วันพุธที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2557

1 สิทธิ 1 เสียงของคนเท่ากันหรือไม่ ?







คือพวกบ้าประชาธิปไตยแบบติ้นเขิน จะหลงเชื่อมายาคติที่ว่า การเลือกตั้ง คือ ประชาธิปไตย และ 1 สิทธิ 1 คนนั้นเท่ากัน

ที่จริงแล้วความเชื่อนั้นก็ไม่ได้ว่าผิด แต่มันก็ไม่ใช่ว่าจะถูกไปซะทีเดียว

นั่นเพราะประชาธิไตยที่คนไทยหลงใหล มันใช้หลักความเท่ากันในเชิงปริมาณ แต่มันกลับไม่เท่ากันในเชิงคุณภาพ


ตัวอย่างเช่น ธนบัตรใบละ 1 ดอลล่าห์ กับ ธนบัตรใบละ 20 บาท ก็มีจำนวน 1 ใบเท่ากัน แต่มูลค่าของเงินไม่เท่ากัน

สมองของไอน์สไตน์ กับสมองของยิ่งลักษณ์ ก็มี 1 สมองเท่ากัน แต่คุณภาพสมองนั้นไม่เท่ากัน

คนเราก็เช่นกัน แม้จะมี 1สิทธิ 1เสียงเท่ากัน แต่ระบบความคิดเพื่อช่วยประโยชน์ส่วนรวม หรือความมีจิตเพื่อสาธารณะของแต่ละคนกลับไม่เท่ากัน

ถามว่า ถ้าคุณเชื่อว่า ไม่ว่าจะยากดีมีจน หรือจะการศึกษาน้อยหรือสูง หรืออายุจะมากหรือน้อย ก็มีความเท่าเทียมกันในการมี 1สิทธิ 1เสียง

ผมขอถามกลับว่า ถ้างั้นทำไมเราไม่ให้เด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี มีสิทธิเลือกตั้งด้วยเล่า

เพราะผมว่า เด็กไทยจำนวนมากฉลาดกว่ายิ่งลักษณ์ด้วยซ้ำ จริงไหม ? มีเด็กไทยจำนวนมากที่มีคุณธรรมสูงกว่าผู้ใหญ่ที่เล่นการเมืองด้วยซ้ำ

แต่เด็กก็ยังไม่ได้รับสิทธิในการเลือกตั้ง ด้วยเหตุที่ผู้ใหญ่คิดเองเออเองแทนเด็กว่า วัยวุฒิ คุณวุฒิ การศึกษา และวุฒิภาวะของเด็กยังน้อยเกินไป

ผมขอบอกว่า การที่ไปห้ามเด็กต่ำกว่าอายุ 18 ปี ยังไม่มีสิทธิเลือกตั้งนั้น นั่นก็เท่ากับว่า คนเราไม่เท่าเทียมกันแล้วล่ะครับ เพราะผู้ใหญ่มากมายมีระบบความคิด และระบบคุณธรรมแพ้เด็กด้วยซ้ำ

ผมกลับคิดว่า เด็กต่างหากที่สมควรมีสิทธิเลือกตั้งยิ่งกว่าผู้ใหญ่ เพราะคนไทยจำนวนมากยิ่งโตยิ่งชั่ว ยิ่งโตยิ่งเห็นแก่ตัวมากขึ้น ในขณะที่เด็กส่วนใหญ่ ผมมีความเชื่อว่า พวกเด็กๆ เขายังมีจิตสาธารณะมากกว่าผู้ใหญ่ด้วยซ้ำ

ฉะนั้นไอ้ตรรกะ 1 สิทธิ 1เสียงของคน ที่อ้างว่าเท่ากันนั้น ผมว่าหลอกตัวเองกันทั้งสิ้น

----------------------

ใจจริง คุณอยากเป็นคนส่วนใหญ่ หรือคนส่วนน้อยล่ะ ?

โลกเรานี้ มีคนจนมากกว่าคนรวย

ถามว่า คุณอยากเป็นคนจน หรืออยากเป็นคนรวย ?

โลกเรานี้ คนโง่มีมาก คนฉลาดอัจฉริยะมีน้อย

ถามว่า คุณอยากเป็นคนโง่ หรืออยากเป็นอัจฉริยะ ?


ที่จริงผมเข้าใจนะว่า หลักการ 1 สิทธิ 1 เสียง ก็มีไว้เพื่อให้คนจน มีเสียงเท่าคนรวย คนเรียนน้อยมีเสียงเท่าคนเรียนสูง คนไม่มีอำนาจมีเสียงเท่าผู้มีอำนาจ

แต่ถามต่ออีกหน่อยว่า แล้วทำไมต้องจำกัดการเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลไทย ด้วยการกำหนดว่า ต้องมีการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ??

แบบนี้ถือว่า เท่าเทียมกันหรือไม่ ?

คนที่ชอบอ้างว่า 1 สิทธิ 1 เสียงของคนเราเท่ากัน คุณคิดว่า คนที่จบปริญญาตรีจะฉลาดทุกคนจริงหรือ ?

และคนที่จบปริญญาตรีทุกคน จะต้องฉลาดกว่าคนที่ไม่จบปริญญาเลย จริงหรือ ?

ฉะนั้น แค่หลักคิดตรงนี้ก็ไม่เทียมกันจริง ๆ อีกแล้วครับ

ตัวอย่างเช่น ผมมั่นใจว่า โน๊ต เชิญยิ้ม น่าจะมีความรู้เรื่องความเป็นไทย เรื่องประเพณีวัฒนธรรมไทยดีกว่ารัฐมนตรีกะทรวงการท่องเที่ยวที่ผ่าน ๆ มาของไทยอีกหลายคนด้วยซ้ำ  ทั้ง ๆ ที่โน๊ต เชิญยิ้ม เรียนไม่จบ ป. 3 ด้วยซ้ำ

หากเราส่งเสริมเรื่อง ปราชญ์ชาวบ้าน ปราชญ์ท้องถิ่น เราก็ไม่ควรจำกัดการเป็นรัฐมนตรีตรงที่จบปริญญาตรีจริงหรือไม่ ?

แล้วถามหน่อย คุณเชื่อหรือว่า คุณภาพคนจบปริญญาตรีในไทย มันมีคุณภาพจริง ๆ เหรอ ? ผมคนนึงล่ะไม่เชื่อ เพราะตั้งแต่ ป.ตรี จน ป.เอก สามารถจ้างทำวิทยานิพนธ์แทนกันได้ทั้งนั้น

ผมเคยเจอพวกจบปริญญาตรีมากมายโง่สุด ๆ เยอะแยะ ที่จบมาได้เพราะวิ่งเต้นอาจารย์ ลอกข้อสอบเพื่อน จ่ายใต้โต๊ะ จนกระทั่งมีคำพูดที่ว่า ขอเพียงคุณจ่ายเงินครบ รับรองเรียนจบแน่นอน

หรือกรณี บก.ลายจุด ที่ถือว่าเป็นพวกกลุ่มแดงอุดมการณ์ บก.ลายจุด ก็บอกเองว่า ตนนั้นไม่ได้จบปริญญาตรี และเรียนไม่จบ ม.6 ด้วยซ้ำ (บอกในรายการเจาะข่าวเด่น)

ผมว่า บก.ลายจุด ฉลาดกว่าแกนนำแดงและรัฐมนตรีจากเพื่อไทยหลายคน แต่ บก.ลายจุด ก็ไม่มีสิทธิเป็นรัฐมนตรี เพียงเพราะ บก.ลายจุด ไม่จบปริญญาตรี

-----------------------

ชาวสวนยางมีจำนวนน้อยกว่าชาวนามาก แต่รายได้จากยางพารากลับทำรายได้เข้าประเทศมากกว่าการขายข้าว

แล้วถามว่า นโยบายของพรรคเพื่อไทยหมดเงินในโครงการจำนำข้าวไปร่วมๆ 1 ล้านล้านบาท ขาดทุนชิพหายวายป่วง นี่คือนโยบายเพื่อความเท่าเทียมกันในอาชีพเกษตรกรหรือไม่ ?

พวกที่ชอบอ้างว่า 1สิทธิ 1เสียงเท่ากันตอบมา ?

ผมว่า ประชาธิปไตยไทยหลายครั้งกลายเป็นว่า คนส่วนใหญ่กำลังรังแกคนส่วนน้อยมากกว่านะ

เรื่อง 1 สิทธิ 1 เสียง เท่ากันนั้นมันพูดไม่จบหรอกครับ เอาเป็นว่า ใครอยากเข้าใจอะไร ๆ อีกหลายอย่างมากกว่านี้

ผมแนะนำไปอ่านบทความสัก 3 เรื่อง

กรณีตัวอย่างประชาธิปไตยเหี้ย ๆ

เมื่อประชาธิปไตย ไม่เท่ากับ การเลือกตั้ง

ต้องมีหัวใจประชาธิปไตย ถึงจะเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง


ที่จริงมีคำอธิบายอีกมากมายหลายบทความ แต่ผมว่า เอาแค่ 3 บทความนี้ก็พอมองออกมากขึ้นแล้วครับ

--------------------------

ทองคำมูลค่า 100 บาท ไม่เท่ากับทองคำหนัก 100 บาท

นี่คือตัวอย่างของคนที่อ่านไม่ได้ศัพท์จับมากระเดียด

เขาเขียนว่า แจกทองคำมูลค่า 100 บาท แต่มีคนไทยจำนวนไม่น้อยกลับตีความว่า ตนเองโดนโกง เพราะตนเองควรจะได้ทองคำหนัก 100 บาท

นี่แหละครับ คนไทย 1 คน 1 สิทธิ นั้นมันไม่เท่ากันจริง ๆ

ก็ขนาดชาวนาในเชียงใหม่ ยังมีอภิสิทธิ์เหนือกว่าชาวนาทุกจังหวัดเลยครับ เชื่อไหม ?

เพราะชาวนาเชียงใหม่จะได้เงินจำนำข้าวก่อนชาวนาทั่วประเทศทุกครั้งไป

-----------------------------

ก่อนจบบทความ ผมจะยกตัวอย่างเพื่อให้คุณเห็นภาพชัดเจนขึ้น

1 สียงของทักษิณ เท่ากับ เสียงของสมาชิกพรรคเพื่อไทยทั้งพรรคหรือไม่ คุณคิดว่าเสียงของใคร หรือ เสียงไหน มีอำนาจจัดการพรรคเพื่อไทยได้มากกว่า ??

ถ้าใครยังตอบไม่ได้ลองอ่านบทความตามลิงค์ข้างล่างต่อไป

คลิกอ่าน เมื่อประชาธิปไตยไทยไม่เท่ากับการเลือกตั้ง





3 ความคิดเห็น:

  1. คิดเหมือนกัน http://chn.ge/sfrg

    ตอบลบ
  2. สงสัยต้องสอบวัดระดับว่า ใครคนไหนควรมีกี่เสียงซีแบบนี้ ฮี่ๆ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ไม่ใช่ครับ บทความนี้กำลังจะอธิบายความว่า บางสิ่ง บางเรื่อง อาจถูกต้องในบางที่บางแห่ง แต่อาจไม่ถูกต้องเสมอไปในบางแห่ง ทั้งหมดต้องพิจารณาหลายองค์ประกอบครับ

      ลบ