอย่างกับเด็กญี่ปุ่นเลย




และนุ้งกวางก็เคยอวบนะ ก่อนที่จะมามุ้งมิ้งผอมจอLCDในวันนี้

ฉะนั้นใครที่อวบอยู่ก็อย่าท้อแท้ ให้ดูนุ้งกวางเป็นไอดอลได้เลย




----------------------

นุ้งกวาง เวอร์ชันเซ็กซี่ 

นุ้งกวางเคยกล่าวว่า "ก็นุ้งไม่มีนมจะโชว์ ก็เลยโชว์ขาแทน" 5555






คลิป นุุ้งกวางคืนความสุขให้แฟน ๆ


video



คลิกอ่าน อาริศา หอมกรุ่น เจ้าหญิงดิสนีย์แห่งโลกโซเชียล

คลิกอ่าน เมื่อนุ้งกวางทำกาละแมร์ พัชรศรี อึ้ง ในไทยแลนด์ก็อตทาเล้นจ์

คลิกอ่าน เมื่อนุ้งกวาง เจอสรยุทธ เรื่องเล่าเช้านี้

คลิกอ่าน นุ้งกวาง เจ้าหญิงมุ้งมิ้ง Net Idol เสียงใสแห่ง facebook





วันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ตรรกะโง่ๆ แก้ต่างให้ยิ่งลักษณ์ของควายแดงเพื่อโจมตี คสช.







พอดีผมเพิ่งไปเจอตรรกะควายแดงคนนึงในเฟสบุ๊ค ที่ใช้ชื่อว่า "ชีวิตนี้ถวายแด่ ความยุติธรรม"

ซึ่งออกมาโชว์ตรรกะโง่ๆ แก้ตัวให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ จนมีควายแดงแชร์ต่อกันมาก ตามนี้




ผม akecity ขอตอบแบบคร่าว ๆ ทีละข้อ เฉพาะเรื่องที่สำคัญ ตามนี้


1.) "ปตท." ทวงคืนไม่ได้ น้ำมันถูกลงหรือยัง? แก๊สราคาลงแล้วหรือ?

ตอบ ก็ยังทวงคืนไม่ได้ แล้วน้ำมันและแก๊สจะถูกลงได้ยังไงล่ะ ไอ้โง่

และที่สำคัญ การทวงคืน ปตท. ไม่ได้ก็ไม่ได้แปลว่า ต้องนำ ปตท.กลับมาเป็นของรัฐ 100 % แต่เป็นการแก้ไขกฎระเบียบในการควบคุม ปตท. แก้ไขวิธีการการตรวจสอบที่โปร่งใสมากขึ้น และแก้ไขวิธีคิดค่าภาคหลวงจากสัมปทาน ให้เป็นแบบแบ่งผลประโยชน์แทน เป็นต้น

ตอนนี้กลุ่มคนที่รู้จริงเรื่องพลังงาน เขาก็กำลังวิจารณ์และติติง คสช. ในเรื่องนี้อยู่แล้วยังไม่จบง่าย ๆ

แต่ที่มันเป็นปัญหาทุกวันนี้ ก็เพราะไอ้เหี้ยทักษิณที่พวกมึงชอบไงล่ะที่เสิอกแปรรูป ปตท. เพราะไอ้ทักษิณสร้างปัญหาทิ้งให้ชาติแล้วพวกควายแดงมึงยังมาทำเป็นอวดฉลาดอีก


2.) ราคายางตก เป็นไปตามกลไกตลาด ไม่พอใจก็ไปปลูกอย่างอื่น
หรือลดต้นทุนการผลิตเอา พวกสวนยางส่วนหนึ่งรับได้ ขอแค่ไม่มีรัฐบาลปู แม้ยางจะขายได้กิโลกรัมละ 8 บาท

ตอบ ข้อนี้มึงก็โง่อีกแล้ว เหตุที่ชาวสวนยางออกมาประท้วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก็เพราะโครงการจำนำข้าวของอีปู มันสร้างความไม่เท่าเทียมกันในนโยบายช่วยเหลือเกษตรกร คือช่วยชาวนามากเกินไป จนไม่เป็นธรรมแก่เกษตรกรประเภทอื่น ๆ ทั้ง ๆ ที่รายได้จากการขายยางพาราทำรายได้เข้าประเทศมากกว่ารายได้จากการขายข้าวด้วยซ้ำ

แต่ คสช. เขาล้มโครงการจำนำข้าวลง และจะใช้วิธีลดต้นทุนการเพาะปลูกให้ชาวนาและเกษตรกรด้านอื่น ๆ แทน ซึ่งชาวสวนยางเขาก็เห็นว่า เป็นนโยบายที่เท่าเทียมกันแก่เกษตรกรทุกสาขา จึงไม่ต้องประท้วงเหมือนประท้วงรัฐบาลอีโง่ไง


3.) ค่าครองชีพสูง ของแพง ไม่ใช่ปัญหา เวลานี้ของก็ราคาเท่าเดิมไม่ได้ถูกลงจากตอนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ อาหารตามสั่งก็จานละ 40-50 บาท เหมือนเดิม แต่ไม่มีใครพูดวาทกรรม "แพงทั้งแผ่นดิน"

ตอบ เออ มึงนี่ก็โง่แท้เลยนะ ก็เพราะรัฐบาลยิ่งลักษณ์มันทิ้งปัญหาหมักหมมเอาไว้มากมาย ที่แพงทั้งแผ่นดินก็เพราะรัฐบาลยิ่งลักษณ์มันทำ จากโครงการจำนำข้าวทำให้คนไทยต้องกินข้าวแพง จนตอนนี้ราคาข้าวสารถูกลง แต่ราคาข้าวแกงกลับไม่ถูกลง

แล้วมึงจะมาโทษ คสช. ที่เขาเพิ่งเข้ามาแค่ 2 เดือน ที่ต้องมาตามแก้ปัญหาที่อีโง่มันทิ้งเอาไว้ มึงนี่เหี้ยสมเป็นควายแดงจริงๆ แทนที่จะโทษตัวสร้างปัญหา ดันมาโทษคนที่เข้ามาใหม่เพื่อจะแก้ปัญหา 



4.) ข้าวหายแค่ 10% ส่วนที่หายไปเป็นส่วนที่เสื่อมสภาพ (เน่า) จากทั้งหมดที่ตรวจ ดังนั้นวาทกรรมข้าวหาย 3 ล้านตัน ไม่เป็นความจริง โดยหายจริงๆเท่ากับ 3 พันตันเท่านั้นเอง

ตอบ ไอ้นี่แม่งยกข่าวมามั่วให้พวกควายแดงโง่ตามมันจริง ๆ 

ใครบอกมึงว่า ข้าวหาย 10 % ข่าวเขาไม่ได้บอกอย่างนั้นสักหน่อย 

ข่าวเขาบอกว่า จากการตรวจสอบโกดังไป 72 % จากโกดังทั้งหมดทั่วประเทศ พบมีข้าวเสื่อมสภาพเสียหายไป 10 % มีข้าวสภาพยังดี 80%  และข้าวเสื่อมคุณภาพกับข้าวที่แจ้งไม่ตรงกับบัญชีอีก 10 %

นั่นแสดงว่า  ข้าวเสื่อมสภาพ 10 % และ เป็นข้าวเสื่อมคุณภาพกับข้าวไม่ตรงกับที่แจ้งในบัญชีอีก 10 % (หมายถึงพันธุ์ข้าวไม่ตรงกับที่แจ้งไว้) 

พวกมึงคงงงล่ะสิ กับกับคำว่า ข้าวเสื่อมสภาพ กับ ข้าวเสื่อมคุณภาพล่ะ 

ข้าวเสื่อมสภาพคือ ต้องทิ้งอย่างเดียว 
ส่วนข้าวเสื่อมคุณภาพ ยังพอขายได้แต่ต้องขายขาดทุนชิหายวายป่วงหนักเข้าไปอีก

และที่ตรวจสอบนี้ ยังไม่รวมข้าวที่หายไปโว้ย !!

ถ้าตรวจสอบโกดังครบทั้ง 100 % แล้วมีข้าวเสื่อมสภาพและข้าวเสื่อมคุณภาพ 20 % จาก 18 ล้านตัน ก็เท่ากับจะมีข้าวเสื่อมทั้งสภาพและคุณภาพรวมกันถึง 3.6 ล้านตัน ซึ่งยังไม่รวมจำนวนข้าวที่หายไป

และกว่าจะระบายข้าวหมด ขาดทุนเพิ่มแน่นอน นี่ก็ยังไม่รวมการรับจำนำข้าวที่สูงกว่าราคาตลาดอย่างน้อย 50 % ซึ่งตัวเลขขาดทุนเรื่องนี้มันแจ้งในงบบัญชีไว้แล้วคือขาดทุนประมาณ 5 แสนล้าน !!



5.) MOU การขายข้าวแบบ G2G สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ไม่ได้ปลอม เพราะ คสช. นำมาทำต่อและจีนทวงข้าวล็อต 2 แล้ว ดังนั้นถ้า คสช. ทำในสัญญาเดียวกันแปลว่าข้าวต้องผ่านเสี่ยเปี๋ยง แดกกันแล้วส่งให้จีน แต่นี่ไม่มีปัญหาอะไร ดังนั้นเรื่องที่หมอวรงค์ (ที่ปัจจุบันไม่รู้หายตัวไปไหน) พูดมา "เท็จ" และข้าวที่มีปัญหามักจะพบในพื้นที่ "พิษณุโลก" ของหมอวรงค์เองทั้งนั้น

ตอบ ไอ้ควายแดงนี่มั่วอีกแล้ว ไอ้ข้าวจีทูจีกับจีน ที่ไม่ปลอม มันเป็นสัญญารอบหลัง ที่ทำกับบริษัท คอฟโก ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของจีน จำนวน 1 ล้านตัน

แต่ที่เป็นจีทูจีปลอม มันคือ การไปทำสัญญากับขายข้าว 1.2 ล้านตัน ให้กับบริษัท เป่ยต้าหวง กรุ๊ป โว้ยไอ้โง่ อย่าเอามาปนเปกัน ควายแดงแท้เลยนะมึงเนี่ย


6.) การกู้เงินมาจ่ายเงินค่าจำนำข้าว สามารถทำได้ และธนาคารไม่ได้มีปัญหาจากการปล่อยกู้ถึงขั้นขาดสภาพคล่อง แต่เป็นเกมการเมืองของพวก กปปส. ที่จับชาวนาเป็นตัวประกัน เพื่อต่อรองกับรัฐบาล และไม่จำเป็นต้องหาเงินจากการขายข้าว

ตอบ ที่ คสช. กู้ได้ เพราะเขากู้พร้อมกับล้มโครงการจำนำข้าวเหี้ย ๆ ของรัฐบาลชั่วทิ้งไปด้วย แล้วเป็นการกู้ครั้งสุดท้ายเพื่อปิดบัญชีโครงการจำนำข้าว

แต่กรณีที่รัฐบาลชั่วมันกู้ไม่ได้ เพราะมันเสือกยุบสภาเอง จึงทำให้กู้ไม่ได้เพราะจะขัดรัฐธรรมนูญ และเพราะรัฐบาลชั่วยิ่งลักษณ์ไม่ยอมยกเลิกโครงการจำนำข้าวไปซะ เพราะมันกะจะกู้มาจ่ายไปเรื่อย ๆ จนประเทศไทยเจ๊ง ดังนั้นจึงไม่มีธนาคารไหนเขาอยากให้รัฐบาลชั่วมันกู้อีกหรอกโว้ย 


7.) ไม่มีใครกลัวเป็นหนี้จากโครงการใหญ่ๆ อาทิเช่น 2.4 ล้านล้านของ คสช. แต่ที่ออกมาค้านกันสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์เพราะต้องการจะสร้างวาทกรรมโจมตีทางการเมืองว่า กู้เยอะ กู้มาโกง คนไทยเป็นหนี้ แต่ไม่เห็นประโยชน์ของชาติ ชาติเสียเวลาไปมากกับโครงการที่ไม่ได้ขับเคลื่อน และจ่ายแพงกว่า แต่ "ไม่ได้รถไฟความเร็วสูง" พวกคน(ที่อ้างว่า)มีการศึกษารับได้

ตอบ ข้อนี้สำคัญมาก เพราะตอนนี้ควายแดงหลายกลุ่มกำลังใช้โจมตี คสช. อย่างหนัก หาว่าใช้งบตั้ง 3 ล้านล้านบาท แพงกว่าโครงการของยิ่งลักษณ์ 2.2 ล้านล้านบาท 

ขอย้ำก่อนว่า โครงการของ คสช. แค่ 2.4 ล้านล้านบาท (ไม่ใช่ 3 ล้านล้าน) ที่สำคัญงบนี้ ยังมีงบเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการบริการด้านขนส่งทางอากาศ ได้แก่การเพิ่มเพิ่มขีดความสามารถของท่าอากาศยาน เพิ่มประสิทธิภาพของฝูงบิน การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมท่าอากาศยาน ซึ่งไม่มีในนโยบายกู้เดิม 2.2 ล้านล้านของรัฐบาลยิ่งลักษณ์

อีกทั้งยังรวมงบพัฒนาระบบชลประทานและป้องกันน้ำท่วมทั่วประเทศไว้ในงบนี้อีกด้วย ซึ่งของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้แยกออกไปเป็นเงินกู้ 3.5 แสนล้านบาทต่างหาก

โครงการระบบขนส่งของยิ่งลักษณ์ 2.2 ล้านล้านบาท บวก โครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมเฉพาะภาคกลางเท่านั้นอีก 3.5 แสนล้านบาท รวมเป็น 2.55 ล้านล้านบาท แพงกว่าโครงการของ คสช. ทั้งระบบ 

ที่สำคัญ คสช.ไม่ได้กู้มากรวดเดียวเหมือนที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์แบบล๊อตเดียวครั้งเดียว แต่มีการใช้ในงบประมาณประจำปี และเป็นงบลงทุนระยะยาวแบ่งเป็นงวด ๆ 

อีกทั้ง คสช. เขายังคิดจะทำในแบบร่วมลงทุนกับเอกชน หรือร่วมทุนกับรัฐบาลต่างประเทศ และเป็นนโยบายยาวนานหลายปี ค่อย ๆ วางแผนงานไว้ ค่อย ๆ ทำไป ไม่ได้จะกู้มโหฬารรวดเดียวแบบที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์มันคิดทำ แถมตอนยิ่งลักษณ์กู้ก็กู้แบบเป็น พ.ร.บ. ที่พยายามเลี่ยงการตรวจสอบ พวกมึงกลับไปอ่านคำตัดสินของศาลให้แตกซะก่อน 

แล้วถ้าพวกมึงยังไม่เข้าใจ ก็ไปศึกษาโครงการรถไฟฟ้าของอินโดนีเซีย ซึ่งมีมูลค่าสูงมากกว่าของไทยด้วยซ้ำ คสช. เขาก็จะทำวิธีคล้าย ๆ โครงการของอินโดนีเซียนั่นแหละ 

เพราะโครงการของรัฐบาลอินโดนีเซียเขาไม่ได้กู้เงินมาทำเองทั้งหมดเหมือนที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์มันคิดจะกู้ พวกควายแดงนี่แม่งขยันสร้างวาทะกรรมเท็จหลอกควายแดงจริง ๆ ส่วนถ้าใครยังไม่ค่อยเข้าใจให้ดูคลิปข้างล่างประกอบ

สำนักข่าวไทย เจาะลึกแหล่งเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2.4 ล้านล้านบาท นำมาจากไหน


และแนะนำอ่านเพิ่มเติมเรื่องนี้ในบทความเรื่อง แผนการลงทุนในระบบเขาทำกันแบบนี้ ไม่เห็นต้องกู้เลย



8.) โครงการจัดการน้ำสามารถทำได้ ไม่ต้องห่วงเรื่อง EHIA หรือ การทำประชาะพิจารณ์ แถมใช้งบมากก็ไม่เป็นปัญหา คร่าวๆว่า ก.ทรัพยากรฯ เสนอแผนน้ำใหญ่ 4.4 ล้านล้าน ไม่รู้ว่า คสช. จะอนุมัติหรือไม่?

ตอบ ถ้ามึงยังไม่รู้ มึงก็ดูไปก่อนสิวะ ไอ้ควายแดง


9.) การโยกย้ายข้าราชการสามารถทำได้แบบยกแผง ไม่มีความผิด แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ย้ายแค่ "ถวิล เปลี่ยนศรี" คนเดียว คณะรัฐมนตรีถูกปลด 10 คน

ตอบ ก็รัฐบาลยิ่งลักษณ์เป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

แต่นี่คือยุค คสช. เป็นยุคเผด็จการ มึงเอามาเปรียบเทียบกันแบบโง่ ๆ นี่หว่า

ถ้ามึงไม่อยากให้มีรัฐประหาร มึงก็ควรอย่าเข้าข้างรัฐบาลชั่วยิ่งลักษณ์ จนพวกมันเหลิงในอำนาจจนกระทำผิดรัฐธรรมนูญเสียเองสิวะ พวกมึงนี่โง่แท้เลยนะ

ในเมื่อเป็นรัฐบาลประชาธิปไตย แต่เสือกอยากทำตัวเป็นเผด็จการเสียเอง แบบนี้กูว่า รัฐบาลประชาธิปไตยแม่งเหี้ยกว่าเผด็จการแท้ ๆ เสียอีก


10.) รัฐบาลและนักการเมืองที่ถูกตรวจสอบได้ คือ "คนโกง" แต่ทหารและพวกที่ยึดอำนาจเข้ามา ตรวจสอบไม่ได้ ไม่ยื่นชี้แจงบัญชีทรัพย์สิน คือพวก "มือสะอาด" ไมเ่คยคดโกง สุจริต

ตอบ ประเด็นนี้ พวกมึงอาจถูก กูไม่เถียง



11.) การนิรโทษกรรมห้ามออกเป็น พ.ร.บ. แต่ต้องออกเป็นรัฐธรรมนูญแบบที่ คสช. ทำเหมาเข่งยกคณะ

ตอบ เออมึงนี่ก็เอามาเปรียบเทียบแบบควาย ๆ อีกละ

คสช. เขาทำรัฐประหารนะโว้ย เขาทำรัฐประหาร เขาก็ต้องนิรโทษกรรมตัวเองอยู่แล้ว พวกมึงนี่โง่นะ 

แต่การนิรโทษกรรมที่มึงยกมาอ้างในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ นอกจากมีการพ่วงนิรโทษกรรมทักษิณแล้ว มันยังพ่วงนิรโทษกรรมพวกเผาบ้านเผาเมือง นิรโทษกรรมพวกที่มึงอ้างว่าเขาสั่งฆ่าประชาชน และนิรโทษกรรมคดีคอร์รัปชันด้วยนะโว้ย พวกเสื้อแดงเองก็ออกมาคัดค้านการนิรโทษกรรมของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ด้วยไม่ใช่เหรอ 

ถ้าพวกมึงเกลียดรัฐประหาร มึงก็ต้องอย่าให้พวกนักการเมืองชั่ว ๆ มันกระทำผิดเองสิวะ  

จำไว้นะ ถ้ารัฐบาลประชาธิปไตยไม่เหี้ยจริง รัฐประหารก็ไม่มีทางทำสำเร็จได่ง่าย ๆ 


12.) การตัดถนนผ่านเขาใหญ่-ทับลาน เพื่อให้สัตว์เดินข้ามไปมาได้ ที่อาจจะต้องแลกด้วยการถางป่าบางส่วน เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ไม่มีใครออกมาคัดค้านอ้างว่า "รักธรรมชาติ" แต่เขื่อนแม่วงศ์ ชาวบ้านนครสวรรค์ได้ประโยชน์ พวกนี้กลับออกมาค้านเพราะรักธรรมชาติยิ่งชีพ ชาวบ้านถูกน้ำท่วมตายช่างมัน

ตอบ ไอ้นี่สร้างวาทะกรรมควาย ๆ อีกละ มึงไปหาข้อมูลเขื่อนแม่วงก์เสียก่อนว่า จะป้องกันน้ำท่วมตรงนั้น ก็ให้สร้างจุดอื่นก็ได้ สามารถป้องกันน้ำท่วมได้ดีกว่าสร้างเขื่อนแม่วงก์เสียอีก ไม่ใช่ไปสร้างเขื่อนในพื้นที่เขตป่าสมบูรณ์ แต่เพราะรัฐบาลชั่วมันคิดจะสร้างแบบไม่โปร่งใสต่างหาก


13.) การซื้อสุนัข และ ม้า ด้วยเงินจำนวนหลายล้านบาท จากเอกชนรายเดียว ของกองทัพไม่ถือว่าเป็นการส่อทุจริตแต่อย่างใด ทั้งๆที่นโยบายต้องให้เอกชนแข่งขันกันอย่างเต็มที่ในการเจรจาค้าขายกับภาครัฐ

----------------

เฮ่อ.. พวกควายแดงนี่ แม่งขยันปลุกปั่นเรื่องโง่ ๆ ให้พวกควายแดงด้วยกันโง่ไม่สิ้นสุดจริง ๆ

ที่ผมเขียนหักล้างในเรื่องนี้ ไม่มีอะไรมาก ก็แค่อยากให้พวกโง่มันรู้ตัวว่าพวกมันโง่เหมือนเดิม 5555


แม้มีแนวคิดที่จะนำข้าวเสื่อมสภาพมาแปรเป็นเอธานอล แต่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ทำไปไม่คุ้มเพราะทำให้ต้นทุนเอธานอลจากข้าวเสื่อมสภาพแพงกว่าเอธานอลจากมันสัมปะหลัง



ส่วนข้าวเสื่อมคุณภาพ เอาไปขายก็แทบไม่มีใครซื้อนอกจากเอาไปทำเป็นอาหารสัตว์เอง



คลิกอ่าน ความโง่ของพวกล้มเจ้า ในประเด็นในหลวงทรงสนับสนุน คสช.




วันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ความห่วยของนายกแพทยสภา กรณีแพทย์ไทยรับจ้างทำ อุ้มบุญ






จากกรณี หญิงไทยเป็นแม่อุ้มบุญแทนชาวต่างชาติ หรือ การท้องแทนชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นข่าวดังในวันนี้

ผมรู้สึกเซ็งกับ ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา อย่างมาก เพราะคน ๆ นี้พยายามปกป้องหมอที่กระทำผิดมาหลายคดีแล้ว

และในคดีล่าสุด คดีหมอไทยได้ทำอุ้มบุญให้กับหญิงไทยที่รับจ้างท้องแทนชาวต่างชาตินั้น เป็นความผิดทางจริยธรรมของแพทย์ชัดเจน

ผมได้ฟังคำสัมภาษณ์ของนายกแพทยสภา ท่านให้สัมภาษณ์ทำนองไม่ฟันธงว่า หมอที่ทำผิดจะโดนยึดใบประกอบโรคศิลป์หรือไม่ ?

ทั้งๆ ที่กฎของแพทยสภาได้ระบุว่า การจะทำอุ้มบุญ หมอผู้ทำการจะต้องพบพ่อแม่เจ้าของน้ำเชื้อสเปิร์มและเจ้าของไข่ รวมทั้งต้องพบผู้ที่จะอุ้มบุญด้วย ว่าเป็นญาติกับเจ้าของน้ำเชื้อและไข่หรือไม่ 

หากผู้จะอุ้มบุญไม่ใช่ญาติกับเจ้าของไข่และสเปิร์ม แพทย์ต้องไม่ทำอุ้มบุญให้อย่างเด็ดขาด

แต่กรณีหญิงไทยรับอุ้มบุญให้ชาวต่างชาติ ถือว่า หมอที่รับทำนั้น ผิดหลักจริยธรรมของแพทยสภาชัดเจน

แต่ นายกแพทยสภา กลับไม่กล้าฟันธงว่า ถ้าสวบสวนพบว่าหมอผู้ทำการอุ้มบุญได้กระทำผิดจริง (ซึ่งมันผิดอยู่แล้ว) ว่าจะต้องถึงขั้นยึดใบประกอบโรคศิลป์หรือไม่ ?

ห่วยจริง ๆ ผมเบื่อไอ้การพูดแบบแบ่งรับแบ่งสู้ ซึ่งกรณีแบบนี้มันต้องชัดเจนว่า ผิดแล้วต้องทำอย่างไร ไม่ใช่ตอบแบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น

-------------

ขนาดอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ยังยืนยันว่า หากผิดต้องยึดใบประกอบโรคศิลป์ ตามข่าวนี้

ส่งเรื่องแพทยสภาเพิกถอนใบอนุญาตแพทย์ทำ"อุ้มบุญ"

อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพยืนยันแพทย์ที่ทำอุ้มบุญให้แม่น้องแกมมี่ได้ขึ้นทะเบียนการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์จากราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย จึงมีความผิดทางจริยธรรมชัดเจนตามข้อบังคับของแพทย์สภา

รวมถึงเจ้าของคลินิกที่เป็นแพทย์ก็ทำผิดตามกฎหมายสถานพยาบาลปี 2541 โดยจะส่งเรื่องทั้งหมดให้แพทยสภาพิจารณาสอบสวน




ซึ่งความห่วยของการบังคับใช้กฎหมายไทย ทำให้นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย เขาด่าแบบผู้ดี ในเรื่องการบังคับใช้กฎหมายของไทย ตามข่าวนี้

ส่วนนายโทนี่ แอ็บบ็อต นายกรัฐมนตรีของออสเตรเลีย กล่าวว่า ออสเตรเลียมีกฎหมายการอุ้มบุญอยู่แล้ว และเชื่อว่าไทยก็มีกฎหมายด้วยเช่นกัน แต่สิ่งสำคัญคือการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง



ประเทศไทยเรามีปัญหาที่ คนบังคับใช้กฎหมายไม่ทำตามหน้าที่ให้เข้มแข็ง ซึ่งคงเป็นที่รู้กันทั่วโลกแหง ๆ ว่า ประเทศไทยห่วยเพราะเรื่องนี้





วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ทักษิณ กับ ปตท. สันดานเดียวกัน คือ โกง ซุก เลี่ยงภาษี







ผมเคยเขียนในบทความเก่า ๆ ว่า ปตท. น่าจะไม่ได้มีกำไรแค่แสนล้านตามที่แสดงไว้ในบัญชี ปตท. น่าจะมีกำไรมากกว่านั้น 

เพราะ ปตท. ต้องเอาไปปรนเปรอพวกนักการเมืองที่อยู่เบื้องหลัง ปตท. ก่อนที่จะนำกำไรที่เหลือมาแจ้งและปันผลให้กระทรวงการคลังและผู้ถือหุ้น ปตท. รายอื่น ๆ

นี่จึงเป็นสาเหตุว่า ทำไมทักษิณต้องแปรรูป ปตท. ?
ทำไมนักการเมืองไทยถึงไม่กล้าแตะ ปตท. อย่างจริงจัง?

นั่นเพราะนักการเมืองไทยโดยเฉพาะเครือข่ายทักษิณนั่นแหละ ที่ควบคุม ปตท. และได้ผลประโยชน์จาก ปตท. ในทางลับมาตลอด

เคยมีคนมาแสดงความเห็นในบทความผมว่า บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ เขาไม่โกงหรอก เพราะมีคณะกรรมการตรวจ

ผมก็บอกไปว่า ใครเชื่อ กลต. ก็โง่แล้วครับ

การโกงกินของ ปตท. เรียกว่า โกงแบบบูรณาการ คือ กินมันทุกหน่วยงานที่ตรวจสอบและเกี่ยวข้องกับ ปตท. เมื่อโกงทุกขั้นตอนทุกขบวนการ ก็จะกลายเป็นไม่มีการโกง

หลายวันมานี้ คุณรสนา โตสิตระกูล ก็ออกมาแฉ ที่ ปตท. ไปเปิดบริษัทลูกที่เกาะเคย์แมน มากกว่า 30 บริษัท รวมทั้งที่เกาะไซปรัสอีกด้วย อาจมีเจตนาเพื่อฟอกเงิน

เชื่อผมละยังครับ ว่า ไอ้ ปตท.มันเลวจริง ๆ แต่ที่น่ากระทืบที่สุดคือ ไอ้พวกล้มเจ้า แม่งดันโทษ.. แทนที่จะโทษนักการเมืองตัวเหี้ยหน้าเหลี่ยมที่เป็นคนแปรรูป ปตท.

ทักษิณเองก็เคยเปิดบริษัทแอมเพิลริชในบริทิชเวอร์จิ้น เพื่อซุกกำไรของกลุ่มชินคอร์ป ซึ่งการที่ไม่แจ้งผลกำไรอย่างตรงไปตรงมา ก็คือ เจตนาเลี่ยงการจ่ายภาษีให้ประเทศชาติ

ตอนที่ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี ทักษิณเคยพูดถึงสหรัฐอเมริกาพยายามออกกฎหมายควบคุมการเลี่ยงภาษีของบริษัทในสหรัฐอเมริกา ที่ไปเปิดบริษัทตามเกาะฟอกเงินต่าง ๆ ว่านั่นคือ การไม่รักประเทศชาติ

แต่ทักษิณก็กลับเป็นเสียเอง เข้าทำนอง "ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง"



----------------

ส่วนโพสในเฟสบุ๊คของคุณรสนา โตสิตระกูล ได้แฉการไปเปิดบริษัทบนเกาะฟอกเงินของ ปตท. ไว้ดังนี้

"ปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืนหรือคือการแปรรูปขายสมบัติชาติเพื่อความมั่นคงของกลุ่มทุน? "

บริษัทปตท.นอกจากมีบริษัทลูกหลานในเกาะเคย์แมนถึง 30-32 บริษัทแล้ว ยังมีการเปิดบริษัทในที่อื่นๆได้แก่ เกาะไซปรัส เกาะมอร์ริเชียส เกาะบาฮามาส และ เกาะเบอร์มิวด้า 

ซึ่งรายชื่อเหล่านี้ล้วนเป็นแหล่งทางการเงินโพ้นทะเลซึ่งถูกระบุไว้ในรายงานของสหประชาชาติว่าเป็นแหล่งฟอกเงิน แหล่งที่มาของรูปแบบการฉ้อฉลทางการเงินระดับสูงและแหล่งหลีกเลี่ยงภาษีทั่วโลก

บริษัทปตท.ได้แจกแจงกำไรในปี 2555 และ 2556 ว่านำไปลงทุนอะไรบ้าง(ดูภาพประกอบ) 

คลิกที่รูปเพื่อขยาย



ในปี 2555 กำไรสุทธิของปตท. 104,700 ล้านบาท นำมาปันผลให้ผู้ถือหุ้นเพียง 35% เท่ากับ 37,100ล้านบาท 

และนำกำไรอีก 65%ไปลงทุนในกิจการต่างๆและในจำนวนเงินที่นำไปลงทุนประมาณ  60,000 ล้านบาทนำไปซื้อแหล่งสัมปทานในประเทศโมซัมบิกด้วยการประมูลซื้อกิจการบริษัท Cove Energy

ปรากฎในรายงานการเงินของปตท.ว่ามีการไปเปิดบริษัท Cove Energy ในไซปรัส 3บริษัท ทั้งๆที่โมซัมบิกอยู่ในอัฟริกา เหตุใดเลือกไปเปิดบริษัท Cove Energyในไซปรัสซึ่งเป็นเกาะฟอกเงินในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน 

และวิกฤติการณ์ด้านการเงินในไซปรัสเมื่อปี 2556 เกือบทำให้ไซปรัสต้องหลุดจากยูโรโซน และล้มละลาย เป็นความปลอดภัยแล้วหรือที่นำเงินกำไรของรัฐและผู้ถือหุ้นไปเปิดบริษัทในประเทศที่มีความเสี่ยงสูงทางด้านการเงินแบบนี้ ?

นอกจากนี้ การเปิดบริษัทท่อส่งก๊าซในเบอร์มิวด้า โดยบริษัทลูกหลานปตท.มีหุ้นอยู่ 25% เปิดบริษัทท่อส่งก๊าซ 2 บริษัทในเคย์แมนที่ถือหุ้น 19.3178% และอีกบริษัท 80% ส่วนบริษัทที่เปิดที่เกาะบาฮามาส เป็นธุรกิจให้เช่าเรือถือหุ้นเพียง13.11%

เป็นเรื่องน่าสังเกตุว่าหุ้นที่เหลือใครเป็นผู้ถือบ้าง มีนักการเมือง ข้าราชการ หรือกรรมการ ปตท.ไปถือหุ้นด้วยหรือไม่? หรือการถือหุ้นแบบนี้เป็นเพียงเรื่องอุปโลกน์ขึ้นมาเพราะเป็นเพียงบริษัทกระดาษอย่างที่นิยมทำกัน

มีรายละเอียดให้ตรวจสอบได้หรือไม่? เพราะเงินทุนที่นำไปลงทุนมาจากกำไรของผู้ถือหุ้นที่ถูกแบ่งเอาไปลงทุนมากว่าที่เอามาปันผล และอาจเป็นการ "ถ่ายเทผลประโยชน์" เพื่อนำไปขาดทุนแบบเดียวกับที่เอาไปขาดทุนในการปลูกปาล์มน้ำมันในอินโดนีเซียหรือไม่?

องค์ตรวจสอบทั้งหลายทั้ง สตง. ปปช. กลต. กระทรวงการคลังต้องออกมาตอบคำถามสังคมว่า จะปล่อยให้บริษัทปตท. ที่เป็นรัฐวิสาหกิจที่รัฐถือหุ้น51% มีเสรีภาพในการถ่ายเทผลประโยชน์จากกำไรของรัฐและผู้ถือหุ้นไปยังเกาะฟอกเงินเหล่านี้ต่อไป โดยไม่ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจังหรืออย่างไร?

ดิฉันเชื่อว่าประชาชนต้องการได้ยินคำตอบดังๆจากท่านทั้งหลายว่าจะดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างไร? อย่าปล่อยให้ต้องขาดทุนแบบกรณีที่เกิดที่อินโดนีเซียเสียก่อน ค่อยมาตรวจสอบไล่เบี้ยกัน

และเพราะต้องการหนีการตรวจสอบใช่ไหม? ที่เป็นเหตุให้บอร์ดชุดนี้ต้องการเร่งรีบจะแปรรูปปตท.ให้สิ้นสภาพการเป็นรัฐวิสาหกิจโดยเร็วโดยใช้อำนาจของ คสช.ดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนมีรัฐบาลจากการเลือกตั้ง โดยอ้างวาทกรรมว่าต้องการหนีนักการเมืองล้วงลูก และเข้าสู่การแข่งขันเสรี

ทั้งที่ในความเป็นจริงนั้น กลุ่มนักการเมือง กับกลุ่มทุนที่ชอบขายสมบัติชาติ มักใช้กลุ่มข้าราชการเดิม ๆ แสวงหาประโยชน์จากการแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่มีลักษณะผูกขาดทำกำไรงามแก่ผู้ถือหุ้นเอกชนรายใหญ่

การแปรรูปปตท.รอบสองเท่ากับเป็นการต่อยอดให้กับการแปรรูปในยุครัฐบาลทักษิณ ซึ่งแสดงเจตนาชัดเจนในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ถ้าขายปตท.ให้เอกชนทั้งหมดได้ ต่อไปก็คงขาย กฟผ.ทั้งหมดให้เอกชนได้เช่นกัน อันเป็นการสืบทอดนโยบายขายสมบัติชาติของทักษิณนั่นเอง ใช่หรือไม่?

ที่แท้นั้น การปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืน ก็มีความหมายเพียงการขายปตท.ทั้งหมดให้เอกชนแบบชุบมือเปิบ ทั้งที่แต่เดิมปตท.เคยเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานของประชาชนและเป็นสมบัติแผ่นดิน

ขอถามว่าการขายสมบัติชาติรอบสองนี้ ทำไปเพื่อประโยชน์ของใคร? เพื่อความยั่งยืนทางพลังงานของประชาชน หรือเพื่อกำไรอันยั่งยืน (บนหลังของประชาชน)ของผู้ถือหุ้นเอกชน และเพื่อต้องการหนีการตรวจสอบของประชาชนที่ยังเป็นเจ้าของปตท.อยู่ครึ่งหนึ่ง ใช่หรือไม่?

----------------------

สิ่งที่คุณรสนา โพสหมายถึง ปตท.นำเอากำไรส่วนใหญ่ไปลงทุนในเกาะฟอกเงิน ซึ่งอาจเป็นแค่บริษัทกระดาษ เพื่อนำกำไรส่วนนี้ไปแจกจ่ายให้ผู้ถือหุ้นในบริษัทกระดาษเหล่านั้น โดยที่คนไทยไม่มีโอกาสรับรู้ว่า ใครถือหุ้นและได้ผลประโยชน์ตรงนั้นเท่าไหร่

แต่ผมว่า บางทีกำไรที่ว่ามีแสนล้านของปตท.นั้น  อาจน้อยกว่าที่แจ้งไว้เสียอีก เพราะขบวนการโกงแบบบูรณาการช่วยเหลือ ปตท.

และนี่แหละ ที่เป็นเหตุผลที่ทำให้พวกนักการเมืองเลว ๆ จึงสนับสนุนช่วยเหลือให้ ปตท. หลอกคนไทย ขูดรีดคนไทย

--------------------

ล่าสุด ผู้บริหาร ปตท. ออกมาแก้ตัวแล้ว


ปตท.สผ.จ่อปิดบริษัทในเคย์แมน 5-10 แห่ง


http://astv.mobi/AXTDtHU


ถ้าเราวิเคราะห์คำสัมภาษณ์ของผู้บริหาร ปตท. คนนี้ดี ๆ สรุปว่า โกหกแบบด้าน ๆ เลยครับ

การที่บอกทำนองว่า "บริษัทต่างชาติเขาก็ทำกัน" นี่แหละครับ ชัดเจนว่า โกหกตายน้ำตื้น

ถ้าคุณรสนาไม่ออกมาแฉ ก็คงมีคนไทยจำนวนมากคงหลงเชื่อว่า ปตท. ยังเป็นบริษัทธรรมาภิบาลอยู่

เกาะเคย์แมน และเกาะไซปรัส มันคือแหล่งฟอกเงิน ซึ่งบริษัทดี ๆ ที่ไม่คิดจะเลี่ยงภาษีหรือปกปิดรายได้ที่แท้จริง เขาไม่ไปเปิดบริษัทในเกาะพวกนี้กันหรอกครับ



------------

แนะนำอ่าน บทความเก่าที่ผมเคยเขียนว่า ปตท. มีกำไรมากกว่าที่แจ้งไว้ในบัญชีต่อ กลต.

คลิกอ่าน พม่าโชคดีที่ไม่มีบรษัทชั่ว ๆ อย่าง ปตท.

คลิกอ่าน ทักษิณ กับ ปตท. สันเดียวกัน





วันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2557

คุณคิดอย่างไรที่ หมอวิสุทธิ์ คดีฆ่าหั่นศพ ติดคุกจริงแค่ 10 ปีเท่านั้น







วันที่ 4 สิงหาคม 2557 เวลา 11.00 น. หมอวิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ ผู้ต้องขังคดีฆาตกรรม พญ.ผัสพร บุญเกษมสันติ ด้วยการฆ่าหั่นศพ แล้วอำพรางคดีด้วยการนำชิ้นส่วนศพไปทิ้งในชักโครกของโรงแรมแห่งหนึ่ง ได้ออกจากคุกแล้ว

หมอวิสุทธิ์ ติดคุกบางขวางรวมระยะเวลาทั้งสิ้น 10 ปี 7 เดือน กับอีก 25 วัน โดยได้รับการพระราชทานอภัยโทษจากโทษประหารชีวิต ลดเหลือจำคุกตลอดชีวิต และได้ลดโทษอีกหลายครั้ง จากสาเหตุที่เป็นนักโทษชั้นดีมีความประพฤติดี บำเพ็ญประโยชน์ในคุก  สุดท้ายได้ออกจากคุกแล้ว

จากโทษประหารชีวิต เหลือ จำคุกจริง 10 ปี !!

แต่หมอวิสุทธิ์ ต้องมารายงานตัวตามเหตุพักโทษ ต่ออีกจนกว่าจะครบกำหนดพ้นโทษจริงในเดือนกันยายน ปี 2560

คลิปข่าว ไทยพีบีเอส ย้อนคดี และ วันหมอวิสุทธิ์ออกจากคุก



ถามว่า ติดคุกแค่ 10 ปีมันถูกต้องยุติธรรมต่อสังคมแล้วหรือไม่ ?

ในความเห็นส่วนตัว ผมไม่เคยโกรธแค้นต่อหมอวิสุทธิ์แต่อย่างใด ผมเคยดูทั้งรายการตี 10 ที่คุณวิทวัสไปสัมภาษณ์หมอในคุก

ผมเคยได้ดูคลิปรายการ ฅนค้นฅน ก็รู้ว่าหมอได้สำนึกผิด และได้ทำหน้าที่หมอรักษาพยาบาลนักโทษในคุกบางขวางมาหลายปี

ผมเองเชื่อว่า หมอได้สำนึกในความผิดและกลับตัวกลับใจเป็นคนดีแล้วจริง ๆ

แต่ผมก็ยังมองว่า การที่หมอได้ติดคุกจริงแค่ 10 ปีเท่านั้น มันเร็วไป และดูไม่ยุติธรรมต่อสังคมส่วนรวม ที่คดีฆ่า และไม่ใช่การฆ่าธรรมดา เช่น การฆ่าเพราะบันดาลโทสะ

แต่นี่คือการฆ่าที่มีการวางแผนซ่อนเงื่อน และเป็นการฆ่าที่โหดเหี้ยมในสายตาผู้คนในสังคม เพราะคือการฆ่าหั่นศพ

ซึ่งเป็นคดีสะเทิอนขวัญอย่างมาก และผู้ตายก็เป็นถึงภรรยาของหมอ เป็นแม่ของลูกหมอ แถมผู้ตายก็เป็นแพทย์หญิง ที่สามารถทำประโยชน์ให้สังคมและประเทศชาติได้อีกมาก

ผมไม่ได้ติดใจที่หมอวิสุทธิ์ จะได้รับพระราชทานอภัยโทษจากโทษประหาร จนเหลือจำคุกตลอดชีวิต และผมก็ไม่ติดใจที่หมอได้ลดลงมากกว่านั้นอีก

แต่ผมว่า การติดคุกแค่ 10 ปี มันยังน้อยไปหน่อยนะครับ ทั้ง ๆ ที่หมอก็ได้รับสิทธิพิเศษในการติดคุกสบา่ยกว่านักโทษคนอื่น ๆ เพราะหมอได้รับเกียรติให้ทำหน้าที่หมอในคุก ได้ทำกุศลต่อเพื่อนนักโทษที่เจ็บป่วย

แต่ก็นั่นแหละ คนเป็นหมอก็ย่อมได้สิทธิพิเศษมากกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว เพราะหมอมีความรู้ความสามารถที่เป็นประโยชน์ต่อคนอื่น ๆ ได้มาก

แต่คดีฆ่าหั่นศพ กับติดคุกแค่ 10 ปี มันไม่ยุติธรรมต่อสังคมเท่าไหร่ เพราะทำให้คนชั่วเห็นเป็นตัวอย่างว่า ทำชั่วอย่างโหดเหี้ยมก็ติดคุกจริงไม่นาน

อย่างคดีฆ่าหั่นศพของอดีตนักศึกษาแพทย์ เสริม รายนั้นก็เหมือนกันติดคุกแค่ 10 ปีเท่านั้น ก็ออกจากคุกไปหลายปีแล้ว

มันยุติธรรมกับสังคม กับผู้ตาย และกับญาติของผู้ตายเหรอครับ

แน่นอน เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร

แต่ผมว่า การติดคุกของหมอวิสุทธิ์ และนายเสริม ด้วยคดีฆาตกรรม ฆ่าหั่นศพยังติดคุกน้อยไปจริง ๆ

ที่สำคัญหมอวิสุทธิ์ ยังไม่เคยยอมรับสารภาพว่าตนได้กระทำผิดในคดีนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

ผมไม่ได้โกรธหรือเกลียดอะไรนักโทษทั้งสองคน แต่ผมมองในภาพรวมว่า บทลงโทษของประเทศไทย เมตตามากเกินไปหรือเปล่า ??

ถ้าหมอวิสุทธิ์ได้อยู่ทำกุศลในเรือนจำบางขวาง รักษานักโทษให้นานกว่านี้อีกสักหน่อย ผมว่า หมอจะได้กุศลอีกมหาศาลนะครับ

ผมก็ไม่ทราบว่า หมอวิสุทธิ์ ยังจะกลับมาทำหน้าที่หมอรักษานักโทษต่อไปหรือไม่ เช่น ไปเช้าเย็นกลับ ?

ข่าวก็ไม่ได้รายงาน

แต่ยินดีด้วยครับ เมื่อหมอได้อิสรภาพแล้ว ก็จงอย่าหยุดทำความดี

---------------------

ญาติหมอผัสพร อโหสิกรรมแล้ว

พ่อของแพทย์หญิงผัสพร ผู้ฟ้องร้องหมอวิสุทธิ์เอง (เพราะอัยการไม่สั่งฟ้อง) ได้เสียชีวิตไปแล้วเมื่อปี 2553 จากโรคชรา

แต่สำหรับน้องชายของหมอผัสพร อโหสกรรมให้หมอวิสุทธิ์นานแล้ว แต่ไม่ขอยุ่งเกี่ยวกันอีก



-----------------

ย้อนรอยคดีหมอวิสทธิ์ ผู้ไม่เคยยอมรับสารภาพว่า ได้ลงมือกระทำ

จากสกู๊ปข่าว astv

ในปี 2550 ที่ผ่านมา มีคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญที่ศาลได้มีคำพิพากษาไปหลายคดี แต่ที่อยู่ในความสนใจที่สุดคงต้องยกให้คดีที่ ศาลฎีกาพิพากษาประหารชีวิต “ นพ.วิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ ” อดีตสูตินรีแพทย์ รพ.จุฬาฯ จำเลยคดีฆ่าหั่นศพ พญ.ผัสพร บุญเกษมสันติ อดีตสูตินรีแพทย์ รพ.บุรฉัตรไชยากร (รพ.รถไฟ) ภรรยาตัวเอง ปิดฉาก “ คดีพิศวาสฆาตกรรม ” ที่สังคมไทยเฝ้าติดตามมานานกว่า 6 ปี

จุดเริ่มของคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ก.พ. 44 เมื่อนพ.วิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน. พญาไทว่า พญ.ผัสพร ภรรยาหายตัวไปอย่างไร้ร่องลอย จนกลายเป็นคดีครึกโครมผ่านหน้าสื่อมวลชน โดยตำรวจได้เบาะแสสำคัญว่า นพ.วิสุทธิ์ เป็นคนสุดท้ายที่พบกับพญ.ผัสพร โดยไปรับประทานอาหารกลางวันด้วยกันที่ร้านโออิชิ ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ ซึ่งมีหลักฐานจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่นพ.วิสุทธิ์เดินประคองภรรยาที่มีอาการสะลึมสะลือคล้ายถูกมอมยา

นอกจากนี้ในทางสอบสวนยังได้ข้อมูลสำคัญว่า นพ.วิสุทธิ์ มีปัญหาขัดแย้งกับภรรยา ถึงขั้นฝ่ายหญิงต้องฟ้องหย่า และร้องเรียนเรื่องพฤติกรรมต่อแพทยสภา ซึ่งอาจเป็นปมสำคัญที่ทำให้ นพ.วิสุทธิ์ โกรธแค้นจนต้องลงมือฆ่า

และยังได้เบาะแสสำคัญเป็นหลักฐานการใช้โทรศัพท์ ที่ นพ.วิสุทธิ์ ติดต่ออาคารวิทยนิเวศน์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งต่อมาทราบว่าเป็นสถานที่ที่ใช้ลงมือฆ่าและชำแหละศพอดีตภรรยา เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จึงระดมกำลังเข้าตรวจสอบห้องพักในทันที โชคดีที่ยังหลงเหลือคราบเลือดอยู่ในห้องน้ำและอ่างล้างหน้า และเมื่อตรวจสอบภายใน “บ่อเกรอะ” ของอาคารดังกล่าว จนพบเศษชิ้นเนื้อของมนุษย์จำนวนมากถูกชำแหละทิ้งเอาไว้ ทำให้ชุดสอบสวนคลี่คลายคดีมั่นใจว่า นี่คือ “ คดีพิศวาสฆาตกรรม” ที่จะพลิกประวัติศาสตร์งานนิติวิทยาศาสตร์ไทย

เมื่อได้หลักฐานชุดสืบสวนจึงควบคุมตัว นพ.วิสุทธิ์ มาสอบปากคำ แต่นพ.วิสุทธิ์ กลับปฏิเสธที่จะตอบทุกคำถาม ด้วยสีหน้าสุดเย็นชา แววตาดุจดั่งเพชรฆาต

ต่อมามีการรวบรวมพยานหลักฐานสรุปสำนวนการสอบสวนส่งต่อให้อัยการ แต่ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ทำให้ญาติผู้ตาย และพนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดีถึงกับ ช๊อก !!ไปตามๆกัน เมื่อ “พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง นพ.วิสุทธิ์”

โดย นายเสริมเกียรติ วรดิษฐ์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 (ในขณะนั้น) อ้างเหตุผลว่าคดีไม่มีประจักษ์พยาน และไม่มีศพผู้ตาย

ทำให้นายโชติ วัฒนเชษฐ์ บิดาของ พ.ญ.ผัสพร เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นพ.วิสุทธิ์ เป็นจำเลยต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ในความผิดฐานฆ่า พญ.ผัสพร ภรรยาตนเองโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซ่อนเร้น ทำลายศพ กักขังหน่วงเหนี่ยว ปลอมเอกสาร จนเมื่อศาลเห็นคว่าดีมีมูลและมีคำสั่งประทับรับฟ้องแล้ว พนักงานอัยการจึงบากหน้าเขามาขอเป็นโจทก์ร่วมในคดี

คดีนี้ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 7 มี.ค.46 ให้ประหารชีวิต นพ.วิสุทธิ์ แม้คดีไม่มีประจักษ์พยานเห็นในขณะลงมือฆ่า แต่พยานแวดล้อมกรณีรวมทั้งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ มีความสอดคล้องเชื่อมโยงเป็นขั้นเป็นตอนมีน้ำหนักให้ศาลเชื่อโดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยเป็นผู้ฆ่าผู้ตายจริง

ต่อมาศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 4 ก.ค.48 ยืนตามศาลชั้นต้น และศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาเป็นที่สิ้นสุดในวันที่ 26 ก.ค.50 ที่ผ่านมา ยืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้ประหารชีวิต นพ.วิสุทธิ์ สถานเดียว ปิดฉากตำนาน “หมอฆ่าเมีย” ที่สังคมเฝ้าติดตามมายาวนานกว่า 6 ปี

หลังถูกศาลฎีกาพิพากษาประหารชีวิต หนทางดิ้นรนเฮือกสุดท้ายของ นพ.วิสุทธิ์ คือการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ในการยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ และเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 2550 ที่ผ่านมา ซึ่งพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2550 มีผลใช้บังคับ นพ.วิสุทธิ์ ก็ได้รับโปรดเกล้าฯ พระราชทานอภัยโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิตในครั้งนี้ด้วย

--------------------

ผมขอตั้งข้อสงสัย สรุปว่า เมื่อ พ.ศ.2550 หมอวิสุทธิ์ได้รับพระราชทานอภัยโทษจากประหารชีวิต คงเหลือจำคุกตลอดชีวิต

และจากโทษจำคุกตลอดชีวิต ในปี พ.ศ.2550 อีกเพียงแค่ 6 ปีกว่าๆ เท่านั้น หมอวิสุทธิ์ ก็ได้ออกจากคุก...

เร็วจริง ๆ

คลิกอ่าน ปฏิรูปขั้นตอนการขอพระราชทานอภัยโทษ !!