วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

วิกฤติพลังงานไฟฟ้าไทย กับนโยบายส่งเสริมการลงทุน







บอกตามตรงผมเสียใจกับข่าวที่ไทยจะเผชิญวิกฤติด้านพลังงานไฟฟ้า ที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายน ที่จะถึงนี้จากการปิดซ่อมท้อแก๊สของพม่า

ผมไม่ได้เสียใจหรือหวาดกลัวว่า ไฟฟ้าจะดับ หรือจะตก แม้บ้านผมอยู่ในโซนที่เสี่ยงต่อไฟดับ ไฟตก ก็ตาม (บ้านผมอยู่เขตลาดพร้าว)

แต่ผมเสียใจที่นักการเมืองไทย รัฐบาลไทยหลายยุคหลายสมัยได้นำพาไทยให้กลายเป็นประเทศที่ไม่มีความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าเข้าแล้ว ทั้ง ๆ ที่ เรามีบริษัทพลังงานอย่าง ปตท. ที่มีกำไรสูงสุดเป็นอันดับที่ 95 ของโลก

แต่กำไรของปตท. กลับกลายเป็นเค้กที่พวกนักการเมืองและคนที่เกี่ยวข้องกับ ปตท. แบ่งเค้กผลประโยชน์กินกันมากกว่าผลประโยชน์จะตกสู่ประเทศไทยและคนไทยอย่างแท้จริง

แม้จะมีพวกควายโง่ ๆ ชอบนำเรืองกระทรวงการคลังถือหุ้น ปตท. 51 % ก็ตาม ใครอ้างเรื่องนี้แสดงว่า โง่มาก ซึ่งผมคงไม่ลงอธิบายให้พวกโง่รู้เรื่องอีก เพราะมันโง่เสียเวลาสอนเปล่า ๆ

คลิกอ่าน เค้กปล้นชาติ ของปตท.

-----------------

โรงไฟฟ้าชุมชน

จริงๆ แล้วไทยเรามีทรัพยากรมากมายที่สามารถแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้าได้ นอกเหนือจากแหล่งงานพลังงานเช่นน้ำมัน และแก๊ส ที่ถูกพวกนายทุนและนักการเมืองคว้าไปเสวยสุขกันไปแล้ว

นั่นคือเศษซากวัสดุทางการเกษตรต่างๆ เช่น ฟางข้าว แกลบ กากอ้อย และอื่นๆ มากมาย ที่สามารถนำไปแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้า โดยโรงงานไฟฟ้าชีวมวล

หรือขยะในชีวิตประจำวัน ที่มีมากมายในทุกชุมชน ทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ทุกตำบล ทุกหมู่บ้าน ก็สามารถนำขยะไปแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าได้ทั้งสิ้น

ด้วยการสร้างโรงไฟฟ้าชุมชุนพลังงานชีวมวล โรงไฟฟ้าชุมชนพลังงานขยะ ก็สามารถทำให้แต่ละชุมชุนแก้ปัญหาขยะและได้พลังงานไฟฟ้าไปด้วย โดยใช้เทคโนโลยีที่สะอาด เช่นจากญี่ปุ่น ที่สามารถสร้างโรงไฟฟ้าชุมชนที่สะอาดด้วยการดูแลจัดการของคนในชุมชนเอง อย่างไม่ก่อให้เกิดมลพิษในสิ่งแวดล้อม

แต่รัฐบาลไทยทุกยุคกลับไม่ส่งเสริมในเรื่องโรงไฟฟ้าชุมชุนอย่างจริงจัง แม้รัฐจะส่งชาวบ้านไปดูงานในต่างประเทศเกี่ยวกับเรื่องนี้หลายครั้งก็ตาม แต่พอจะสร้างโรงไฟฟ้าชุมชนขึ้นมาทีไร สุดท้ายก็จะมีกลุ่ม NGO ที่ในหลวงทรงเคยเรียกว่า พวกโง่ มายุยงชาวบ้านให้ออกมาคัดค้านโรงไฟฟ้าชุมชนในที่สุด (ว่ากันว่ามี NGO หลายกลุ่มคือพวกรับเงินจากต่างชาติเพื่อขัดขวางความเจริญของไทยก็มีอยู่เยอะ)

นั่นเพราะภาครัฐไม่ส่งเสริมให้ชาวบ้านดูแลจัดการโรงไฟฟ้าเอง แต่รัฐบาลกลับไปให้นายทุนต่างถิ่นเข้ามาสร้างโรงไฟฟ้า ซึ่งพวกนายทุนต่างถิ่นก็ไม่เคยจริงใจต่อชุมชน จึงมักสร้างโรงไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ก่อให้เกิดมลภาวะเป็นพิษแก่สิ่งแวดล้อมและชุมชนขึ้น

ดังที่ผมเคยเขียนในบทความเรื่อง ปัญหาโรงไฟฟ้าจากขยะ และโรงไฟฟ้าชีวมวล ว่าปัญหาแท้จริงเกิดจากอะไร ทำไมประเทศไทยถึงไม่มีโรงไฟฟ้าแบบนี้ให้ทั่วประเทศ

-----------------------

นโยบายส่งเสริมการลงทุน อีกตัวการวิกฤติไฟฟ้าไทย

เราจะเห็นมาตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา รัฐบาลไทยพยายามส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติให้เข้ามาลงทุนสร้างโรงงานอุตสาหกรรมในไทยมากมาย และสิ่งหนึ่งที่คนไทยเราลืมคิดกัน ก็คือ

ยิ่งมีการสร้างโรงงานอุตสาหกรรมมากเท่าไหร่ ประเทศไทยก็ต้องจัดหาพลังงานไฟฟ้ามากมายเพื่อรองรับโรงงานอุตสาหกรรมเหล่านี้

พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดในประเทศ 42% หมดไปกับการผลิตในภาคอุตสาหกรรมขนาดกลางและใหญ่

นักลงทุนที่มาสร้างโรงงานอุตสาหกรรมในไทย ให้ค่าจ้างแก่คนไทย แต่คว้ากำไรส่วนใหญ่ออกนอกประเทศ ซ้ำ มีหลายโรงงานทิ้งมลภาวะไว้ในประเทศไทยให้คนไทยรับกรรมต่อไป 

นายทุนไทยที่ร่วมทุนกับนักลงทุนต่างชาติรวยอื้อ แต่ประโยชน์เล็กน้อยจากค่าแรงให้คนไทยส่วนใหญ่ไป

ผมขอถามหน่อยว่า แล้วประเทศไทยเราสามารถสร้างโรงไฟฟ้าง่ายๆ ได้ในทุกที่หรือไม่ ?

คำตอบคือ ไม่!! การสร้างโรงไฟฟ้าขนาดกลางและขนาดใหญ่ ก็จะต้องมีคนในชุมชนออกมาต่อต้านคัดค้านมากมาย เพราะกลัวเรื่องมลภาวะเป็นพิษในชุมชน

แต่คนไทยที่ออกมาต่อต้านโรงไฟฟ้า ก็ชอบที่จะใช้ไฟฟ้าทั้งทุกคน มันแปลกไหม ?

ในเมื่อประเทศไทยมีปัญหาในเรื่องสร้างโรงไฟฟ้า ก็เลยทำให้ไทยเราต้องหันไปซื้อพลังงานไฟฟ้าจากต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะจากลาว

----------------------

โรงไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ

หรืออย่าง โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำจากเขื่อน ที่เป็นพลังงานไฟฟ้าที่ถูกที่สุด และไม่ก่อให้เกิดมลพิษในสิ่งแวดล้อม ก็จะมีคนออกมาต่อต้านการสร้างเขื่อนมากมาย ด้วยข้ออ้างที่ว่า เขื่อนทำลายป่าไม้

ทั้งๆ ที่ ถ้าในวันนี้ประเทศไทยไม่มีเขื่อนหลายแห่ง ป่านนี้คนไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ ก็จะไม่มีน้ำกินน้ำใช้ น้ำอุปโภคบริโภค หรือมีน้ำเพื่อการเกษตรอย่างในทุกวันนี้หรอกครับ

และไอ้พวกโง่ หรือ NGO ทั้งหมดส่วนใหญ่เสวยสุขในกรุงเทพฯ แทบทั้งสิ้น

เขื่อนทั้งหมดในไทยตอนนี้ กินพื้นที่ป่าไม้จริงๆ ไม่ถึง 1 % จากป่าของไทยที่เคยมีอยู่เมื่อ 60 ปีที่แล้ว

และเขื่อนก็ไม่ได้สร้างได้ทุกที่ ทุกแห่งตามใจชอบ มันต้องมีภูมิประเทศเอื้ออำนวยเท่านั้นจึงจะสร้างเขื่อนได้

เชื่อหรือไม่ ? ต่อให้ประเทศไทยไม่เคยสร้างเขื่อนเลยสักเขื่อน ป่าไม้ในประเทศไทยก็ต้องหมดไปอยู่ดี เพราะปัญหาป่าไม้ไทยสูญสิ้นเกือบทั้งหมดไม่ได้เกิดจากการสร้างเขื่อน แต่เกิดจากคนไทยเลวๆ และการบังคับใช้กฎหมายที่อ่อนแอ และนักการเมืองนายทุนที่มีอำนาจในการสั่งชาวบ้านทำลายป่าต่างหากครับ

เพราะไม่มีนายทุน และนักการเมืองท้องถิ่นคนไหน เดินถือเลื่อยเข้าไปตัดไม้เองหรอก มีแต่จ้างชาวบ้านให้ไปตัดไม้ในป่าให้ทั้งนั้น

แต่กฎหมายไทยไม่กล้าลงโทษชาวบ้านที่รับใช้นายทุนค้าไม้ให้รุนแรง เพราะอ้างว่า ชาวบ้านแค่รับจ้างมาตัดเท่านั้น และสุดท้ายก็ไม่สามารถสาวไปถึงนายทุนและนักการเมืองที่สั่งตัดไม้ทำลายป่าได้สักที

ที่สำคัญ พวกNGO ชั่วๆ ต่อต้านกฎหมายที่มีบทลงโทษรุนแรง พวกNGO ไม่ต้องการให้ลงโทษคนตัดไม้รุนแรง แต่พวกNGOกลับออกมาต่อต้านการสร้างเขื่อน สุดท้ายเขื่อนก็สร้างไม่ได้ และป่าไม้ไทยก็หมดไป เพราะไม่มีใครเกรงกลัวกฎหมายลงโทษการตัดไม้ทำลายป่า

ในขณะที่ประเทศลาว กำลังจะสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อขายไฟฟ้าให้ไทย เวียตนาม เขมร และจีน อีก 20 เขื่อน !!

แล้วพวก NGO ต่อต้านเชื่อนเสร็จ พวกมันก็กลับไปเสวยสุขใน กทม.กันต่อไป และรับเงินต่างชาติขัดขวางไม่ให้ไทยมีพลังงานไฟฟ้าราคาถูกจากเขื่อน และไทยต้องไปซื้อน้ำมันและแก๊สจากต่างชาติมาผลิตไฟฟ้าแทน

โดยเฉพาะ ปตท. คือผู้ผูกขาดการขายแก๊สและน้ำมันให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยทั้งหมด แถม ปตท. ขายแก๊สและน้ำมันให้การไฟฟ้าฯ ในราคาที่แพงกว่าราคาตลาดโลกด้วยซ้ำ พวกคุณเคยรู้กันหรือไม่?

และสุดท้ายเมื่อ ราคาแก๊สและน้ำมันที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยต้องซื้อจากปตท. ในราคาแพง ภาระราคาต้นทุนไฟฟ้าที่แพงก็จะตกมาที่ประชาชนคนไทยอยู่ดี

เจ็บปวดไหมครับ ?

แล้วที่ไทยเราต้องไปซื้อแก๊สจากพม่านั้น จริงๆ แล้วคนไทยไม่ได้ประโยชน์เท่ากับนักการเมืองและนายทุนการเมืองเขาได้หรอกครับ !!

ที่สำคัญ ไทยเราพึ่งพาแก๊สในการผลิตไฟฟ้ามากเกินไป มากถึง 68 % จากวัตถุดิบในการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด

ทำไมรัฐบาลไทยถึงปล่อยให้ประเทศไทยต้องไปพึ่งพาแก๊สมากเกินไปขนาดนี้ ทำไมรัฐบาลไทยไม่ให้ประชาชนพึ่งพาตนเองในการผลิตไฟฟ้าใช้เอง ?

---------------------------

ช่วงพม่าหยุดส่งแก๊ส ไทยจะซื้อน้ำมันเพิ่มขึ้น

โปรดทราบ พม่าหยุดส่งแก๊สคราวนี้ จะมีผู้ได้กำไรมหาศาลจากการนำเข้าน้ำมันเพื่อผลิตไฟฟ้ามากขึ้นแน่นอน และค่าไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นจากต้นทุนการผลิตสูงขึ้นแน่นอน

เพราะพลังงานคือกำไร ที่หอมหวลของพวกนักการเมืองและนายทุนการเมืองนั่นเองครับ

--------------------------

พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์

เมื่อหลายวันก่อน สว.รสนา บอกว่า รัฐบาลไทยคิดจะสร้างโรงงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งสว.รสนา ติงว่า นั่นมีต้นทุนสูงกว่า ส่งเสริมให้บ้านเรือนประชาชนแต่ละหลังมีโซล่าเซลติดตั้งบนหลังคาในแต่ละบ้าน ซึ่งจะมีต้นทุนถูกกว่า อย่างเช่นที่ญี่ปุ่นได้ส่งเสริมให้บ้านเรือนประชาชนติดแผงโซล่าเซล มากกว่าสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงขนาดใหญ่

แต่รัฐบาลไทยกลับไม่ชอบที่จะส่งเสริมให้ประชาชนผลิตไฟฟ้าในบ้านได้เอง !!

เพราะรัฐบาลและนายทุนไม่ได้ประโยชน์และกำไรมาก เหมือนปล่อยให้ ปตท. ขายวัตถุดิบในการผลิตไฟฟ้าแก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ

-----------------------

พลังงานไฟฟ้าจากแก๊สชีวภาพ

พวกมูลสัตว์จากคอกปศุสัตว์ จะได้แก๊สมีเธน ซึ่งสามารถนำแก๊สพวกนี้นำมาผลิตไฟฟ้าได้เช่นกัน แต่รัฐบาลก็ไม่สนับสนุนให้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง

หรือน้ำเสีย ก็ทำให้เกิดแก๊สมีเธนได้เช่นกัน เราสามารถนำน้าเสียมาผลิตไฟฟ้าได้เช่นกัน แต่รัฐบาลไทยก็ไม่สนับสนุนเรื่องเหล่านี้ ? เพราะอะไร ?

ผมขอเขียนสั้นๆ ว่า เพราะผลประโยชน์จากการขายไฟฟ้ามันมีคนได้ผลประโยชน์เยอะ หากให้ประชาชนผลิตไฟฟ้าเองได้ แล้วกำไรก็ไม่ตกถึงมือพวกนักการเมืองและนายทุนการเมืองมากๆ เหมือนเดิมน่ะสิครับ


------------------------

สุดท้ายผมขอทิ้งท้ายด้วยคลิปละ 10 นาที 2 คลิปนี้ ของมูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค

เพื่อความเข้าใจเพิ่มขึ้นครับ ว่าทำไมรัฐบาลไทยมันถึงได้ต้องการให้ประชาชนจน นักการเมืองและนายทุนการเมืองรวย ?

เรามาดูความเลวของรัฐบาลไทย เกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้า !!











ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น