วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

พระฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ เมื่อวันที่ 10 พ.ค.58






สัจธรรมแห่งสังสารวัฏ ก็คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา สรรพสิ่งทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไป

บทความนี้ที่จริงผมไม่อยากจะเขียน เพราะผมเชื่อว่า คนไทยผู้มีปัญญาทางธรรมย่อมเข้าใจความเป็นไปของสภาวะธรรมเช่นนี้กันดีอยู่แล้ว

แต่ที่ต้องเขียนเพราะอยากให้เราคนไทยเข้าใจถูกต้อง และให้มองทุกอย่างเป็นสัจธรรม (เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อในข้อเขียนของผู้ไม่หวังดีต่อชาติบ้านเมือง นั่นคืออดีตอาจารย์ธรรมศาสตร์หัวหงอกฟันหลอ ที่หนีไปอยู่ฝรั่งเศสแล้ว)

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2558 คณะแพทย์ที่ถวายการรักษาในหลวงและสมเด็จพระนางเจ้าฯ มีความเห็นว่า พระอาการของทั้งสองพระองค์ดีขึ้นมาก จึงถวายคำแนะนำแก่ทั้งสองพระองค์เพื่อเสด็จแปรพระราชฐานกลับไปพักผ่อนพระวรกายต่อที่พระราชวังไกลกังวลได้

จนเมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2558 ในหลวงและสมเด็จพระนางเจ้าฯ ก็ได้เสด็จออกจากโรงพยาบาลศิริราช เพื่อไปพ้กผ่อนพระวรกายที่พระราชวังไกลกังวล โดยมีพสกนิกรมาเฝ้าตลอดเส้นทางที่เสด็จกลับ

สื่อทุกสื่อได้มีการเสนอข่าวการเสด็จกลับพระราชวังไกลกังวลของทั้งสองพระองค์ ซึ่งทุกสื่อ ประชาชนทุกคนล้วนแต่ดีใจและปลื้มปิติที่ทั้งสองพระองค์ทรงมีพระพลามัยแข็งแรงขึ้น

และสื่อหนังสือพิมพ์หลายสื่อ ก็ได้ลงพระฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้า ซึ่งคนไทยไม่ได้เห็นพระพักตร์ของสมเด็จพระนางเจ้าชัด ๆ มานานแล้ว

หลายคนเกิดความแปลกใจว่า สมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงมีพระพักตร์ที่เปลี่ยนแปลงไปไม่น้อย


พระฉายาลักษณ์จากเว็บข่าว astv

ผมขออธิบายว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระองค์ได้ประชวรมาตั้งแต่ปี 2555 ด้วยพระอาการทางสมอง คือ เส้นพระโลหิตในสมองตีบ และทรงพระประชวรต่อเนื่องมานาน

ซึ่งหากใครที่เคยมีญาติที่ป่วยด้วยโรคทางสมอง ก็คงจะทราบดีว่า โรคทางสมองนั้นจะมีผลต่อหน้าตาของผู้ป่วยให้มีความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมได้มาก





และเมื่อปี 2557 สมเด็จพระนางเจ้า ฯ ก็ได้รับการถวายการผ่าตัดรักษาต้อกระจกที่พระเนตรซ้าย



เมื่อพระชนมายุที่มากขึ้นถึง 83 พรรษา ประกอบกับพระอาการประชวร ย่อมมีผลทำให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงมีพระพักตร์ที่เปลี่ยนแปลงไป

ซึ่งผมจะอธิบายมากกว่านี้ก็คงไม่เหมาะ เพราะอาจเป็นการมิบังควรต่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ และอาจล่วงความเป็นส่วนพระองค์ได้ครับ

----------------

สมเด็จพระนางเจ้า ฯ เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรในอดีต จะทรงแต่งฉลองพระองค์ให้สวยงาม เพื่อให้ราษฎรที่อุตส่าห์มารอเข้าเฝ้ารับเสด็จได้เห็นพระราชินีของพวกเขาด้วยความประทับใจ

เช่นที่เคยมีนักข่าวได้ทูลถามเรื่องนี่

นักข่าวทูลถาม "มักมีคนไม่เข้าใจว่า ในการเสด็จฯ ไปไหน เหตุใดต้องทรงแต่งพระองค์งาม แล้วยังโปรดให้ข้าราชบริพารแต่งตัวสวย ๆ ด้วย"

สมเด็จพระนางเจ้า ทรงตรัสตอบว่า "อันนี้จริง ฉันเป็นคนที่แก้ไม่หาย พระท่านบอกว่า ยังติดอยู่กับความสวยความงาม แต่ว่าความจริงแล้วเป็นอย่างนั้น ชอบสวยงาม แล้วอีกประการหนึ่ง ชาวบ้านนี่นาน ๆ เขาจะเห็นเราสักทีหนึ่ง โดยมากชั่วชีวิตเขาก็เห็นไม่กี่ครั้งเลย คิดว่าพยายามแต่งตัวให้ดี ให้เขาเห็นให้เขาจำ"

ถ้าหากเราย้อนกลับไปในอดีตเมื่อ 50 - 60 กว่าปีที่แล้ว การเสด็จพระราชดำเนินไปยังถิ่นทุรกันดารนั้น ไม่ใช่เรื่องสะดวกสบายอย่างเช่นทุกวันนี้

เพราะสมัย 60 กว่าปีที่แล้ว ทั้ง ๆ ที่อากาศก็ร้อนมาก รถพระที่นั่งก็ยังไม่มีแอร์คอนดิชัน ถนนหนทางหลายแห่งที่เสด็จไปก็เป็นถนนลูกรัง ฝุ่นคละคลุ้ง ทั้งสิ้น

บางเส้นทางถนนลูกรังขรุขระมาก จนทำให้รถยนต์พระที่นั่งต้องเสียกลางทางอยู่หลายหน จนทั้งสองพระองค์ต้องลงมายืนรอการซ่อมรถยนต์พระที่นั่งบนถนนลูกรังเป็นเวลานาน


รถยนต์พระที่นั่งท่อไอเสียหลุด ในหลวงและสมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงลงมายืนรอข้างทางระหว่างรอซ่อมรถ บนเส้นทางสายพิษณุโลก-สุโขทัย ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนภาคเหนือ พ.ศ.2501


เมื่อรถพระที่นั่งวิ่งผ่านถนนลูกรัง สมเด็จพระนางเจ้าฯ ก็ทรงต้องทนร้อน จะทรงรับสั่งให้ปิดกระจกรถลง เพราะไม่ต้องการฝุ่นถนนลูกรังเข้ามาในรถ จนมาเลอะเทอะฉลองพระองค์ เพื่อไม่ให้ราษฎรต้องมาเห็นพระองค์สวมฉลองพระองค์ที่สกปรกเลอะเทอะจากฝุ่นถนน แถมถิ่นทุรกันดารบางท้องที่ พระองค์จะต้องลงเสด็จพระราชดำเนินไปอีกไกลกว่าจะไปถึงที่หมาย

คุณผู้อ่านพอนึกภาพออกไหมครับว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกว่าที่ราษฏรในอดีตจะได้เห็นสมเด็จบรมพระราชินีนาถในฉลองพระองค์ที่งดงาม

ก็ขนาดเรา ๆ ท่าน ๆ ลองนั่งรถไปต่างจังหวัดโดยไม่เปิดแอร์ฯ สัก 4-5 ชม.ในวันนี้ เราจะเหนื่อยขนาดไหน ??

ทรงไม่ถือพระองค์ ทรงใกล้ชิดราษฎรของพระองค์









คลิป เหตุผลที่พระเจ้าอยู่หัวรับสั่งแก่สมเด็จพระนางเจ้า ว่า อย่ายืนค้ำหัวประชาชน




แม้ในวันนี้ทั้งสองพระองค์จะไม่ได้มีพระพลานามัยแข็งแรงเหมือนในอดีต แต่ผมกลับยิ่งรักและยิ่งจงรักภักดีต่อในหลวงและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถมากยิ่งขึ้น

ขอทั้งสองพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน สาธุ


ชาวบ้านคนนี้กำลังทอดแหหาปลา ในหลวงเสด็จมาพอดี

-----------------

ล่าสุด เมื่อวันพุธ ที่ 12 สิงหาคม 2558 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นการส่วนพระองค์ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช





-----------------------

พระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ในวีนที่ 14 ตุลาคม 2559 ทรงร่วมในพระราชพิธีเคลื่อนย้ายพระบรมศพในหลวง รัชกาลที่ 9





ทรงพระสิริโฉมงดงามในใจเราคนไทยตลอดไป

ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร พระคู่หมั้น

คลิกอ่าน ลำดับการสืบราชสันตติวงศ์ กว่ารัชกาลที่ 8 จะได้ทรงครองราชย์


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น