เคยมีคนเข้ามาแสดงความเห็นทำนองคนกรุงเทพ ขัดขวางความเจริญของคนต่างจังหวัดที่จะมีรถไฟฟ้าเหมือนกับคนกรุงเทพ บ้าง
ผมก็เลยตอบไปตามรูปด้านล่าง

ที่มาคำถามด้านบนมาจากบทความเรื่อง ในหลวงกับเขื่อนแม่วงก์
ตอนนี้มีการนำเสนอข้อมูลว่า ลาวได้เริ่มก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงแล้ว แต่นั่นคือการพูดความจริงไม่หมด
เพราะรถไฟความเร็วสูงของลาวนั้น มีจีนเป็นผู้ร่วมลงทุน70% ส่วนลาวลงทุน30% แล้วมาแบ่งผลประโยชน์กันอีกทีระหว่างจีนกับลาว
(รถไฟความเร็วสูงลาว-จีน มีระยะทาง 420 กม. มูลค่าโครงการ 7 พันล้านเหรียญ)
ที่สำคัญเมื่อจีนลงทุนสร้างและมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของด้วย หากมีปัญหาต้องซ่อมบำรุง จีนก็ต้องร่วมรับผิดชอบซ่อมบำรุงเช่นกัน
(ส่วนรถไฟทางคู่ลาวได้ลงทุน 4พันล้านเหรียญให้บริษัทของมาเลเซียก่อสร้าง)
ในขณะที่โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงของพรรคเพื่อไทยนั้น คิดลงทุนด้วยการกู้เงินมาลงทุนเองทั้งหมด เพื่อหวังคอรัปชั่นเองนั่นแหละ เพราะแค่ค่าบริษัทที่ปรึกษาโครงการก็ปาเข้าไป 6 หมื่นกว่าล้านบาทแล้ว และบริษัทที่ปรึกษาเหล่านั้นก็คงต้องแบ่งเปอร์เซนต์อีก 30 % ให้เจ๊ดอ แหง ๆ
คิดดูแล้วกัน 30 % จากหกหมื่นล้านบาทมันเท่าไหร่แล้ว
ในขณะที่สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์เคยตกลงร่วมทุนสร้างรถไฟความเร็วสูงกับจีน ไทยจะได้ไม่ต้องแบกภาระหนี้เกินตัว แถมลดค่าซ่อมบำรุงรักษาไปด้วย
แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์กลับล้มเลิกวิธีการดังกล่าว เพื่อต้องการกู้เงิน2.2ล้านล้านบาท ที่มีดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้น คือมีดอกเบี้ยอีก 3.3 ล้านบาท แถมต้องจ่ายหนี้ก้อนนี้ไปอีก 50 ปีกว่าจะหมดหนี้ เพราะรัฐบาลลงทุนเองทั้งหมด
การที่จะมีรถไฟฟ้าความเร็วสูงนั้น ส่วนใหญ่หากไม่ใช่ประเทศเจ้าของเทคโนโลยีเอง ก็ควรต้องมีเจ้าของเทคโนโลยีมาร่วมลงทุนด้วยเพื่อลดค่าโสหุ้ยต่าง ๆ ลง
หากลงทุนทำเองทั้งหมด มันเสี่ยงมาก เพราะหากไม่ใช่ประเทศที่รำรวยมหาศาลอย่างสิงคโปร์ ที่ไปร่วมลงทุนกับมาเลเซียแล้วล่ะก็ ค่าโดยสารจะแพงมาก และเสี่ยงขาดทุนมโหฬาร ซึ่งก็คือภาษีของชาติทั้งนั้น
ดูซิ โครงการแอร์พอร์ตลิงค์ของทักษิณ วันนี้ยังหาทางเลิกขาดทุนไม่ได้เลย
ก็อย่างที่ผมเขียนตอบตามรูป ไทยเรามีปัญหาการคอรัปชั่นมาก แค่โหวตในสภากู้ 2.2ล้านล้าน มันยังกดบัตรแทนกันได้
มันเริ่มโกงตั้งแต่ต้นน้ำ ฉะนั้นกลางน้ำ ปลายน้ำ มันต้องยิ่งโกงหนักแน่นอน
คลิกอ่าน ควายแดงอย่าหลงประเด็นรถไฟฟ้าความเร็วสูง
----------------------
เฉพาะเงินลงทุนโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง คิดเป็น 60% จากเงินลงทุน 2.2ล้านล้านบาท
ถ้าไทยทำแค่รถไฟทางคู่ความเร็วสัก 150 กม./ชม. อย่างเดียวให้ทั่วทุกจังหวัด จะได้ประโยชน์มากกว่า ลงทุนน้อยกว่า คุ้มค่ากว่า สร้างรถไฟความเร็วสูงความเร็วมากกว่า 300 กม./ชม. ที่ทำไปเพื่อสนองตัณหานักการเมืองกับนายทุนอสังหาริมทรัพย์
ถ้าอยากรู้ว่านักการเมืองมันฮั้วกับนายทุนอสังหาริมทรัพย์ในเรื่องรถไฟความเร็วสูงอย่างไร ไปอ่านที่บทความด้านล่าง
คลิกอ่าน เศรษฐาใหญ่ยาว จนยิ่งลักษณ์น้ำแตก