แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วรเจตน์ กฎหมาย เลือกตั้ง กกต. ลาออก เลือกตั้ง บิดเบือน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วรเจตน์ กฎหมาย เลือกตั้ง กกต. ลาออก เลือกตั้ง บิดเบือน แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2557

วรเจตน์ นิติราษฎร์ บิดเบือนกฎหมายเลือกตั้งใส่ร้าย กกต.







ผมได้ดูการแถลงของนิติราษฎร์ กรณีการเลือกตั้ง 2 ก.พ.56 ซึ่งพวกนิติราษฎร์ที่นำโดยนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ ได้ออกมาตำหนิ กกต. ในประเด็นทีว่า ทำไมไม่ขยายการเปิดรับสมัคร สส. ใน 28 เขตภาคใต้ที่ยังไม่มีผู้สมัครออกไปอีก

โดยที่นายวรเจตน์ อ้างว่า กกต.สามารถขยายวันรับสมัครออกไปได้อีก ไม่ได้เป็นอย่างที่ กกต.อ้างว่า ไม่มีกฎหมายรองรับ

-------------------

ก่อนอื่น ขอให้คุณผู้อ่านจำไว้เลยว่า พวกนิติราษฎร์ ต้องการให้มีการเลือกตั้ง 2 ก.พ. ตามที่รัฐบาลต้องการ จึงพยายามหาเหตุผลแบบแถ ๆ มาบิดเบือนหลอกพวกฟายแดงที่นิยมนิติราษฎร์ ให้หลงเชื่อว่า กกต. พยายามเป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาล

นายวรเจตน์ อาศัยความเป็นอาจารย์กฎหมายชื่อดัง พูดไปเรื่อย โดยที่ผู้ฟังหากไม่เปิดดูรัฐธรรมนูญ และพ.ร.บ.เลือกตั้ง ควบคู่ไปด้วย ก็คงหลงเชื่อคำพูดนายวรเจตน์โดยดี

ก็เพราะคนพวกนี้ใจพวกมันอยากจะเชื่ออยู่แล้ว เลยไม่สนใจว่านายวรเจตน์จะบิดเบือนกฎหมายอย่างไร เพราะนายวรเจตน์ใช้โวหารเลี่ยงกฎหมายบางข้อที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายตน แต่ไปยกข้อกฎหมายบางข้อมาอ้างเพื่อตีความเข้าข้างฝ่ายตนแทน

----------------------

ประเด็น เปิดรับสมัคร สส.แบบแบ่งเขตอีกรอบได้ไหม ?

ขอตอบว่า กกต.ไม่สามารถขยายเวลาการรับสมัครเลือกตั้งสส. แบบแบ่งเขตออกไปได้อีก หรือเปิดรับสมัครใหม่ได้อีก ก็เพราะ

ใน มาตรา 7 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาพ.ศ. ๒๕๕๐ได้กำหนดไว้ตามนี้

มาตรา ๗ เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไปแล้ว ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ดังต่อไปนี้
(๑) กำหนดวันรับสมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งต้องกำหนดให้มีการเริ่มรับสมัครไม่เกินยี่สิบวันนับจากวันที่พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใช้บังคับ และต้องกำหนดวันรับสมัครไม่น้อยกว่าห้าวัน

ทีนี้เรามาดูเรื่องเงื่อนไขของเวลากัน

พระราชกฤษฎีกายุบสภาและกำหนดให้มีการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธุ์ 2556 ได้ประกาศใช้ในวันที่ 9 ธันวาคม 2556

หากนับจากวันที่พระราชกฤษฎีกาประกาศใช้ไปไม่เกิน 20 วัน ที่ต้องเปิดให้มีการรับสมัครการเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต กกต. ก็จะต้องเปิดรับสมัครสส.แบบแบ่งเขตไม่เกินวันที่ 29 ธันวาคม 2556

แต่ กกต. ได้ประกาศให้วันที่ 28 มกราคม 2556 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2557 เป็นวันรับสมัครเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตแล้ว (ซึ่งก็ไม่เกิน 20 วันหลังจากพระราชกฤษฎีกายุบสภาประกาศใช้)

ซึ่งระยะเวลาการเปิดรับสมัครก็ไม่น้อยกว่า 5 วันตามที่กฎหมายกำหนดไว้ เพราะวันที่ 28 ธ.ค. 56 - 1 ม.ค.57 ก็เท่ากับ 5 วันพอดี

แต่เมื่อมี 28 เขตในภาคใต้ ไม่มีผู้สมัครเลือกตั้ง กกต.ก็ไม่สามารถเปิดรับสมัคร สส.แบบแบ่งเขตได้อีก เพราะเงื่อนไขของเวลามันครบไปหมดแล้ว

ถ้า กกต. เปิดรับสมัครใหม่อีกรอบ ก็จะเกิน 20 วันหลังพระราชกฤษฎีกายุบสภามีผลบังคับใช้

อธิบายแบบนี้พอเข้าใจไหมครับ ?

-----------------------------------

วรเจตน์ อ้างว่า เมื่อใน 28 เขตภาคใต้ไม่มีผู้สมัคร กกต.ก็ควรใช้กฎหมายในมาตราอื่นมาเทียบเคียงใช้แทน

ซึ่งคือ พ.ร.บ.เลือกตั้งในมาตรา 88 ที่ว่าถ้าผู้สมัครได้คะแนนไม่ถึงร้อยละ20 ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตนั้นๆ ก็ให้ กกต.ประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่ และเปิดรับสมัคร สส.แบบแบ่งเขตใหม่ได้

วรเจตน์มันให้ กกต. เปิดรับสมัคร สส.แบบแบ่งเขตอีกรอบ โดยใช้มาตรา 88 มาเทียบเคียงใช้แทน

ดู ๆ มันทำ วรเจตน์มันพยายามจะแถ ซึ่งมาตรา 88 มันคนละเรื่องกับกรณี 28 เขตภาคใต้ไม่มีผู้สมัครเลย

วรเจตน์มันพูดง่าย เพราะมันไม่ใช่ กกต. เพราะถ้าหาก กกต. ไปเปิดวันรับสมัครใหม่ ก็จะผิด พ.ร.บ.เลือกตั้ง แล้วใครซวยล่ะ ?

แน่นอน กกต. ซวย!! แต่วรเจตน์ ไม่ได้ซวยด้วย

วรเจตน์ มันมีหน้าที่ออกมาบิดเบือนกฎหมายใส่ร้าย กกต. ให้เสื้อแดงโง่ ๆ คล้อยตามและหลงเชื่อเท่านั้น

--------------------

กรณี กกต.ลาออกทั้งหมด

ไอ้วรเจตน์ มันบอกว่า ถ้า กกต. ลาออก ก็ต้องอยู่ทำหน้าที่ต่อไป เหมือนกรณี กกต.อยู่ครบวาระ ต้องอยู่ทำหน้าที่รักษาการต่อไปจนกว่าจะมี กกต.ชุดใหม่มาแทน

ซึ่งนี่คือการตีความแถเข้าข้างฝ่ายตัวเองของวรเจตน์

เพราะในอดีตที่ผ่านมา เคยมี กกต. ลาออกก่อนครบวาระ ก็ไม่เห็นต้องอยู่ทำหน้าที่รักษาการใด ๆ ทั้งสิ้น เช่น กรณีพลเอกศิรินทร์ ธูปกล่ำ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (21 ต.ค. 44 - 15 พ.ค. 45) ลาออกจากตำแหน่งเมื่อ 15 พฤษภาคม 2545 ก็ไม่ได้มาอยู่รักษาการใด ๆ ทั้งสิ้น

เพราะเมื่อไม่มี กกต. ก็สรรหาใหม่ ก็เท่านั้น

แล้วนายวรเจตน์ ก็ยังไปอ้างว่า "ถ้าใคร ๆ นึกลาออกจากหน้าที่ก็ทำได้ตามอำเภอใจ ต่อไปทหารเกณฑ์บอกขอลาออกจากการเป็นทหารเกณฑ์ก็ได้น่ะสิ จริงไหม?"

นายวรเจตน์ มันมั่วอีกแล้ว

เพราะกรณีทหารเกณฑ์นั้น จะนำมาอ้างเทียบเคียงกับอาชีพอื่น ๆ ไม่ได้ เพราะกรณีทหารเกณฑ์เป็นเพียงไม่กี่กรณีเท่านั้นที่กฎหมายบังคับว่า ต้องอยู่ทำหน้าที่จนครบวาระ จะมาลาออกกลางคันไม่ได้ เหมือนที่ผมเคยยกตัวอย่างกรณีกฎหมายการเกณฑ์ทหารในบทความ ตีความรธน. มาตรา 181 ตอน2

แต่อาชีพอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ ไม่มีกฎหมายใดมาบังคับว่าไม่ให้ลาออก หรือหยุดทำหน้าที่ไม่ได้ เพราะนั่นจะขัดหลักการของเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน

ไอ้วรเจตน์ มันอ้างกฏหมายมั่วๆ เพื่อเข้าข้างฝ่ายตนเอง เพราะมันรู้ว่า มีแต่พวกควายเท่านั้นที่ฟังมันและเชื่อมันทันทีโดยไม่สนใจหาข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง

------------------

กรณี กกต. เหลือแค่ 2 คน 

ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา8 ได้กำหนดว่า กกต.ต้องมีอย่างน้อย 3 ใน 4 ของจำนวนกกต.ที่มีอยู่  และต้องไม่น้อยกว่า 3 คน จึงจะทำหน้าที่ได้สมบูรณ์ จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม

ถ้าเกิดกรณี กกต.ลาออกไป 3 คนแล้วเหลือแค่ 2 คนล่ะ ?

ไอ้วรเจตน์ ก็อ้างอีกว่า ถ้ามี กกต.ที่ลาออกไป ก็ต้องอยู่ทำหน้าที่รักษาการต่อไป ห้ามหยุดทำหน้าที่

โถ ๆ ไอ้วรเจตน์นี่มันมั่วจริง ๆ ไม่มีกฎหมายไหนหรอกที่จะมาบังคับว่า คุณลาออกจากราชการไปแล้วก็ต้องอยู่ทำหน้าที่ต่อไป ไม่งั้นจะถูกกฏหมายเรื่องการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่มาเล่นงาน

ไปหามาเลยเคยมีกรณีไหนในประวัติศาสตร์บ้าง ที่อาชีพข้าราชการทั่วไปหรือข้าราชการการเมืองได้ลาออกไปแล้ว และไม่ขอรักษาการต่อไป จะมีกฏหมายมาลงโทษ

ต่อให้อยู่ครบวาระ แล้วกฎหมายกำหนดให้รักษาการต่อก็ตาม กฎหมายก็มาลงโทษไม่ได้ เพราะหน้าที่ตรงนี้มันมีสิทธิรวมอยู่ด้วย

ตัวอย่างเช่น รักษาการนายกรัฐมนตรี แม้รัฐธรรมนูญจะกำหนดให้อยู่รักษาการต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่มาก็ตาม

แต่หากอยากนายกจะลาออกจากรักษาการ ก็ย่อมกระทำได้ เพราะมันคือสิทธิเสรีภาพในการประกอบอาชีพตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด

(อ้างตามรัฐธรรมนูญในมาตรา182 เรื่องความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เช่น 1.ตาย 2.ลาออก)

เมื่อไม่มีรักษาการนายก รองนายกก็รักษาการแทนนายกได้ หรือถ้าลาออกจากรักษาการทั้งหมดรัฐบาลเลย ปลัดกระทรวงก็รักษาการแทนได้เพื่อรอรัฐบาลใหม่ต่อไป

การลาออกจากหน้าที่ ไม่มีบทลงโทษใด ๆ ทั้งสิ้น ทหาร ตำรวจ ก็ลาออกได้ หากไม่อยากทำหน้าที่ต่อไป

เพราะประมวลกฎหมายอาญา เรื่องละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา157  จะบังคับใช้ได้กับเจ้าพนักงานผู้ที่ยังไม่ลาออกจากราชการเท่านั้น 


คลิกอ่าน ความโง่เสื้อแดงกับการเลือกตั้ง2ก.พ.ที่จะเป็นโมฆะ

คลิกอ่าน ความโง่ของเสื้อแดงและนิติราษฎร์ ต่ออำนาจหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ