วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2556

ปัญหาโรงไฟฟ้าจากขยะและโรงไฟฟ้าชีวมวล ที่ทำให้คนไทยไม่ยอมรับ






ความจริง ปัญหาขยะกองโตเป็นภูเขา กำจัดไม่หมด จริงๆ แล้วขยะกำจัดไม่ยากหรอกครับ นั่นคือ การสร้างโรงไฟฟ้าจากการเผาขยะ โดยให้เลียนแบบจากญี่ปุ่น ที่เขาทำได้ครบวงจร และไม่เกิดมลพิษเลย

แต่ไฉน โรงไฟฟ้าแบบนี้กลับไม่ค่อยเกิดขึ้นง่ายๆ ในเมืองไทย ?

หรือแม้กระทั่งโรงไฟฟ้าชีวมวล ที่เกิดจากการเผาเศษวัชพืช เศษขยะจากการเกษตร เช่น ฟาง แกลบ ชานอ้อยที่เหลือจากการเก็บเกี่ยว และอื่นๆ อีกมากมาย

แล้วทำไม โรงไฟฟ้าชีวมวล จึงไม่ค่อยเกิดขึ้นในเมืองไทยง่ายๆ เช่นกัน ?

-----------------

ขยะที่เกิดในกรุงเทพ ไปถึงเตาเผาขยะ ส่วนใหญ่ก็เผาทิ้งไปเฉย ๆ ไม่ได้แปรเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าเลย เสียไปเปล่าประโยชน์ พอ กทม. จะทำเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานขยะแบบเดียวกับที่ญี่ปุ่นใช้ ก็จะมีกลุ่มชาวบ้านออกมาคัดค้านไม่เห็นด้วย เพราะเกรงมลภาวะเป็นพิษ

คิดดูถ้า กทม. มีโรงไฟฟ้าจากขยะแบบที่ญี่ปุ่น จะได้ทั้งไฟฟ้า ได้ทั้งกำจัดขยะ ได้ทั้งผงคาร์บอนหรือขี้เถ้าที่ได้จากการเผาขยะ แล้วนำขี้เถ้าเหล่านี้เอาไปถมทะเลกรุงเทพฯ ด้านบางขุนเทียน ที่กำลังถูกน้ำทะเลรุกคืบกัดเซาะ

ก็เท่ากับว่า แค่มีโรงไฟฟ้าจากขยะจะได้ช่วยคืนแผ่นดินให้กรุงเทพฯ ด้วยมันจะดีขนาดไหน ?

หรือแม้แต่ในหลายจังหวัด ที่จะมีโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล เพื่อจะได้นำเศษวัสดุการเกษตรมาผลิตไฟฟ้า ดีกว่าให้ชาวบ้านเผาทิ้งจนเกิดมลภาวะกันเอง แบบที่เราเห็นเป็นข่าวเป็นประจำนั้น

แล้วสาเหตุที่โรงไฟฟ้าทั้ง 2 แบบ ล้วนก็เกิดขึ้นได้ยาก สาเหตุทั้งหมดมาจากอะไรรู้ไหมครับ ?

------------------------

เพราะชาวบ้านไม่ไว้ใจข้าราชการ ไม่ไว้ใจรัฐบาล รวมทั้งไม่ไว้ใจนักลงทุนสร้างโรงไฟฟ้า จนมันเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกลงในสังคมไทยมานานแล้ว

สาเหตุก็เพราะ ข้าราชการคอรัปชั่น ร่วมมือกับนักลงทุน ไม่จริงใจต่อประชาชนและประเทศชาติ ปากบอกว่าจะสร้างโรงงานที่ไม่ก่อมลภาวะเป็นพิษ จะสร้างโรงงานที่ทันสมัยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

แต่สุดท้าย ชาวบ้านก็มักจะโดนหลอกเหมือนเดิม ทำให้พอรัฐบาลคิดจะสร้างโรงไฟฟ้า หรือโรงกำจัดขยะเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าที่ใดก็ตาม ก็มักเกิดกระแสต่อต้านจากชาวบ้านในพื้นที่อยู่เสมอ

แต่เรื่องราวทำนองนี้ไม่มีเกิดขึ้นกับประเทศญี่ปุ่นเลย นั่นเพราะข้าราชการญี่ปุ่นไม่คอร์รัปชั่น นักลงทุนก็ไม่เห็นแก่เงินจนลดต้นทุนการประกอบการ จนนำมาซึ่งมลภาวะเป็นพิษต่อชุมนุม

ผมเคยเห็นข่าวโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ปล้อยมลพิษทำลายสิ่งแวดล้อมมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ระบบราชการไทยทำได้แค่ตักเตือน ปิดโรงงานชั่วคราวเพื่อให้แก้ปัญหา และพอโรงงานกลับมาเปิดกิจการอีก ก็กลับมาทำลายสิ่งแวดล้อมอีกเหมือนเดิม วนเวียนกันแบบนี้ไม่รู้จบ

ผมยังไม่เคยเห็นเจ้าของโรงงานที่ทำลายสิ่งแวดล้อมสักโรงงานเดียว ต้องติดคุก หรือต้องจ่ายค่าเสียหายราคาสูงให้ชาวบ้านที่เดิอดร้อนเลยจริง ๆ สักราย

เมื่อกฎหมายเอาผิดคนทำชั่วมันห่วยแตก ประชาชนก็คือผู้รับเคราะห์ ด้วยการตายผ่อนส่งฟรี ๆ

นี่แหละคือรากเหง้าของปัญหาสิ่งแวดล้อมไทย

----------------------

หากข้าราชการไม่คอร์รัปชั่น นักลงทุนก็จะไม่กล้าทำผิดเรื่องสิ่งแวดล้อมง่าย ๆ

โรงไฟฟ้าจากพลังงานทางเลือก ทั้งโรงไฟฟ้าจากขยะ และโรงไฟฟ้าจากชีวมวล ที่ไม่ต้องใช้น้ำมัน หรือ่ถ่านหินในการผลิตกระแสไฟฟ้า ถ้ามีได้ทุกจังหวัดหรือแทบทุกตำบล คิดดูประเทศไทยเราจะดีขึ้นขนาดไหน

ปัญหาขยะก็ได้รับการแก้ไข ปัญหาชาวบ้านเผาวัสดุทางการเกษตรกันเองจนเกิดปัญหามลพิษหมอกควันก็จะหมดไปด้วย เพราะได้นำขยะเหล่านี้ไปแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าแทน แถมราคาถูกด้วย

แต่ที่มันเกิดได้ยาก เพราะรัฐบาลไทย ข้าราชการไทยมันห่วย จนชาวบ้านไม่กล้าไว้ใจนั่นเองครับ





ในเมื่อไฟฟ้านับวันต้องใช้มากขึ้น ยิ่งรัฐบาลชอบให้นักลงทุนมาตั้งโรงงานมากขึ้น ไทยเราก็ต้องจัดหาพลังงานไฟฟ้ามารองรับมากขึ้น

แต่พอจะสร้างโรงงานไฟฟ้าทีไร มันก็จะมีกระแสชาวบ้านออกมาต่อต้านเสมอ

ผมถามง่ายๆว่า ถ้ามีโรงงานไฟฟ้าจากขยะ ไปตั้งที่พื้นที่ใด ทำไมไม่ให้คนในพื้นที่นั้นเขาได้ใช้ไฟฟ้าฟรี หรือมีส่วนลดพิเศษสำหรับค่าไฟฟ้า เพื่อเป็นการตอบแทนพวกเขาบ้างล่ะครับ ??

ในเมื่อชาวบ้านเขาคิดว่า เขามีแต่เสียกับเสีย ก็ไม่มีชาวบ้านที่ไหน เขาอยากจะได้โรงไฟฟ้าไปตั้งในหมู่บ้านเขาหรอกครับ จริงไหม

-------------

สาเหตุที่ลึกกว่าที่คิด !!

และสาเหตุที่เราอาจคาดไม่ถึง นั่นก็คือ พวกนักการเมืองและพวกข้าราชการที่ได้ผลประโยชน์จากการที่ ปตท. ขายแก๊สให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิต พวกมันจะคอยขัดขวางการเกิดโรงไฟฟ้าจากพลังงานขยะ และโรงไฟฟ้าชีวมวล

รวมไปถึงพวกนักการเมืองที่ไปส่งเสริมให้พม่าขายแก๊สให้ไทย พวกนี้กลัวตัวเองจะเสียเงินใต้โต๊ะที่พม่าจ่ายให้ทั้งทางตรงทางอ้อม จึงพยายามปลุกปั่นคนไทยให้หวาดกลัวโรงไฟฟ้าชีวมวลและโรงไฟฟ้าจากพลังงานขยะ

-----------------------

วิธีแก้ปัญหาคือ

รัฐควรส่งเสริมให้ชาวบ้านได้เรียนรู้ศึกษาระบบโรงงานไฟฟ้าเหล่านี้ และรัฐบาลก็ลงทุนให้ชาวบ้านได้ดูแลบริหารจัดการโรงไฟฟ้าเหล่านี้ด้วยตัวพวกเขาเอง นี่แหละคือการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด

ที่เรียกว่า "โรงไฟฟ้าขยะชุมชน" แก้ปัญหาขยะในท้องที่ และ "โรงไฟฟ้าชีวมวลประจำตำบล" แก้ปัญหาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร

เพราะชาวบ้านเขาย่อมไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมที่ๆ พวกเขาเกิดเขาอาศัยหรอก


คลิกอ่าน วิกฤติพลังงานไฟฟ้าไทย กับนโยบายส่งเสริมการลงทุน





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น