วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2561

จากเคยเกลียดพี่เบิร์ด กลายเป็นชอบพี่เบิร์ต ธงไชย ที่สุด







ศิลปินดารานักร้องซุปเปอร์สตาร์อันดับ 1 ของไทย ที่ครองตำแหน่งยอดนิยมของไทยมาอย่างยาวนานเกินกว่า 30 ปีแล้ว จะเป็นใครไม่ได้เลยนอกจาก พี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2561 พี่เบิร์ดมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์

ลองทายเล่น ๆ ซิว่า รูปนี้พี่เบิร์ดหล่อมาก จาก MV เพลงไหน ? (มีเฉลยตอนท้าย)


แต่ก่อนที่ทุกวันนี้ผมจะชื่นชอบพี่เบิร์ด ว่าเป็นนักร้องไทยอันดับ 1 ในใจผมเหมือนที่คนไทยหลาย ๆ คนชื่นชม

ผมเคยไม่ชอบขี้หน้าพี่เบิร์ดมาก่อน อาจไม่ถึงขั้นเกลียด แต่เอาเป็นว่า ไม่ถูกชะตา ไม่ชอบขี้หน้าพี่เบิร์ดเอามาก ๆ เลย

สำหรับ พี่เบิร์ด ได้เริ่มเข้าวงการจากบทตัวประกอบในละครของคุณไก่ วรายุทธ มิลินทจินดา ต่อมาพี่เบิร์ดก็ได้ไปประกวดร้องเพลงเวทีสยามกลการ จนได้รางวัลนักร้องดีเด่น จากเพลงชีวิตคือละคร ตามคลิปนี้



แล้วหลังจากนั้นพี่เบิร์ดก็เริ่มชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก ได้ไปออกในรายการทีวีอยู่เรื่อย ๆ  ซึ่งตอนนั้นพี่เบิร์ดโดดเด่นในการเอนเตอร์เทนผู้ชมในรายการทีวีโชว์และเกมโชว์ต่าง ๆ อย่างมาก พี่เบิร์ดไปออกรายการไหน ก็เป็นที่สนุกสนานเฮฮาประเภท จ้างมาพันแต่เล่นซะหมื่นประมาณนั้น

เมื่อผมมองย้อนเวลากลับไป 30 ปีว่า ทำไมตอนนั้นผมถึงไม่ชอบหน้าพี่เบิร์ด ?

ผมคิดว่า คงเพราะตอนที่พี่เบิร์ดได้เข้าสู่วงการละครไทยอย่างเต็มตัว พี่เบิร์ดได้เล่นเรื่อง บ้านสอยดาว ทางช่อง 7 สี ตอนนั้นพี่เบิร์ดเล่นเป็นตัวร้ายกึ่งพระเอก ในบท ปวุฒิ เด็กที่เจ้าของบ้านสอยดาวเก็บมาเลี้ยง แต่พอ ปวุฒิ โตขึ้น คนในบ้านสอยดาวกลับถูกปวุฒิหักหลัง

คือสำหรับเรื่อง บ้านสอยดาว ผมจะรู้สึกว่า บทเจ้าตะวัน ที่แสดงโดย ศรัณยู วงศ์กระจ่าง เป็นพระเอกน่ะ เพราะผมชอบคุณศรัณยู เป็นทุนเดิม

แต่ความจริงบทปวุฒิ ที่พี่เบิร์ดแสดงนั่นแหละคือ บทที่เด่นที่สุดของเรื่อง

ส่วนละครเรื่องต่อมาในปีเดียวกัน พี่เบิร์ด ได้เล่นเป็นพระเอกเต็มตัว คู่กับนางเอกเบอร์ 1 ช่อง 7 สีในสมัยนั้นคือ มณฤดี ยมาภัย ในเรื่อง พลับพลึงสีชมพู

คือในเรื่องพลับพลึงสีชมพู พี่เบิร์ดแสดงไปก็มักสูบบุหรี่ไปด้วย แบบดูรู้เลยว่า เป็นคนสูบบุหรี่เก่งมาก ผมก็เลยไม่ค่อยชอบบทพระเอกในเรื่องนี้ของพี่เบิร์ดเท่าไหร่นัก

ด้วยเหตุนี้ การเข้ามาในวงการละครไทยยุคแรก ๆ ของพี่เบิร์ด ผมเลยไม่ค่อยชอบใจบทบาทของพี่เบิร์ดนัก (แต่ผมก็ดันดูครบทั้งสองเรื่อง)

ละครพลับพลึงสีชมพู พ.ศ.2527 พี่เบิร์ดมักสูบบุหรี่ในละคร


-------------

เมื่อพี่เบิร์ด ก้าวขึ้นสู่นักร้องอันดับ 1 ของวงการเพลงไทย

ก่อนที่พี่เบิร์ด จะกลายเป็นนักร้องอันดับ 1 ของวงการเพลงไทยนั้น

ก่อนหน้านั้นนักร้องชายอันดับ 1 ของไทยที่ครองความนิยมมาอย่างยาวนานร่วมสิบปี ก็คือ พี่แจ้ ดนุพล แก้วกาญจน์ อดีตนักร้องนำวงแกรนด์เอ็กซ์

ตอนที่พี่เบิร์ด ธงไชย ออกอัลบั้มเพลงชุดแรกคือชุด หาดทราย สายลม สองเรา ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2529 นั้น

ก่อนหน้านั้นช่วงต้นปี พี่แจ้ ดนุพล ก็ออกอัลบั้มเดี่ยวของตัวเองชุดแรกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2529 และถือเป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดของพี่แจ้ นั่นคือ อัลบั้ม ฝันสีทอง ซึ่งมียอดขายถล่มทลายเกินล้านตลับภายในปีเดียว แล้วยังเป็นอัลบั้มแรกของนักร้องเดี่ยวของไทยที่มียอดขายเกินล้านตลับ


อัลบั้มฝันสีทอง ของพี่แจ้ ออกวางแผง ก.พ. 2529
อัลบั้มหาดทรายสายลมสองเรา ออกวางแผง พ.ค. 2529

ตอนนั้นผมยังชื่นชอบพี่แจ้อย่างมาก ว่าเป็นนักร้องชายอันดับ 1 ของไทย

แต่แล้วจู่ ๆ ในปีเดียวกันนั้นช่วงกลางปี กลับมีนักร้องหน้าใหม่มาแรง ชื่อ เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ ได้เปิดตัวอัลบั้มแรกของตัวเองแรงสุด ๆ แรงไม่แพ้อัลบั้มฝันสีทองของพี่แจ้ ขึ้นมาเทียบรัศมีพี่แจ้ ในชื่ออัลบั้มว่า หาดทราย สายลม สองเรา 

โดยในอัลบั้มหาดทรายสายลมสองเรา ของพี่เบิร์ดนั้น มีเพลงด้วยรักและผูกพัน ที่ดังถล่มทลายไปทั่วประเทศ กลายเป็นกระแสจนต้องมีการสร้างภาพยนตร์ไทยเรื่อง ด้วยรักและผูกพัน ขึ้นตามมา โดยพี่เบิร์ด แสดงคู่กับนางเอกละครเบอร์ 1 ในขณะนั้นคือ กาญจนา จินดาวัฒน์



พูดได้เลยว่า ใน พ.ศ. 2529 ช่วงต้นปีถึงกลางปี เพลงแสนรัก ของพี่แจ้ดังสุด ๆ
แต่พอถึงกลางปี พ.ศ. 2529 เพลงด้วยรักและผูกพัน ของพี่เบิร์ด ดังกระหึ่มแจ้งเกิดให้พี่เบิร์ดทันที

คลิปเพลงด้วยรักและผูกพัน เพลงลำดับที่ 2 ในอัลบั้มหาดทราย สายลม สองเรา เพลงแจ้งเกิดของพี่เบิร์ด



ในตอนนั้นผมย่อมจะรู้สึกเชียร์พี่แจ้มากกว่าเป็นธรรมดา เพราะติดตามพี่แจ้มานานเกือบ 10 ปี ผมจึงเหมือนยังมีอคติกับพี่เบิร์ด ธงไชย อยู่กลาย ๆ

แต่คนมันจะเป็นซุปตาร์อันดับ 1 อะนะ ยังไง ๆ ใครก็มาฉุดไม่อยู่

ในช่วงที่พี่เบิร์ด ธงไชย กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 แทนพี่แจ้นั้น เคยมีนิตยสารบางฉบับจับเอาสองคนนี้มาเปรียบเทียบกันว่า ทั้งสองคนมีจุดเด่นแตกต่างกันหรือเหมือนกันอย่างไร

คำตอบคือ แนวเพลงของพี่เบิร์ด มักเป็นเพลงรักแบบอบอุ่น หรืออกหักแบบคิดบวก คือไม่โกรธไม่เกลียดคนรักที่มาหักอก ออกแนวทำใจได้และให้กำลังใจคนฟัง

ในขณะที่แนวเพลงของพี่แจ้ ออกแนวอกหักรักคุด เสียน้ำตามากมายประมาณนั้น

แล้วพี่เบิร์ด ธงไชย ก็ขึ้นมาเป็นนักร้องซุปเปอร์ตาร์อันดับ 1 แทนพี่แจ้ได้ นับจากวันนั้นจนวันนี้ ก็นานร่วม 32 ปีเต็มแล้วล่ะ

โดยในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ก็เคยมีค่ายคู่แข่งของแกรมมี่ คือ ค่ายอาร์เอส ได้สร้างนักร้องคนนึงที่คิดว่าจะเทียบรัศมีพี่เบิร์ดพอได้ นั่นก็คือ อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง

ถึงขนาดมีนิตยสารธุรกิจบางฉบับ จับ 2 คนนี้มาเปรียบมวยกันว่า อริสมันต์ จะแซงหน้าขึ้นเป็นซุปเปอร์สตาร์เบอร์ 1 ของไทยแทนพี่เบิร์ดได้ไหม ทำนองเปรียบเทียบจุดแข็งของแต่ละคน

แต่มาถึงวันนี้ ก็คงรู้คำตอบกันดีอยู่แล้ว

-------------------

เมื่อผมเริ่มชอบพี่เบิร์ดเป็นครั้งแรก

เมื่อพี่เบิร์ด ธงไชย ออกอัลบั้มที่ 2 ในปี พ.ศ. 2530 ชุดสบาย สบาย ซึ่งเป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดของ พ.ศ. 2530 โดยเฉพาะเพลงสบายสบายโด่งดังมาก ดังไปไกลถึงต่างประเทศ มีการนำทำนองไปใส่เนื้อเพลงในหลายภาษาในหลายประเทศ

แถมเพลงสบายสบาย ยังมีเวอร์ชั่นโจ๊ะ ๆ ประกอบภาพยนตร์เรื่อง หลังคาแดง ที่พี่เบิร์ด แสดงนำคู่กับนางเอกจอเงินอันดับ 1 ในตอนนั้นคือ จินตหรา สุขพัฒน๋

โดยในอัลบั้มสบายสบายนั้น ได้มีเพลงเหมือนเป็นคนอื่น ซึ่งเป็นเพลงที่ทำให้ผมรู้สึกเริ่มชอบเพลงของพี่เบิร์ดขึ้นมา ก็เพราะเพลงนี้แหละ



แม้ผมจะชอบเพลงเหมือนเป็นคนอื่น ที่ท่วงทำนองและคำร้องมันไพเราะสำหรับผมก็ตาม แต่ผมก็ยังไม่เลิกมีอคติกับพี่เบิร์ด ก็ยังรู้สึกไม่ค่อยชอบขี้หน้าพี่เบิร์ดอยู่ดี

จนกระทั่งในปลายปี พ.ศ.2530 ปีเดียวกับอัลบั้มสบายสบาย ในวันที่ 1 ธันวาคม 2530 พี่เบิร์ด ได้ออกอัลบั้มในปีนั้นอีกชุด  อัลบั้มมีชื่อว่า รับขวัญวันใหม่

แล้วในวันหยุดยาวช่วงปีใหม่เดือนมกราคม พ.ศ. 2531 ผมได้ไปเที่ยวเชียงใหม่ แล้วได้นอนในโรงแรมแห่งหนึ่ง มีคืนนึงทางโรงแรมได้เปิดเพลงในอัลบั้มรับขวัญวันใหม่ เปิดแบบวนไปวนมาตลอดทั้งคืน

ผมก็นอนเปิดฟังเพลงของโรงแรม ได้ฟังเพลงของพี่เบิร์ดวนไปวนมา จนผมมาสะดุดกับเพลงที่มีชื่อว่า หมั่นคอยดูแลและรักษาดวงใจ

เพลงหมั่นคอยดูแลและรักษาดวงใจ เพลงนี้แหละ ที่ช่วยทำลายกำแพงอคติในตัวผมที่มีต่อพี่เบิร์ดลงจนหมดสิ้น!!

ผมหายสงสัยในความเป็นนักร้องชายเดี่ยวอันดับ 1 ของพี่เบิร์ดที่มาแทนพี่แจ้ ได้อย่างหมดหัวใจเลย

เพลงหมั่นคอยดูแลและรักษาดวงใจ ทั้งคำร้องและทำนอง รวมทั้งเสียงร้องของพี่เบิร์ด ได้ทำให้ผมหลงรักเพลงนี้มากที่สุดมาจนวันนี้ มันช่างไพเราะโดนใจผมซะเหลือเกิน

แล้วหลังจากที่กำแพงแห่งอคติของผมถูกทำลายลง ในคืนวันนั้นผมนอนฟังเพลงของพี่เบิร์ด ไพเราะเสนาะหูทุกเพลงอย่างที่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน



เพลงหมั่นคอยดูแลและรักษาดวงใจ
ศิลปิน : เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์
อัลบั้ม : รับขวัญวันใหม่ (2530)
คำร้อง : นิติพงษ์ ห่อนาค
ทำนองเรียบเรียง : อภิไชย เย็นพูนสุข

เคยมีรายการฉลองครบรอบ 10 ปีจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ เมื่อ พ.ศ. 2536 พี่เบิร์ด เคยเล่าในรายการว่า เพลงที่พี่เบิร์ดชอบมากที่สุด ก็คือ เพลงหมั่นคอยดูแลและรักษาดวงใจ

โดยเหตุผลที่พี่เบิร์ด ชอบ เพราะเนื้อหาเพลงอบอุ่นมาก แล้วมักใช้เป็นเพลงปิดท้ายทัวร์คอนเสิร์ตของพี่เบิร์ดในช่วงเวลานั้นเสมอ

---------------------

กว่าจะได้เสียงร้องเป็นเอกลักษณ์แบบเบิร์ด ธงไชย

ในรายการฉลองครบรอบ 10 ปีบริษัทจีเอ็มเอ็มแกรมมมี่ พี่เบิร์ดเคยเล่าในรายการว่า ตอนที่พี่เบิร์ดกำลังจะออกอัลบั้มแรก ใช้เวลาทำอัลบั้มอยู่นานร่วม 2 ปี เพราะพี่เต๋อ เรวัต พุทธินันทน์ ไม่ยอมให้พี่เบิร์ดร้องผ่านเลยสักเพลง

พี่เต๋อ บอกว่า การร้องของพี่เบิร์ดยังเป็นแนวทางพวกนักร้องเวทีประกวดที่ชอบตะเบ็งเสียงโชว์พาเวอร์ ซึ่งมันยังไม่ใช่สำหรับการที่จะเป็นนักร้องที่จะออกอัลบั้มเพลงเป็นของตัวเอง แล้วถ้าพี่เบิร์ดยังร้องในแนวนักร้องประกวดอยู่ พี่เบิร์ดจะไม่มีทางประสบความสำเร็จในอาชีพนักร้องในระดับแถวหน้าของไทยได้เลย

(ให้สังเกตจากคลิปที่พี่เบิร์ดร้องเพลงประกวดเวทีสยามกลการด้านบน นั่นแหละ แนวนักร้องประกวดที่พี่เบิร์ด เคยติดเป็นนิสัยการร้องเพลง)

ผ่านไปหลายเดือน พี่เบิร์ดก็ยังร้องเพลงได้เสียงที่ยังไม่ถูกใจพี่เต๋อสักที

ช่วงพักการทำอัลบั้มแรก พี่เบิร์ดได้กลับไปค้นหาแนวทางเสียงของตัวเองอยู่หลายวัน

จนเมื่อพี่เบิร์ดทดลองร้องเพลง ฝากฟ้าทะเลฝัน ด้วยเสียงอันอ่อนโยนแต่แฝงทรงพลังในความอ่อนโยนนั้น แล้วส่งเทปที่อัดเพลงฝากฟ้าทะเลฝัน ในเวอร์ชั่นเสียงทดลองล่าสุดไปให้พี่เต๋อลองฟังอีกรอบ คราวนี้แหละได้เป็นที่ถูกใจพี่เต๋อเป็นอย่างมาก

พี่เต๋อ สั่งเลยว่า ขอให้พี่เบิร์ดยึดแนวทางแนวเสียงแบบที่ร้องในเพลงฝากฟ้าทะเลฝัน ครั้งนี้เอาไว้เป็นเอกลักษณ์ของพี่เบิร์ดตลอดไป

แล้วหลังจากนั้นอีกไม่นาน อัลบั้มหาดทราย สายลม สองเรา  อัลบั้มแรกของธงไชย แมคอินไตย์ ก็สำเร็จลุล่วงออกมาได้ในที่สุด

เพลงฝากฟ้าทะเลฝัน เพลงที่พี่เบิร์ดค้นพบแนวเสียงของตัวเอง


-------------------------

MV ที่พี่เบิร์ด ธงไชย หล่อที่สุด คือ เพลงนี้

จากรูปด้านบนสุดของบทความ ผมคิดว่า เป็นช่วงเวลาที่พี่เบิร์ดหล่อสุด ๆ ซึ่งรูปนั้นอยู่ใน MV อัลบั้ม ธงไชยเซอร์วิสพิเศษ ในเพลงก้อนหินกับนาฬิกา 

ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเพลงที่ผมชอบมากในบรรดาเพลงทั้งหมดของพี่เบิร์ด



ตลอดระยะเวลา 30 กว่าปีในวงการบันเทิงและวงการเพลง พี่เบิร์ดได้พิสูจน์แล้วว่า คือขวัญใจมหาชนไทยอันดับ 1 ตัวจริง

พี่เบิร์ด เป็นขวัญใจของคนไทยทุกเพศทุกวัย แม้แต่เด็ก ๆ ก็ยังเรียกพี่เบิร์ด มาตลอด 30 กว่าปี

"ขออวยพรให้พี่เบิร์ดหมั่นคอยดูแลและรักษาดวงใจ ให้แข็งแรงอายุยืนยาวถึง 100 ปีครับ"




คลิกอ่าน เบิร์ด ธงไชย vs สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล คนปีเดียวกัน



วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

รัฐบาลไทยยังโง่กรณีกัมพูชาขึ้นทะเบียนโขนเป็นมรดกโลก







โดนเขมรใช้แผน 2 ชั้นรัฐไทยยังไม่รู้ตัว

คนที่มองตื้น ๆ ก็เฮว่า โขน ไทยได้ขึ้นทะเบียนแม้จะคนละประเภทกับละครโขนของเขมร
.
เขมร มันฉลาดที่ทำให้คำว่า "ละครโขน" เป็นของเขมรคิดเอง เขมรสร้างมาเอง ทั้งที่เดิมเขมรเลียนแบบการแสดงโขนมาจากไทย
.
ทั้งที่แต่ดั้งเดิม โขน มันคือศิลปะการแสดงชั้นสูงประจำชาติไทย ถ้าคนในโลกได้ยินคำว่า โขน เขาย่อมเข้าใจทันทีว่าหมายถึง ศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทย ที่คนไทยคือผู้คิดค้นรูปแบบการแสดงแบบนี้ และเป็น ออริจินอล
.
เหมือนเช่น งิ้ว ก็คือศิลปะการแสดงชั้นสูงของจีน เป็นออริจินอล แม้ว่าต่อมาชาติอื่น ๆ จะนำงิ้วมาแสดงเองในประเทศตัวเองบ้าง แต่คนทั้งโลกต่างยอมรับว่า งิ้ว มีต้นกำเนิดที่จีนแดง

แต่ต่อไปถ้าคนในโลกได้ยินคำว่า โขน เขาอาจจะไม่คิดว่าโขนไทยคือ โขนออริจินอล แล้ว เขาจะเริ่มคิดว่า หรือดั้งเดิมเป็นของเขมรหว่า

และนานวันเข้า ๆ ยิ่งเขมรมีนครวัตนครธมที่เก่าแก่นับพันปีในประเทศเป็นตัวดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างดี  ต่อไปคนในโลกเขาจะค่อย ๆ เริ่มเชื่อไปเองว่า

"อ้อ สงสัย โขน จะมีต้นกำเนิดจากเขมรมาก่อน"
.
สรุปง่าย ๆ คือ ภาครัฐไทยตั้งแต่ยุคจอมพลสฤษดิ์ ก็ยังโง่กว่าเขมรวันยังค่ำ
.
เขมรมันฉลาดที่ขึ้นทะเบียนอ้อม ๆ ไปก่อนในเบื้องแรก แต่ถ้าดูจากพฤติกรรมในโลกโซเชียลของเขมรที่ผ่าน ๆ มา  เราจะเห็นการบิดเบือนมาตลอดว่า โขน เขมรคิดเอง ไทยนั่นแหละที่มาเลียนแบบเขมร

ตัวอย่างความเห็นคนเขมรหลังจากไทยขึ้นทะเบียนมรดกโลก โขน โดยคนเขมรีคนนนี้เขาเชื่อว่า โขน มีต้นกำเนิดมาจากเขมร


ฉะนั้นใครที่ยังหลงโง่หลงปลื้มว่า ไทยขึ้นทะเบียนโขนประเภท 1 ดูมีค่ากว่า

ผมขอบอกเลยว่า ในอีกไม่เกิน 20 ปี คนทั้งโลกเขาจะเชื่อว่า โขนออริจินอล คือ โขนเขมร แน่นอน

ลองนึกภาพตามนะ เช่น ต่อไปที่นครวัตนครธม เมื่อมีการจัดแสดงแสงสีเสียงเมื่อไหร่ จะมีการแสดงโขนร่วมแสดงด้วยทุกครั้ง ต่อไปชาวโลกก็อยากมาดู โขน ที่นครวัตนครธม เพราะมันคือ โขนออริจินอล เขมรจะโฆษณาประชาสัมพันธ์แบบนี้.

ดังนั้น การขึ้นทะเบียน ละครโขน ของเขมรในวันนี้ เจตนาเพื่อประกาศว่า เขมร มีละครโขนเป็นของตัวเอง เขมรคิดค้นโขนเอง ไม่ได้ไปลอกขโมยโขนของชาติอื่นมา เพียงแต่ โขนของเขมรในวันนี้ เริ่มสูญหายสมควรให้โลกช่วยกันอนุรักษ์

โดยเฉพาะ โขนวัดสวาย ของเขมรที่นำไปขึ้นทะเบียนมรดกโลกประเภท 2

แต่เดิมโขนทวาย ก็เป็นโขนที่รับมาจากโขนไทยเช่นกัน เพียงแต่ว่า พอมาในยุคเขมรแดง การแสดงโขนทั่วประเทศกัมพูชาได้หายสาปสูญ คงเหลือโขนที่วัดสวาย เพียงแห่งเดียวที่เหลือรอดมาเท่านั้น
.
การขึ้นทะเบียนโขนสวาย คราวนี้เป็นมรดกโลกที่ควรอนุรักษ์เร่งด่วย เจตนาของเขมร ก็เพื่อจะชูโขนสวายว่า คือ โขนที่เขมรคิดค้นเองแล้วพัฒนาต่อมาเป็นโขนที่สวยงามอลังการในปัจจุบัน ด้วยภูมิปัญญาเขมรเอง

รัฐบาลไทยอย่าโง่ ช่วยส่งครูโขนไปช่วยสอนให้เขมรมันอีกล่ะ รับรองต่อเขมรมันจะเป็นศิษย์คิดล้างครู มั่วเอาโขนไทยไปเป็นของมันเองอีกแน่นอน

----------

ณ เวลานี้ ผมยังขอชื่นชม ลาว กับ พม่า ที่เขายอมรับว่า การแสดงรามายณะของเขาได้รับอิทธิพลโขนมาจากไทย แล้วนำไปปรับเปลี่ยนรูปแบบไปตามแบบฉบับของเขาเอง โดยทั้งสองประเทศเขายังให้เกียรติโขนไทยเป็นออริจินอล ไม่ไปขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก

เช่น โขนของลาว ก็มีรูปแบบคล้าย ๆ โขนไทย แต่ก็พอดูออกว่า มีความแตกต่างกันอยู่บ้าง

กรณีพม่า ถ้าเขาจะขึ้นทะเบียนมรดกโลกการแสดงรามเกียรติ์แบบพม่าบ้าง เขาก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจริง ๆ ท่าร่ายรำและชุดสวมใส่แตกต่างจากโขนโดยสิ้นเชิง และไม่ใช่คำว่า โขน แต่พม่าเขาเรียกว่า ยามะซะตอ

ซึ่งการแสดง ยามะซะตอ ของพม่า ได้รับอิทธิพลจากโขนไทยก็เมื่อครั้ง กรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าในปี พ.ศ. 2310 พม่าได้กวาดต้อนผู้คนจากกรุงศรีอยุธยาเป็นเชลย ชนเหล่านี้มีทั้งเจ้านาย ช่างฝีมือ นักแสดง และนักดนตรีรวมอยู่ด้วย

หลังจากนั้นเป็นต้นมา รามายณะฉบับพม่า จึงรับอิทธิพลจากรามเกียรติ์ของอาณาจักรอยุธยาค่อนข้างสูงผ่านเชลยเหล่านี้ โดยต่อมา พม่าก็เริ่มปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดง ท่าร่ายรำ และเครื่องดนตรีให้เป็นรูปแบบเฉพาะที่เป็นเอกลักษณ์ของพม่าขึ้นมาใหม่ แบบที่เราเห็นในปัจจุบัน

ดูคลิปรามเกียรติ์พม่า 


แต่เขมรเนี่ยลอกเลียนไทยเราแบบเป๊ะ ๆ โดยเฉพาะท่ารำเลย เพียงแต่ว่าฝีมือการตัดชุดวิจิตรสู้ไทยยังไม่ได้เท่านั้นเอง



วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

นาคี 2 หนังไทยเป่านกหวีดเย้ยถิ่นเสื้อแดงอีสาน







นาคี 2 หนังไทยของบริษัท Search Entertainment และช่อง 3  โดยมีผู้กำกับมากฝีมือ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง กำกับการแสดง ได้ทำเงินไป 400 ล้านบาทแล้ว

หนังไทยฝีมือกำกับของคุณพงษ์พัฒน์ เป็นภาพยนตร์ไทยที่ทำรายได้สูงสุดในปีนี้ แถมทำเงินในภาคอีสานมากที่สุดด้วยนะ

ทั้งที่เขาบอกว่า ภาคอีสานเสื้อแดงครองทั้งภาค 555

เมื่อหนังของพวกเป่านกหวีด ทำเงินมหาศาลทั่วประเทศผมรู้สึกสะใจครับ 😁

คุณแดง ธัญญา ภรรยาคุณพงษ์พัฒน์.





จอห์นนี่ แอนโฟเน่ เจ้าของบริษัท Search Entertainment ผู้ผลิตหนังนาคี 2



----------------

งานฉลอง 400 ล้าน นาคี 2 

ล่าสุด คุณอ๊อฟ พงษ์พัฒน์ ดีใจมากจนขอเมียเดินทางมาร่วมงานฉลอง 400 ล้าน นาคี 2

คุณแดง ธัญญา ภรรยา บอกกับสื่อว่า เพราะได้ 400 ล้าน พี่อ๊อฟเลยรีบเดินได้เพราะอยากมาร่วมงานฉลองวันนี้ นี่ถ้าได้ถึงพันล้านเมื่อไหร่ พี่อ๊อฟ จะวิ่งมาร่วมงานฉลองอีกรอบ



#นาคี 2 ภาพยนตร์ที่คนอีสานอุดหนุนเยอะสุด ๆ 😁

---------------------

นิมิตหมายดีแห่งความสามัคคี

จะเสื้อแดง หรือจะเสื้อเหลือง หรือจะพวกเป่านกหวีด ก็ล้วนคนไทยด้วยกัน

ผมว่านะ การที่หนังนาคี 2 ทำรายได้ดีทั่วประเทศแบบนี้ ก็เป็นนิมิตหมายที่ดีว่า ความแตกแยกในสังคมไทยเริ่มลดลงในยุค คสช.

ผมล่ะเกรงจริง ๆ ว่า พอกลับไปมีการเลือกตั้งอีก กลัวคลื่นใต้น้ำ เพราะไม่อยากให้คนไทยต้องแตกแยกเข่นฆ่ากันเหมือนหลายปีที่ผ่านมาเลยจริง ๆ

อย่าให้นักการเมืองเป็นต้นเหตุให้คนไทยต้องแตกแยกกันเอง

ดูง่าย ๆ คนจริงใจต่อประชาชนจะไม่หนีเอาตัวรอดไม่ทิ้งประชาชน



คลิกอ่าน พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ในความทรงจำของผม



วันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

นิยามคำว่า คนดี ที่ผิดเพี้ยนในสังคมเสื่อมศีลธรรม






ตอนนี้สังคมไทยก็ยังชอบคิดผิดเพี้ยนเหมือนเดิม ๆ ว่า

คนรวยที่บริจาคเงินเยอะ ๆ แปลว่า เขาเป็นคนดี

#ยิ่งบริจาคมาก แปลว่า #ยิ่งเป็นคนดีมาก

ทั้งที่คำว่า คนดี แท้จริงแล้ว หมายถึง ผู้ที่ละเว้นการทำชั่วต่างหาก

------------------

คนดี ในความหมายของหลวงพ่อชา สุภัทโท

#ธรรมะหลวงพ่อชา
#คนดีคือผู้ละเว้นความชั่วทั้งปวง

" การไม่กระทำบาปนั้นมันเลิศที่สุด บางคนบางคราว โจรมันก็ให้ได้ มันก็แจกได้ 
แต่ว่าจะพยายามสอนให้มันหยุดเป็นโจรนั้นนะ มันยากที่สุด 
การจะละความชั่วไม่กระทำผิดมันยาก 
การทำบุญ โจรมันก็ทำได้ มันเป็น ปลายเหตุ
การไม่กระทำบาปทั้งหลายทั้งปวงนั้นนะเป็น ต้นเหตุ "





วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561

โรคบ้างาน กับ ภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน







บทความนี้ผมเขียนขึ้นต่อเนื่องจากที่เคยโพสเรื่อง ยาหอมกับโรคหัวใจ ในเพจของผม ซึ่งถ้าใครได้อ่านโพสบนเพจของผมเรื่อง หัวใจวาย กับ ยาหอม แล้ว ก็ข้ามรูปแรกนี้ได้เลยครับ

โพสจาก ใหม่เมืองเอกเพจ


#โรคบ้างาน

จากโพสในเพจเรื่อง #ยาหอม กับ #โรคหัวใจวายเฉียบพลัน ด้านบน

ผู้ที่เจอภาวะโรคหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันนี้ มักจะมีหน้าที่การงานดีแทบทั้งนั้น แต่จะเป็นคนทุ่มเททำงานหนัก และมักจะพักผ่อนน้อยร่วมด้วย ประกอบกับมีความเครียดสูง

คนที่ทำงานหนัก ในที่นี้หมายถึง งานจำพวกใช้ความคิดและเป็นงานไม่ได้ออกแรงกายเยอะ ๆ แล้วยังชอบอดนอน พักผ่อนน้อยสะสม แถมงานมีความเครียดสูง ซึ่งหลายคนอาจเครียดโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

เมื่อสะสมวิถีชีวิตและการทำงานผิด ๆ แบบนี้นานวันเข้า มักเกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลันได้ ทั้งที่หลายคนอาจไม่เคยมีอาการโรคหัวใจแสดงให้รู้ตัวมาก่อนด้วยซ้ำ



ผู้ที่เคยผ่านประสบการณ์อาการหัวใจวายเฉียบพลันและรอดตายมาได้เกือบทุกคน เคยเล่าประวัติตัวเองที่ผ่านมาว่า ตนเองก็มักมีวิถีชีวิตการทำงานที่ใช้สมองอย่างหนัก แถมพักผ่อนน้อยสะสม และงานมีความเครียดสูงทั้งนั้น

บางคนออกกำลังกายเป็นประจำ แต่ก็ยังเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันได้ เหตุเพราะใช้วิถีชีวิตที่ผิด ๆ สะสมมาก่อนนานหลายปีนี่แหละ

ยิ่งถ้ากินชอบอาหารตามใจปาก ได้รับคุณค่าอาหารที่ไม่สมดุล และไม่ค่อยออกกำลังกายด้วยเลย ยิ่งมีความเสี่ยงเกิดโรคหัวใจวายเฉียบพลันได้สูงขึ้น

ถ้าให้ผมเรียงลำดับความสำคัญ ผมยกให้ การนอนหลับพักผ่อนอย่างพอเพียงคือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะต่อให้ทำงานหนัก และเครียดอย่างไร แต่ถ้าได้นอนหลับพักผ่อนเพียงพอทุกวัน (หรือเกือบทุกวัน) ก็มักจะไม่เกิดอาการหัวใจล้มเหลวได้ง่าย ๆ

บางคนคิดว่า ขอทำงานหนักติดต่อกันหลายวันก่อน แล้วค่อยหาเวลานอนหลับยาว ๆ ชดเชย ถ้าทำเช่นนี้เป็นประจำ แบบนี้นี่แหละที่ทำให้ร่างกายล้าสะสมโดยไม่รู้ตัว (ซึ่งจะส่งผลต่อร่างกายในระยะยาว)

ถ้าคนอายุยังไม่เกิน 35 ปี ร่างกายยังหนุ่มยังสาวก็อาจพอทนได้ แต่ถ้าเกิน 35 ปีไปแล้ว แต่ยังใช้วิถีการทำงานที่ผิด ๆ อยู่ แถมนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ อาหารการกินก็ห่วยเพราะตามใจปาก

สักวันอาจเป็นคุณที่มีหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันได้ 💔😨

หมายเหตุ ถ้าในเด็กและวัยรุ่น สำหรับอาการหัวใจวายเฉียบพลัน มักพบในพวกเด็กที่เป็น #โรคติดเกมงอมแงม (คงพอนึกภาพออกนะครับว่าทำไม)

---------

ส่วนพวกอาชีพที่ใช้แรงงานหนัก ถ้าพักผ่อนน้อย ๆ แถมชอบทานเหล้า รวมถึงยังกินอาหารไม่ถูกหลักโภชนาการ

คนพวกนี้มักเกิดอาการอีกแบบที่เรียกว่า ไหลตาย ครับ


คลิกอ่าน มหัศจรรย์ยาหอมไทนคุณค่าที่คุณควรรู้




วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561

พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ในความทรงจำของผม






ตอนผมเด็ก ๆ บริษัท JSL ได้สร้างละครแนวแฟนตาซี เรื่อง เมฆินทร์พิฆาต ในปี พ.ศ. 2528 มี พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง แสดงคู่กับ ธัญญา โสภณ

ผมไม่ได้สนใจที่จะดูละครเรื่องนี้ เพราะละครดันฉายตอนเช้าเสาร์อาทิตย์ทางช่อง 5 หรือช่อง 3 ไม่แน่ใจ ซึ่งตอนนั้นผมดันติดการ์ตูนช่อง 9 เสาร์อาทิตย์

แต่ได้เห็นบ้างแวบ ๆ และจำได้ดีว่า คือ ละครที่ทำให้คุณอ๊อฟกับคุณแดง รักกันมาจนวันนี้

คู่รัก อ๊อฟแดง มีพันธะสัญญาต่อกันว่า ทั้งคู่จะไม่แสดงบทจูบกับดาราคนใดอย่างเด็ดขาด เพื่อรักษาความสัมพันธ์และให้เกียรติความรักของกันและกัน

คุณอ๊อฟ เป็น 1 ใน 2 พระเอกละครในดวงใจของผม ซึ่งพระเอกในดวงใจของผมอีกคนคือ คุณตั้ว ศรัณยู วงศ์กระจ่าง

พระเอกในดวงใจของผมทั้ง 2 คนนี้ เคยแสดงละครด้วยกันในเรื่อง อวสานเซลล์แมน โดยแสดงเป็นพี่น้องกัน ซึ่งเป็นละครที่ดีที่สุดเรื่องนึงของช่อง 3 ในอดีต เป็นละครที่ทำให้ น้องแว่นสาวข้างบ้านผู้น่ารัก นางเอกในเรื่อง โด่งดังเป็นนางเอกเบอร์ต้น ๆ ของช่อง 3 นั่นคือ คุณนก จริยา

--------

ละครที่คุณอ๊อฟ พงษ์พัฒน์ แสดงเป็นพระเอกที่ยังตราตรึงในความทรงจำของผม คือ

เทวดาตกสวรรค์ , ด้วยสองมือแม่นี้ที่สร้างโลก , แก้วกลางดง

ส่วนที่คุณอ๊อฟ แสดงเป็นตัวร้าย ที่ผมชอบที่สุดคือบท เสือโหย โจรโรคจิต ในละครเรื่อง โปลิศจับขโมย ละครที่แจ้งเกิดนางเอกในดวงใจของผมคือ เชอรี่ เข็มอัปสรณ์

-------

ตอนคุณอ๊อฟ ออกอัลบั้มเพลง หรือที่เรียกว่าออกเทปชุดแรก เคนมีคนดูถูกว่า เสียงคุณอ๊อฟเหมือน เสียงหมาเยี่ยวรดสังกะสี ซึ่งตอนนั้นผมก็เห็นด้วยกับคำดูถูกนี้นะ คือ ไอ้คนด่าเนี่ย (ซึ่งเป็นสื่อคนนึงในวงการ) มันก็ช่างเปรียบเปรยซะจริง ๆ เล้ย 5555

แต่ที่ไหนได้ ไอ้เสียงหมาเยี่ยวรดสังกะสี คนนี้แหละ ที่กลายเป็นตำนานร็อคเกอร์คนนึงของวงการเพลงไทย

อ้อ ! ที่เห็นคุณอ๊อฟชอบใส่กางเกงยีนส์ตัวใหญ่ ๆ เวลาร้องเพลง

แต่คุณอ๊อฟบอกว่า ภายใต้กางเกงยีนส์นั้น คุณอ๊อฟ ไม่เคยใส่กางเกงใน เพราะใส่แล้วมันจะคัน 555



รูปละครเมฆินทร์พิฆาต จากเว็บพันทิป

สรุป ที่คุณอ๊อฟ พงษ์พัฒน์ ป่วย เขาเรียกว่า อัมพฤกษ์

ซึ่งเป็นผลพวงมาจากโรคความดันสูงของคุณอ๊อฟ ที่เป็นอยู่ ซึ่งลูกสาวคุณอ๊อฟเล่าว่า พ่อไม่ค่อยทานยารักษาความดัน

โรคความดันสูงอันตรายกว่าที่คิดนะครับ อย่าประมาท

กรณีคุณอ๊อฟนี่ยังดีที่เป็นไม่มาก ยังคล้าย ๆ กรณีโจอี้ บาซู คือ ต้องกายภาพ แล้วจะค่อย ๆ ดีขึ้น จนกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมได้ แต่จะประมาทอีกไม่ได้ไปตลอดชีวิต

โรคความดันสูงเนี่ย ต้องระวังเรื่องอาหาร ต้องไม่ทานรสชาติเข้มข้น รสจัด เพราะมักมีความเค็มแฝงในอาหารเยอะ รวมทั้งผงชูรสแฝงในอาหารก็น่ากลัว

บางคนเป็นโรคความดันสูง แต่ไม่เชื่อหมอ แถมยังดื่มเหล้า ก็พาให้เส้นเลือดแตกในสมองตายมานักต่อนักแล้ว

แล้วต้องทานยาควบคุมความดันให้สม่ำเสมอตามหมอสั่ง ห้ามขาดยา

เพราะทุกครั้งที่ความดันสูง นอกจากเส้นเลือดในสมองที่มีความเสี่ยงแล้ว #ไต ก็จะค่อย ๆ เสื่อมลงเรื่อย ๆ ถ้าคุมความดันสูงไม่อยู่ครับ

โรคความดันสูงถ้าไม่เส้นเลือดสมองแตกตายก่อนก็จะมีไตวายเป็นจุดหมายปลายทาง

#ขอให้คุณอ๊อฟหายไวๆเพื่อกลับมาสร้างสรรค์ผลงานดีๆให้แฟนๆต่อไปครับ ขอบคุณ

#ใจนักเลง

--------------------

คุณอ๊อฟ ป่วยแบบคนมีบุญ

นับตั้งแต่ที่คุณอ๊อฟ พงษ์พัฒน์ ป่วยจากอาการเส้นเลือดตีบในสมองในช่วงหลายวันที่ผ่านมา

ไอ้พวกล้มเจ้ามันตามด่าตามแช่งคุณอ๊อฟ พงษ์พัฒน์ ในหลายเว็บ พร้อมทั้งยกคลิปเก่าที่คุณอ๊อฟ พูดว่า ถ้าใครไม่รักพ่อก็ออกจากบ้านพ่อไป ซึ่งทั้งที่มันก็เป็นคำพูดที่ใช้ได้กับลูกทุกคน คือ ถ้าลูกคนไหนไม่รักพ่อ ก็แค่ย้ายออกจากบ้านไป จริงมะ

การพูดในวันนั้น คุณอ๊อฟ ไม่ได้เอ่ยชื่อใครหรือเจาะจงถึงใคร แต่ไอ้พวกวัวสันหลังหวะ มันดันเดือดร้อนไปเอง

แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้คุณอ๊อฟ ดีวันดีคืน ตามรูปจากเฟสของเลขานุการส่วนพระองค์ในพระองค์โสม ฯ




คุณอ๊อฟ ถึงจะป่วยก็ป่วยแบบ คนมีบุญ คือ มีลูกเมียที่รักคอยดูแลใกล้ชิด มีคนให้กำลังใจมากมายทั้งประเทศอย่างอบอุ่น ครับ

จากรูป ชายหญิงที่ยืนด้านขวามือของคุณอ๊อฟคือลูกสาวและลูกชายของคุณอ๊อฟ

--------------

ปิดท้ายบทความด้วยละครสั้น ที่ดัดแปลงจากเรื่องสั้นเรื่อง ฆาตกรรมจากก้นครัว ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช

นำแสดงโดย สินจัย เปล่งพานิช



คลิปละครเรื่องนี้เจตนานำเสนอเกี่ยวกับภัยแฝงที่อยู่ในอาหารการกินรสชาติเข้มข้น รสจัดจ้าน

คลิกอ่าน บทเรียนราคาแพงของ วีเจจ๋า กับคำว่า เมียน้อย 2018



วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

พฤติกรรมผิด ๆ ของแม่ตอนตั้งครรภ์ ทำให้ลูกเสี่ยงเป็นโรคอ้วนง่ายขึ้น







เมื่อวันเสาร์ที่ 21 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา ช่อง 7 สี ได้นำสารคดีต่างประเทศชุด เซลล์ มหัศจรรย์แห่งชีวิต (HUMAN LIFE OUR AMAZING CELLS) มาออกอากาศตอน 04.11 น.

ในสารคดีพูดถึงการปฏิสนธิของมนุษย์ทุกคนว่า มีขั้นตอนต่าง ๆ อย่างไร หลังจากที่อสุจิเข้าไปในมดลูดของแม่ได้แล้ว

แต่ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดของสารคดีชุดนี้ซึ่งเป็นผลของการวิจัยค้นคว้าของนักวิทยาศาสตร์ต่างประเทศ ที่ผมสนใจอยากจะนำมาแชร์ต่อก็คือ

สารคดีเขาได้พูดถึงว่า นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบสาเหตุที่แม่มีส่วนทำให้ลูกที่กำลังจะเกิดขึ้นมากลายเป็นเด็กที่มีความเสี่ยงเป็นโรคอ้วนได้มากขึ้น หากในระหว่างตั้งครรภ์แม่มีพฤติกรรมเสี่ยง

ซึ่งพฤติกรรมเสี่ยงของแม่ ที่ทำให้ลูกที่อยู่ในครรภ์จะกลายเป็นคนที่มีความเสี่ยงเกิดโรคอ้วนง่ายหลังจากเกิดมาแล้ว นั่นก็คือ

ในระหว่างการตั้งครรภ์ แม่กินอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตน้อยเกินไป

การที่ปัจจุบันนี้ ผู้หญิงจำนวนมากกลัวการบริโภคอาหารประเภทแป้ง หรือคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป เหตุเพราะกลัวจะอ้วน

จึงทำให้เวลาผู้หญิงที่กลัวอ้วนจากการบริโภคอาหารประเภทแป้ง จึงมักกินแป้งน้อยลงในระหว่างการตั้งครรภ์ไปด้วย แล้วไปบริโภคอาหารประเภทโปรตีนมากขึ้นแทน

ซึ่งผลจากการที่แม่ทานอาหารประเภทแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตน้อยลงมากในระหว่างตั้งครรภ์นั้น ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรหัส DNA ในสายสะดือของลูก เพราะกลไกร่างกายของลูกเกิดการเข้าใจผิดว่า ขณะนี้โลกภายนอกกำลังขาดแคลนอาหาร กำลังแห้งแล้ง โลกกำลังขาดแคลนพืชอาหาร หรือแปลว่า โลกในตอนนั้นมีอาหารน้อย พืชผลบนโลกตอนนั้นกำลังขาดแคลน

เหตุเพราะ อาหารประเภทแป้ง หรือคาร์โบไฮเดรต เป็นสารอาหารที่ได้จากพืช

-----------------


ดังนั้นเมื่อแม่ทานอาหารประเภทแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตน้อยลงมากผิดปกติ ทำให้ร่างกายส่งสัญญาณไปเปลี่ยนแปลงรหัส DNA ของลูกให้เกิดการปรับตัวเพื่อเอาชีวิตรอดหลังจากเกิดขึ้นมาบนโลก (ที่กำลังขาดแคลนอาหาร)

ด้วยการสั่งให้เซลของเด็กคนนั้นจะเปลี่ยนสารอาหารประเภทแป้งที่ได้รับมาน้อยนิดจากแม่ ให้กลายเป็นไขมันได้ง่ายขึ้น

ดังนั้น ทารกที่ได้รับสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตน้อยมากระหว่างอยู่ในครรภ์มารดา ก็จะเกิดมาเป็นเด็กที่อ้วนง่าย กลายเป็นคนที่สามารถเปลี่ยนแปลงสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตให้เป็นไขมันสะสมในร่างกายได้ง่าย  เพื่อการอยู่รอดในโลกที่กำลังขาดแคลนอาหาร

เหตุเพราะแม่กินอาหารประเภทแป้งน้อยมากในระหว่างตั้งครรภ์ ทำให้ร่างกายของลูกถูกกลไกของร่างกายหลอกว่า โลกกำลังขาดแคลนอาหาร โลกกำลังแห้งแล้งไม่มีพืชมากพอเพื่อเป็นอาหาร


-------------------

สรุปท้ายบทความ

การที่ปัจจุบันนี้ เราเห็นเด็ก ๆ เป็นโรคอ้วนกันง่าย หรือผู้ใหญ่ในยุคปัจจุบันเป็นโรคอ้วนกันง่าย ทั้ง ๆ ที่พยายามงดหรือลดอาหารประเภทแป้งกันมากแล้ว แต่ก็ยังอ้วนง่ายอยู่ดี

สาเหตุสำคัญที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบก็คือ เพราะแม่กลัวการทานอาหารประเภทแป้งมากเกินไปในระหว่างตั้งครรภ์ เพราะแม่กลัวอ้วนเกินจึงทำให้แม่ทานสารอาหารต่าง ๆ ไม่สมดุล ด้วยการทานแป้งน้อยเกินไป และทานโปรตีนสูงทดแทน

เมื่อแม่กินอาหารประเภทแป้งน้อยมากในระหว่างตั้งครรภ์ จึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับ DNA ของลูกเพื่อความอยู่รอด ด้วยการกลายเป็นคนที่เปลี่ยนแปลงสารอาหารประเภทแป้งให้เป็นไขมันสะสมได้ง่ายขึ้น


กรุณาดูคลิปนี้เพื่อเปลี่ยนความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการทานอาหารประเภทแป้งน้อยมากของแม่ในระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งจะทำให้ลูกเกิดมาเป็นคนที่เป็นโรคอ้วนง่าย





วันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2561

ความกลัวคือเหตุจูงใจให้ธนาคารยกเลิกค่าธรรมเนียมผ่าน app






สาเหตุที่ธนาคารยกเลิกค่าธรรมเนียมธุรกรรมผ่านแอพ

ผมล่ะขำ ที่ผู้คนตื่นตกใจข่าวที่ธนาคารใหญ่หลายธนาคารยกเลิกค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมการเงินผ่านแอพของธนาคาร

คือผมรู้อยู่แล้วว่า ยังไง ๆ ก็ต้องถึงวันที่ธนาคารต้องทำเยี่ยงนี้ นั่นคือ กลยุทธ์ชิงเชือดเนื้อตัวเองก่อนเพื่อรักษาฐานลูกค้าเก่าไว้

เพราะอะไร ธนาคารต้องรีบทำเช่นนี้ ?

คุณผู้อ่าน จำข่าวเก่าเมื่อเดือนที่แล้วได้ไหม ที่มีข่าวลือว่า ต่อไป ธปท. อาจจะอนุมัติให้เซเว่นเป็นธนาคารได้ (สุดท้ายยังเป็นแค่ Banking agent เพราะยังมีการกีดกันขัดขวางการเกิดธนาคารเซเว่นอยู่)

ซึ่งถ้าในต่างประเทศเขามี 7-11 bank ไปแล้ว (ดูกรณี ธนาคาร 7-11 ของญี่ปุ่น ที่ https://bit.ly/2GkC0BQ )

นี่แหละครับ คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ธนาคารไทยเริ่มขาสั่น กลัว 7-11 จะยึดธุรกรรมการเงินทุกช่องทางมากขึ้น

ถามว่า แล้วคนที่ไม่มีบัญชีเงินฝากในธนาคาร หรือขี้เกียจไปธนาคารล่ะ ถ้าเขาอยากใช้เงินดิจิตอลผ่านสมาร์ทโฟนบ้างล่ะ เขาจะทำไง ?

เขาก็โหลดแอพ True Money Wallet มาไว้บนมือถือซะ ซึ่งสามารถใช้กับเบอร์มือถือของทุกค่าย

เพียงเท่านี้ คุณก็จะทำธุรกรรมต่าง ๆ ผ่าน true money wallet ได้ทั้งหมด แถมสามารถโอนเงินจากธนาคารทุกธนาคารผ่านแอพทรูนี้ได้เหมือนกัน




ผมสรุปง่าย ๆ คือ ธนาคารไทยทุกธนาคารกำลังกลัวเซเว่นอีเวลพเว่นมากที่สุด เพราะเซเว่น ฯ เข้าถึงง่ายกว่า

เราซื้อทุกอย่างได้ที่ 7-11 แต่เราซื้อน้ำเปล่าสักขวดที่ธนาคารยังไม่ได้เลย จริงมะ ?

ธนาคารทยอยปิดสาขา แต่เซเว่นกลับยิ่งเปิดสาขา

แวะเติมเงินเข้าแอพที่เซเว่นก็ง่าย หรือซื้อบัตรเติมเงินทรูแล้วกลับมาเติมเข้าแอพเองก็ได้ หากเราไม่มีบัญชีในธนาคาร




ลองนึกถึงพวกอาชีพที่ไม่มีเงินเดือนประจำสิ เขาจะใช้บริการทางการเงินที่ไหนจะสะดวกที่สุด ?!

ถ้าคุณเคยโหลดแอพทรูมันนี่วอลเลทมาใช้ คุณจะเข้าใจที่ผมอธิบายว่า แอพนี้ทำได้มากกว่าแอพของธนาคารเสียอีก

ยิ่งถ้า true money wallet ฟรีทุกค่าธรรมเนียมได้เมื่อไหร่ แอพํของธนาคารหนาวแน่


จ่ายบิลค่าน้ำค่าไฟ ค่าทางด่วน ผ่านแอพทรูมันนี่ ฟรีทุกค่าธรรมเนียม


----------

เมื่อสองวันก่อนมีข่าว ร้านค้าที่ติดเครื่องรูดบัตรสวัสดิการคนจน จะขอคืนเครื่อง เพราะกลัวว่าถ้าขายดีมาก ๆ รัฐจะให้ร้านค้านั้น ๆ ต้องเข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข่าวนี้บอกถึงอะไร ?

แล้วบริการ prompt pay ที่ผูกติดกับบัตรประชาชนผ่านบัญชีธนาคารและเบอร์มือถือ

นี่ก็ทำคนกลัวเรื่องข้อมูลรายได้ของตัวเองจะรั่ว กลัวจะเสียสิทธิคนจน กลัวรัฐรู้ว่าตัวเองรวย กลัวต้องจ่ายภาษีเงินได้ประจำปีให้รัฐ

ดังนั้นต่อไป โครงการ พร้อมเพย์ ที่รัฐสนับสนุนอาจจะไปไม่รอด อีกทั้งพร้อมเพย์ไม่สามรรถจ่ายบิลค่าน้ำ ค่าไฟ และอื่น ๆ ได้

ทีนี้คุณผู้อ่านพอคิดต่อได้แล้วใช่ไหมว่า ที่จริงธนาคารกลัวอะไร ?!

ผมบอกเลยว่า ถ้าซีพีจะทำกิจการการเงินผ่าน true และ 7-11 จริง ๆ ธนาคารไทยทุกธนาคารจะเริ่มอยู่ยากมากขึ้นทุกวัน

------

ธนาคารไทยร่วมกันเอาเปรียบดอกเบี้ยกับคนไทย

เฟด หรือธนาคารกลางสหรัฐ ฯ เขาได้ประกาศเพิ่มดอกเบี้ยเงินฝากถึง 1.5 % แล้ว และว่าจะทยอยประกาศขึ้นดอกเบี้ยอีก 3 ครั้งในปีนี้

แต่คนไทยยังก้มหน้ารับกรรมกับดอกเบี้ยเงินฝากต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินฝากที่สหรัฐ ฯ ต่อไป

คนไทยเราเจอธนาคารไทยจ่ายดอกเบี้ยเงินฝากต่ำ แต่คิดดอกเบี้ยเงินกู้สูง ส่วนต่างของดอกเบี้ยเงินฝากกับดอกเบี้ยเงินกู้ ต่างกันมากเกินไป

นี่คือการร่วมกันเอาเปรียบประชาชนของบรรดาธนาคารไทย

ลองดูอัตรากำไรของทุกธนาคารที่เพิ่มมากขึ้นทุกปีสิ รวยเอา ๆ แต่กลับร่วมกันกดดอกเบี้ยเงินฝากให้ต่ำลง ๆ แต่กินดอกเบี้ยเงินกู้และค่าธรรมเนียมเงินกู้ยุบยับ (โดยมี ธปท. ร่วมฮั้วผ่านนโยบายดอกเบี้ย)

ดังนั้น ผมจึงชอบที่ตอนนี้ธนาคารไทยกำลังกลัว CP และ 7-11 มากขึ้น

ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่ที่การวิ่งเต้นกีดกันเซเว่น ฯ ของพวกธนาคารผ่านนโยบายของ ธปท.
.
สมรภูมิทางการเงินยังอีกยาวไกล
ยิ่งดุเดือดประชาชนยิ่งได้ประโยชน์
.
หมายเหตุ เคยลือกันว่า ซีพีอยากจะซื้อกิจการธนาคารแลนด์แอนด์เฮาส์(หรือธนาคารเล็ก ๆ สักธนาคาร) เพื่อหาทางเลี่ยงนโยบายกีดกันธนาคาร 7-11 ของ ธปท.




วันอาทิตย์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

เขาทราย แกแล็คซี่ ผิดศีลข้อ 3 อย่างไม่สะทกสะท้าน







เขาทราย แกแล็คซี่ อดีตแชมป์เปี้ยนมวยโลกขวัญใจชาวไทย ได้แต่งงานใหม่เป็นครั้งที่ 3 และมีลูกกับเมียใหม่แล้วถึง 2 คน โดยที่ยังไม่ได้หย่าขาดกับภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย (ทั้งที่มีลูกกับภรรยาคนนี้ 1 คน)

(เมีย หมายถึง เมียที่ยังไม่จดทะเบียนสมรส
ภรรยา หมายถึง เมียที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายแล้ว)

ประเด็นสำคัญคือ คุณ "ฟ้า" ภรรยาที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายของเขาทราย ยังไม่ยอมจดทะเบียนหย่ากับเขาทราย แต่เขาทรายได้หมดรักภรรยาแล้ว

แต่เมื่อภรรยาไม่ยอมหย่าให้

เขาทราย เลยตัดสินใจทิ้งภรรยาเพื่อไปแต่งงานกับผู้หญิงคนใหม่ ตามคำสัมภาษณ์ของเขาทราย ในรายการคลับฟรายเดย์ ดังนี้

“แล้วก็มามีความรักครั้งใหม่กับคนไทย อยู่กันมานานมาก 20 ปี มันก็หวานอมขมกลืน ก็เลยบอกเลิกเขาแต่เขาไม่ยอมเลิก แล้วก็ไม่ยอมหย่าให้ด้วย ทั้งๆ ที่เราก็ห่างกันแล้วนะ จนเรามาปิ๊งคุณหนึ่ง ภรรยาคนปัจจุบันของเรา เมื่อไม่ยอมหย่าเราก็แต่งกับคนนี้ซะเลย”

“แต่ตอนนั้นภรรยาเก่าเขาไม่รู้นะ เราบอกเขาว่าไปงานอีเวนต์ เตะบอลกับเพื่อนๆ แต่พอเราแต่งงานกับคุณหนึ่งแล้ว เราก็ยกทุกอย่างให้ภรรยาเก่าไปหมดเลย คือมาอยู่กับคุณหนึ่งผมมาแต่ตัวกับหัวใจจริงๆ คุณหนึ่งเป็นภรรยาที่สมบูรณ์แบบที่สุด และเป็นแม่ที่น่ารักของลูกๆ ด้วยครับ” เขาทราย แกแล็คซี่ กล่าว

-----------------------

สรุปสั้น ๆ คือ เขาทราย ยังไม่ได้หย่ากับภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่หนีไปแต่งงานกับผู้หญิงคนใหม่



ประเด็นตรงนี้ ถ้าในทางหลักพุทธศาสนา ถามว่า เขาทรายได้กระทำผิดศีลข้อ 3 หรือไม่ ?

ศีลข้อ 3 คือ ห้ามประพฤติผิดในกาม

ในกรณีของเขาทราย ไปแต่งงานกับหญิงอื่น ทั้งที่ภรรยายังไม่ยอมหย่านั้น คล้ายกับกรณีของผู้หญิงคนนึงได้ถามคุณดังตฤณ ไว้ตามนี้ครับ


ผู้หญิงถามว่า "ได้บอกสามีว่าต้องการหย่าอย่างชัดเจน แล้วออกมาอยู่ข้างนอกโดยไม่ได้ติดต่อเค้าเลย เพียงแต่เค้ายังไม่ยอมหย่ากับเรา ถ้าเราจะไปมีคนอื่น อย่างนี้จะผิดไหมคะ ?"

คุณดังตฤณ ได้ตอบว่า

" ในยุคสมัยที่คนเราเท่าเทียมกันโดยกำเนิด ฝ่ายใดบอกเลิก ตั้งใจเด็ดขาด และประพฤติตนตามที่เลิก ถือว่าเป็นสิทธิอันชอบธรรมครับ แม้อีกฝ่ายไม่ยินยอม ก็เป็นเรื่องของเขา

อย่างไรก็ตาม หากมีพันธะผูกพันตามกฎหมาย เป็นสามีภรรยาที่จดทะเบียนกัน อันนี้กลายเป็นอีกเรื่องแล้ว

ใบทะเบียนสมรสหรืองานแต่ง มีอิทธิพลทางใจสูงกว่าข้อตกลงด้วยปากเปล่า เป็นการประกาศอย่างเป็นทางการว่า เป็นเจ้าของกันและกัน

ซึ่งเป็นที่ทราบกันทั่วโลกว่า ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงจะต้องไม่นอกใจกัน มีกันและกันเป็นคู่นอนเพียงหนึ่งเดียว เกิดข้อตกลงว่า จะ ‘ให้สิทธิ์ครอบครอง’ กันและกัน"



--------------------

ดังนั้นสรุปก็คือ เขาทราย แกแล็คซี่ รวมทั้งเมียใหม่ของเขาทราย ได้กระทำผิดศีลข้อ 3 ด้วยกันทั้งคู่ 

โดยในส่วนฝ่ายชายคือ เขาทราย ได้นอกใจภรรยา โดยภรรยาไม่ยินยอมพร้อมใจที่จะหย่าขาดให้ เท่ากับภรรยาของเขาทราย ยังมีสิทธิอันชอบธรรมในตัวของเขาทราย ที่จะไม่ยินยอมให้เขาทรายไปมีผู้หญิงอื่น

ส่วนเมียใหม่ของเขาทราย ก็ผิดศีลช้อ 3 เช่นกัน คือ แย่งสามีของคนอื่นมาเป็นผัวของตัวเอง ครับ

คือเมียใหม่ของเขาทราย ได้อ้างว่า ไม่รู้ว่าเขาทรายยังไม่ได้หย่า เพราะตอนแต่งงานกับเขาทราย ก็คิดว่า เขาทรายเลิกกับภรรยาแล้ว เพราะเขาทรายเคยบอกว่า เลิกกันแล้ว ก็เลยเชื่อเขาทราย

แต่ได้มารู้ภายหลัง ๆ จากแต่งงานไปแล้วว่า ความจริงเขาทรายยังไม่ได้จดทะเบียนหย่ากับภรรยา แต่สุดท้ายเมียใหม่ก็ยังเลือกที่จะอยู่กินกับเขาทรายต่อไป ทั้งที่เขาทรายยังไม่ได้หย่ากับภรรยา

ผมขอสรุปในส่วนของเมียใหม่ของเขาทราย ก็คือ เมื่อรู้ว่าเขาทรายยังไม่ได้หย่า ก็ยังจะขออยู่กินกับเขาทรายต่อไป ก็เข้าข่ายเป็นเมียน้อยที่แย่งสามีคนอื่นอยู่ดีครับ จึงถือว่า ผิดศีลข้อ 3 เช่นเดิม 

ส่วนในเวลาต่อมา ครอบครัวใหม่ของเขาทรายจะมีความสุขดีหรือไม่

ผมไม่ขอวิจารณ์ต่อ เพราะมันนอกเหนือประเด็นเรื่องผิดศีลข้อ 3 หรือไม่ ตามที่ผมต้องการนำเสนอครับ

ที่สำคัญคือ ณ เวลานี้ มันเป็นการพูดข้างเดียวของเขาทรายกับเมียใหม่เท่านั้น

ส่วนใครสนใจรายละเอียด คำสัมภาษณ์ของเขาทรายในเรื่องนี้ ก็ดูได้ตามคลิปฉบับเต็มนี้ครับ



คลิกอ่าน ค่านิยมผู้หญิงจำนวนมากส่งเสริมผู้ชายผิดศีล



วันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2560

วาจาสิทธิ์ ของ พี่ตูน บอดี้สแลม






ในเวลาที่ผมเขียนบทความนี้ คือช่วงเวลาที่คนไทยร่วมกันเชียร์และส่งเงินบริจาคและแรงใจเพื่อพี่ตูน บอดี้สแลม วิ่งจากยะลาไปถึงเชียงรายในโครงการก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาล ให้สำเร็จ

ผมคงไม่ต้องเท้าความอะไรมาก เพราะทุกท่านก็คงรู้ข่าวพี่ตูนกันอยู่แล้ว เพราะมีข่าวออกทุกสื่อทุกวัน

ในช่วงที่พี่ตูนวิ่งได้เกินครึ่งทางนั้น ก็ได้มีกลุ่มเพื่อนนักเรียนสวนกุหลาบรุ่น 115 ของพี่ตูน จากเพจ OSK115 ได้นำรูปถ่ายเก่าของพี่ตูนมาประมูลเพื่อนำเงินไปสมทบบริจาคกับโครงการก้าวคนละก้าว ตามนี้





โดยเนื้อหาสำคัญในโพสดังกล่าวคือ

รูปถ่ายขนาดโปสการ์ด ของนายอาทิวราห์ คงมาลัย ตอนมัธยมปลาย (พร้อมด้วยลายเซ็นเวอร์ชั่นแรกๆ) เมื่อครั้งที่เพิ่งเริ่มตั้งวงดนตรีกับเพื่อนๆ ในนาม “วงละอ่อน” ซึ่งถือเป็นจุดกำเนิดการเริ่มต้นเดินทางบนสายดนตรีของผู้ชายคนนี้ "ตูน บอดี้สแลม" ร็อคสตาร์มหาชนของเมืองไทย และเป็น "พี่ตูน" ขวัญใจลูกเด็กเล็กแดง, คนเฒ่าคนแก่ และคนไทยทั้งประเทศในปัจจุบัน

เจ้าของรูปเล่าให้ฟังว่า 20 ปีที่แล้ว ได้รับรูปถ่ายมาจากมือพี่ตูน (แบบงงๆ) ก่อนไปประกวดฮอตเวฟมิวสิคอวอร์ด พร้อมวาทะเด็ด "เอาไปเก็บไว้ก่อน เพราะอีกหน่อยเราจะดัง แล้วจะไม่มีเวลาเอามาให้แบบนี้”


รูปถ่ายด้านบนถูกประมูลไปที่มูลค่า 5 แสนบาท




---------------------

วาจาสิทธิ์ ของพี่ตูน

คำพูดของพี่ตูนก่อนมอบรูปถ่ายให้เพื่อน ที่ว่า "เอาเก็บไว้ก่อน เพราะอีกหน่อยเราจะดัง แล้วจะไม่มีเวลาเอามาให้แบบนี้"

ณ เวลานั้น เพื่อนคนนั้นอาจคิดว่า พี่ตูนแค่พูดเล่น ๆ ฮา ๆ กับเพื่อน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็ได้พิสูจน์แล้วว่า คำพูดดังกล่าวนี้ของพี่ตูนได้กลายเป็นความจริง

วงละอ่อน ชนะเลิศการประกวดวงดนตรีฮอทเวฟฯ ครั้งที่ 1
ต่อมา พี่ตูนและวงบอดี้สแลม กลายเป็นวงร็อคอันดับ 1 ของไทยในปัจจุบัน

ซึ่งการที่คำพูดที่กลายเป็นจริง โดยเฉพาะเรื่องที่ยิ่งใหญ่และทำได้ยากสำหรับคนทั่วไป แต่มันกลายเป็นจริงสำหรับพี่ตูนได้นั้น

ก็เป็นเพราะว่า พี่ตูน เป็นคนที่มีวาจาสิทธิ์ นั่นเอง ซึ่งถ้าเราย้อนดูชีวประวัติของพี่ตูน ก็จะพบว่า พี่ตูน เป็นคนที่ทำอะไรทำจริง และมักทำได้ตามที่พูดไว้อยู่เสมอตลอดมา

ซึ่งคนที่จะมีวาจาสิทธิได้นั้น ต้องเป็นคนที่กระทำ สัจจวาจา และสร้างสัจจบารมี มาหลายภพหลายชาติแล้ว

สัจจวาจา ก็คือ พูดจริง ทำจริง ทำสำเร็จจริง

พ.ศ. 2560 พี่ตูน ได้ตั้งสัจจวาจา ว่า จะวิ่งจากยะลาไปถึงเชียงราย เพื่อระดมเงินบริจาคประมาณ 700 ล้านบาทเพื่อช่วย 11 โรงพยาบาล

ซึ่งขณะที่ผมเขียนบทความนี้ พี่ตูน ได้วิ่งมาเกินครึ่งทางแล้ว และได้เงินบริจาคเกิน 700 ล้านบาทแล้วด้วย

เท่ากับ สัจจวาจา ในเป้าหมายเพื่อเงินบริจาค 700 ล้านบาท พี่ตูนก็ทำสำเร็จแล้ว และอีกไม่กี่วันนี้ พี่ตูนจะวิ่งไปถึงเชียงรายตามสัจจวาจา อย่างแน่นอน

-------------------

พี่ตูน ทำหน้าที่ลูกที่ดีของพ่อแม่ด้วยการเรียน

ในบรรดาโรงเรียนที่มีชื่อเสียงอันดับต้น ๆ ของประเทศไทยนั้น

1 ในโรงเรียนที่ว่าเป็นสุดยอดของโรงเรียนชายล้วนก็คือ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ตรงเชิงสะพานพุทธ

พี่ตูน เด็กนักเรียนต่างจังหวัด จากโรงเรียนสุพรรณภูมิ จังหวัดสุพรรณบุรี สามารถสอบเข้า ม.1 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยได้ ถือเป็นความน่าภาคภูมิใจของคนเป็นพ่อเป็นแม่ที่สุด

แต่เท่านั้นยังไม่พอ พี่ตูนยังสอบเข้าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในคณะนิติศาสตร์ แถมยังเรียนจบจนได้เกียรตินิยมอันดับ 1 อีกด้วย

พี่ตูน เคยให้สัมภาษณ์เมื่อนานมาแล้วว่า ใจจริงพี่ตูนอยากเรียนคณะที่เกี่ยวกับด้านศิลปะมากกว่า แต่พ่อแม่อยากให้เรียนคณะนิติศาสตร์ พี่ตูนก็ทำหน้าที่ของลูกที่ดี เรียนตามใจที่พ่อแม่ต้องการ และทำหน้าที่นั้นอย่างดีที่สุด จนได้เกียรตินิยมอันดับ 1 มาให้พ่อแม่ได้ภาคภูมิใจ

นี่คือ สัจจะในหน้าที่ของหน้าที่ความเป็นลูกของพี่ตูน ได้กระทำตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ในเรื่องการศึกษาเล่าเรียน

ซึ่งการทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้เต็มที่อย่างดีที่สุดนั้น ก็เป็นผลพวงในหน้าที่ต่าง ๆ ในเวลาต่อมาของพี่ตูน ที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ทำเต็มที่และทำให้ดีที่สุด

ซึ่งก็เป็นที่มาของชื่อวง Bodyslam ด้วยเช่นกัน เพราะชื่อนี้มาจากชื่อท่าหนึ่งของมวยปล้ำ

เพราะถ้าแปลความหมายตรงตัว บอดี้ แปลว่าร่างกาย สแลม คือการทุ่ม

เมื่อมารวมกันเป็น บอดี้สแลม ก็จะหมายถึง การทุ่มสุดตัว คือการทำงานเพลงกันเต็มที่แบบทุ่มสุดตัว

--------------

พี่ตูน คิดนอกกรอบกว่าแค่นักร้องนักดนตรีทั่วไป

อาชีพนักร้องนักดนตรี ยิ่งพวกนักร้องแนวร็อค ที่ผ่านมาถูกผู้คนมองในแง่ไม่ค่อยดีนัก ตามที่เรา ๆ ท่าน ๆ ก็รู้ ๆ กันอยู่

แต่พี่ตูน ฉีกกฎของนักร้องแนวร็อค ได้ด้วยการออกมาออกกำลังกายอย่างจริงจัง ทั้งเล่นปิงปอง ทั้งวิ่งมาราธอน และถึงขนาดเคยแข่งไตรกีฬา พี่ตูนก็ทำมาแล้วทั้งสิ้น

ความเชื่อเก่า ๆ ที่ว่า นักร้องนักดนตรีแนวร็อคที่มักจะมั่วสุมกับสิ่งเสพติดทั้งหลาย และมักจะใช้ชีวิตหลักในยามค่ำคืน ได้ถูกพี่ตูนทลายกำแพงแห่งความเชื่อด้านลบแนวนี้ลงจนหมดสิ้น

แล้วเมื่อพี่ตูนจะหาเงินบริจาคเพื่อช่วยโรงพยาบาลรัฐ แทนที่พี่ตูนจะคิดแบบนักร้องนักดนตรีทั่ว ๆ ไปเขาคิดกันคือ จัดคอนเสิร์ตหาเงิน

แต่พี่ตูน กลับคิดนอกกรอบไปไกลมาก นั่นคือ คิดวิ่งมาราธอนเพื่อระดมเงินบริจาคจากประชาชนทั่วประเทศ เพื่อนำไปช่วยโรงพยาบาล ตั้งแต่โรงพยาบาลบางสะพาน ที่ประจวบคีรีขันธ์เมื่อปี 2559

จนมาปี 2560 นี้ พี่ตูนได้คิดทำในสิ่งที่ยากเกินกว่ามนุษย์ทั่ว ๆ ไปจะทำได้ นั่นคือ วิ่งจากใต้สุดจังหวัดยะลา ไปถึงเหนือสุด จังหวัดเชียงราย ในระยะทางรวม 2,191 กม. ภายในระยะเวลาประมาณ 2 เดือน

พี่ตูนต้องวิ่งตกวันละกี่กิโล คุณผู้อ่านก็ไปคิดดูเอาเถิด

ถ้าไม่ใช่คนจริง ทำจริง วาจาสัตย์จริง ย่อมไม่มีทางทำสำเร็จได้ง่าย ๆ

แต่พี่ตูน ทำได้แน่นอน !!

------------------

เมื่อพี่ตูนบำเพ็ญบารมี 10 ประการ

ระยะทางจากเบตงถึงแม่สาย นับว่าเป็นระยะทางที่ไกลเกินกว่าจะไปด้วยสองขา ถ้าไม่ใช่เพราะมีหัวใจ มีจิตใจที่แกร่งกล้า ยากที่จะไปถึงได้ด้วยร่างกายเพียงอย่างเดียว

ลองถามใจตนเองว่า หากเป็นเรา จะเอาไหม แต่ชายคนนี้ทำ จะด้วยเหตุผลใดหมอไม่รู้ แต่ที่รู้คือ สิ่งดีดีที่เขาทำ หมอเองยังทำไม่ได้เหมือนเขา..

จึงเรียนรู้จากเขาดีกว่าว่า เขาสร้างบารมีอย่างไร พิเคราะห์ดูแล้วชัดเจนว่า ตูนกำลังสร้างสมบารมี..

๑. ทานบารมี ตูนใช้เหงื่อแลกเงินจำนวนถึง ๗๐๐ ล้านบาทเพื่อประชาชนคนไทย
๒. ศีลบารมี เงินนี้ได้มาโดยบริสุทธิ์ใจ ไม่ใช่ได้จากมิจฉาอาชีพ
๓. เนกขัมบารมี โครงการนี้ หากไม่ยินดีในความสงบ และความสันโดษแล้วยากที่จะทำได้ เพราะไม่ได้เงินตอบแทน นอกจากความมีคุณค่าในใจตน
๔. ปัญญาบารมี หากสักแต่วิ่ง ไม่มีการคิด และวางแผนให้ที่ดี คงไม่มีวันสำเร็จ
๕. วิริยะบารมี ตูนเอาชีวิตเป็นเดิมพัน แม้จะตายเพราะงานนี้ เขาก็ยอม เสียสละเพื่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตนเอง
๖. ขันติบารมี ถามใจตนเองดู ถ้าเป็นเรา เราจะอดทนได้เท่าเขาไหม?
๗. สัจจะบารมี คำไหน คำนั้น พูดแล้วต้องทำ
๘. อธิษฐานบารมี ตั้งเป้าหมายเพื่อความสุขของคนอื่น ไม่ใช่ตนเอง
๙. เมตตาบารมี ข้อนี้ชัดเจนที่สุด เมื่อเขาทำเพื่อใครก็ไม่รู้ ทานครั้งนี้จัดเป็นมหาทาน เป็นทานไม่จำเพาะเจาะจง ว่าต้องเป็นคนนั้น คนนี้ ศาสนานั้น ศาสนานี้ แต่เมตตาแผ่ออกไปแก่ทุกคนโดยไม่มีประมาณ ก็คือ 11 โรงบาล และผู้ป่วยจำนวนนับไม่ได้นั่นเอง ซึ่งถือเป็นเมตตาอัปปมาโณ ยิ่งใหญ่สุดๆ
๑๐. อุเบกขาบารมี ใครจะเห่าจะหอน เขาไม่โต้ตอบ ลงมือทำอย่างเดียวเท่านั้น

วันที่ตูนวิ่งถึงแม่สายวันนั้น บารมีของตูนจะเพิ่มพูนเป็นมหาบารมี สิ่งที่ไม่อยากได้ ก็จะได้ ไม่อยากมีก็จะมี

เพราะบารมีสิบนี้ หากใครเข้าถึงและบำเพ็ญจนสำเร็จแล้ว จะเป็นแก้วสารพัดนึก คิดมุ่งมาดปราถนาสิ่งใดย่อมสำเร็จทุกประการ

ขอคารวะหัวใจ "ตูน บอดี้สแลม" #ก้าว #ก้าวคนละก้าว


(บทความเรื่องพี่ตูนบำเพ็ญบารมีนี้จาก นายแพทย์พายุพล ศรีอภัย)


------------------

พี่ตูน คืนความสุขให้คนไทยอย่างแท้จริง

ท่านนายกรัฐมนตี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้พูดใน รายการคืนความสุขให้คนในชาติ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2560 กรณีที่พี่ตูนวิ่ง ไว้ว่า

"โครงการตัวอย่าง ในลักษณะ “จิตอาสา” ที่น่ายกย่องในปัจจุบัน คือ โครงการก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ของนายอาทิวราห์ คงมาลัย ตูนบอดี้สแลมและทีมงาน ที่ตั้งใจทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนและสังคมในภาพรวม 

นอกจากจะเป็นการสานต่อพระราชดำริโครงการจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมให้ประชาชนร่วมกันทำในสิ่งดี ๆ เพื่อบ้านเมืองของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ยังมีคุณประโยชน์แฝงอยู่ในโครงการของตูนอีกมากมาย 

เช่น “ความต้องการเงินบริจาคจำนวนน้อย ๆ จากคนจำนวนมาก มากกว่าเงินบริจาคจำนวนมากจากคนส่วนน้อย” อีกทั้งเพื่อเป็นการสร้างรอยยิ้ม อันเป็นลักษณะนิสัยประจำชาติของคนไทย ให้กลับคืนมาสู่สังคมไทย เป็นสะพานเชื่อมสายใยแห่งความรัก ความสามัคคีของคนทั้งประเทศจากทั่วทุกสารทิศ

ซึ่งเป็นการ คืนความสุขให้กับคนในชาติอย่างแท้จริง ตลอดจนเป็นการปลุกคนไทยให้สนใจหันมาออกกำลังเพื่อจะรักษาสุขภาพ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อวงการสาธารณสุขของประเทศ และเป็นมาตรการ “เชิงรุก” เน้นการป้องกันมากกว่าการรักษา ทำให้มีสุขภาพกายที่แข็งแรงและสุขภาพใจที่เข้มแข็ง"

-----------------

พี่ตูน น้อมรับทุกคำวิพากษ์วิจารณ์



โดยเฉพาะคำถามสุดท้ายที่คุณ Ken Nakarin ถามพี่ตูนว่า ถ้ามีโอกาสได้พูดกับคนที่วิจารณ์ อยากจะสื่อสารอะไร ?

พี่ตูน : ไม่มีครับ ผมชอบทำมากกว่าพูดครับ 

สุดยอด !!! 

คนที่แซะพี่ตูน รับรองจะแพ้ภัยตัวเองในไม่ช้า เพราะสิ่งที่พี่ตูนทำนั้น มันไม่ใช่แค่วิ่งหาเงินบริจาคเพื่อโรงพยาบาลเท่านั้นแล้วล่ะ

แต่สิ่งที่พี่ตูนทำมีมูลค่าทางจิตใจต่อคนไทยมากกว่าเงินบริจาคนัก แต่สิ่งนั้นคืออะไร คนไทยที่ชื่นชมพี่ตูนเท่านั้นที่จะเข้าใจ


รูปสุดท้ายนี้จากเพจ EveryBodyslam

คลิกอ่าน ชั่งแม่..แต่ได้บุญมหาศาล



วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560

Somsak Jeam โชว์โง่เรื่องการพากย์บอลแบบสำรวม





จากกรณีทีมลิเวอร์พูลเตะถ้วยยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก บุกไปเอาชนะทีมมาริบอร์ (สโลวีเนีย)ไป 7:0 แล้วนักพากย์เฉพาะคู่นี้ พากย์ด้วยเสียงเนิบ ๆ ไม่เร้าใจตามปกติอย่างการพากย์ฟุตบอลทั่วไป ก็เลยเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเพราะอะไร ทำไมถึงพากย์แบบนี้

ทั้ง ๆ ที่คู่อื่น ๆ ที่เตะในวันเดียวกัน นักพากย์บอลก็พากย์กันมันส์ตามปกติ

กะเรื่องแค่นักพากย์ฟุตบอลเฉพาะคู่ลิเวอร์พูลเขาพากย์สำรวมขึ้นเท่านั้น ก็ร้อนไปถึงขี้กลากบนหัวของสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ที่ยังสถุนได้ไม่สร่างซา กะอีแค่เรื่องการพากย์ฟุตบอลให้สำรวมขึ้น มันก็ยังจะกระสันแซะให้คุ้มค่าจ้างที่นายทุนล้มเจ้าจ้างไว้ ไม่งั้นเดี๋ยวนายทุนที่จ้างมันจะไม่จ่ายเงินเลี้ยงดูมันให้อยู่รอดในฝรั่งเศสต่อไป




ส่วนสาเหตุจริง ๆ ที่เมื่อคืนนักพากย์คู่ลิเวอร์พูล กับ มาริบอร์ พากย์ซอฟท์ลงนั้นก็เพราะ

พรรษิษฐ์ คือหนึ่งในนักพากย์บอลคู่นี้ เขาเล่าถึงเบื้องหลังการพากย์บอลในสไตล์นี้ให้ฟังว่า

“ปกติผมพากย์ตามอารมณ์ฟุตบอล ออกจะล้นๆ เสียงดัง จนบางคนแซวว่าเป็นคู่พากย์ ‘โอ้โห’ แต่สำหรับเมื่อคืน หากมันโมโนโทนเกินไป หากทำให้ใครง่วงนอน ผมต้องขออภัยครับ จริง ๆ เห็นคำถามเรื่องนี้มาผ่านเว็บฯพันทิปตั้งแต่ต้นเกมแล้ว”

“สาเหตุที่บรรยายแบบนี้นั่นเพราะว่าเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา มีหนังสือจากทางรัฐ แจ้งมาว่า ให้เราพากย์บอลเรียบร้อย สำรวมมากขึ้น เพราะคือช่วงไว้ทุกข์ ซึ่งหลังจากเสร็จจากพระราชพิธีแล้ว เดือนหน้าก็คงเข้าสู่ภาวะปกติ เร้าใจได้เหมือนเดิม ซึ่งก่อนเริ่มเกมทางต้นสังกัด ทั้ง ทรูวิชั่นส์ และ บีอิน สปอร์ต ก็ย้ำมาอีกครั้ง เรา 2 คน (ธีรยุทธ บัญหนองสา ผู้บรรยายร่วม) ก็เห็นพ้องตามกันว่าเรื่องนี้สมเหตุผลตรงกาละเทศะเราควรจะลดระดับความดุดันลง”

“ทั้งนี้พอจบเกม ก็ไม่คิดอะไร จนมีคนมาถามในเพจ นี่แหละ รวมทั้งบอร์ดต่างๆ สงสัยจะแปลกไปจริงๆ ยิ่ง GM Live โทรมาถาม ด้วยแล้ว พอกลับไปดูเทป เออ มันนิ่งเกินไปจริง ๆ เราน่าจะหาทางบรรยายออกมาได้มีอรรถรสมากขึ้นและยังคุมโทนถูกกาละเทศะได้เหมือนเดิม เอาเป็นว่า เกมฟุตบอล เจลีก วันเสาร์ที่ เจ ชนาธิป สรงกระสิน จะลงนำทีม Consadole Sapporo ไปเยือน FC Tokyo ถ่ายทอดสด ทาง True4U ช่วง 14.00 น รวมทั้งเกมคู่ต่อไปที่ได้รับหน้าที่บรรยายจะทำออกมาให้เหมาะสมมากขึ้นครับ”

ที่มา http://gmlive.com/commentator-maribor-liverpool-0-7

ซึ่งผู้คนที่ได้อ่านคำสัมภาษณ์ของนักพากย์คู่นี้แล้ว ต่างชื่นชมกันเป็นส่วนใหญ่

---------------


ที่จริงแล้ว มันก็เป็นเรื่องสมควรตามกาลเทศะอยู่แล้วสำหรับสื่อสาธารณะ ที่จะลดโทนเสียงให้เบาลง เร้าใจน้อยลง แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับนักพากย์แต่ละคนจะลดระดับการพากย์ของตัวเองลงในระดับไหน เพราะรัฐบาลเขาแค่ขอความร่วมมือไปตามปกติ ไม่ว่ารัฐบาลไหนก็ต้องทำเช่นนี้แหละในช่วงมีพระราชพิธีถวายพระเพลิง

รัฐบาลแค่ขอความร่วมมือ ไม่ได้บังคับ ไม่ได้เอาปืนมาจ่อหัวว่าต้องทำ ดังนั้นเราก็จะเห็นว่า ฟุตบอลในคู่อื่น ๆ เช่น คู่ของ รีลมาดริด vs สเปอร์ หรือ คู่ของ แมนฯ ซิตี้ : นาโปลี ก็ยังมีการพากย์สนุกสนานตามปกติ (หรืออาจลดโทนเสียงบ้างจนคนดูไม่ทันสังเกต)

แต่สมศักดิ์ เจียม โพสแซะเรื่องนี้ในเช้าวันพุธที่ 19 กลับโดนกระแสคนเข้ามาด่าในเฟสตัวเองไปเยอะพอควร ก็เลยไม่ยอมจบง่าย ๆ

พอเช้าวันพฤหัสที่ 20 สมศักดิ์ เจียม ผู้ที่ขี้กลากบนหัวยังไม่หายร้อน ก็เลยมาโพสใหม่ในประเด็นเดิมดังนี้



เหอะ ๆ สมศักดิ์ เจียม พอโดนด่าหนักไปเมื่อคืน ก็เลยพยายามจะโพสแถแก้คืน โดยนำรูปคำสัมภาษณ์ของนักพากย์คู่เมื่อคืนมาอธิบายร่วม

แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความงี่เง่าและความใจแคบของหงอกเจียมจะลดลงได้เลย ยังจะโชว์โง่ต่อไป

เจียม รู้จักไหมคำว่า มารยาทกับกาลเทศะ คืออะไร ?

ถ้าจะมีพากย์ฟุตบอลเนิบ ๆ เรียบ ๆ ไปบ้าง ก็เพิ่งจะมีคู่ลิเวอร์พูลกับมาริบอร์ คู่เดียวเท่านั้นนั่นแหละ ย้ำ มีเพียงคู่เดียวเท่านั้น ทั้งนี้มันขึ้นอยู่กับนักพากย์แต่ละคนว่าจะปฏิบัติกันยังไงตามความคิดของเขา

ซึ่งนักพากย์คู่ลิเวอร์พูล เขาก็ได้ขออภัยไปแล้วว่า เขาคงพากย์เนิบไปหน่อย

แต่หงอกเจียมมันมีอาชีพแซะ มันก็ต้องแซะเพื่อเงินไปตามหน้าที่ของมัน ไม่งั้นเดี๋ยวมันอดตายในฝรั่งเศส

----------------

ที่จริงแล้วเดือนตุลาคม แค่ไว้อาลัยไม่ถึงกับไว้ทุกข์ครับ

เพราะการไว้ทุกข์จริง ๆ คือช่วง 1 เดือนแรกของการสวรรคตเท่านั้น

คือ ผมอยากจะบอกกับคนไทยที่อยู่ทั่วโลกนะครับว่า แม้ช่วงนี้จะเป็นช่วงเดือนพระราชพิธีถวายพระเพลิง ฯ ร.9 แต่ทางรัฐบาลไม่ได้สั่งห้ามว่า คนไทยต้องงดงานรื่นเริง งดความบันเทิง งดสนุกสนาน แต่อย่างใด

รัฐบาลจะขอเพียงว่า รายการทีวีที่ตลกโปกฮาเกินควร หรือบางรายการที่อาจมีความรุนแรงไปบ้าง เช่นละครที่ด่ากันแรง ๆ หรืออื่น ๆ ก็ขอความร่วมมือให้หารายการบันเทิงอื่นมาออกอากาศแทนไปก่อน

แต่เท่าที่ผมติดตามมา รายการบันเทิงทางทีวีส่วนใหญ่ก็ยังออกอากาศตามปกติในช่วงต้นเดือนจนถึงวันที่ 13 ทั้งรายการตลก รวมถึงรายการถ่ายทอดสดมวยบางช่อง

แต่พอถึงวันที่ 13 เรื่อยมา รายการทีวีก็เริ่มนำรายการที่เบาลงมาออกอากาศแทน แต่ก็ยังมีความบันเทิงอยู่ตามปกติ เช่นละครก็ยังมีเห็นออกอากาศอยู่ตามปกติ ส่วนรายการกีฬายังมีได้ตามปกติ ถ่ายทอดสดได้ตามปกติ ยกเว้นกีฬามวยเท่านั้น ทั้งนี้ไม่ใช่การบังคับ แต่ขึ้นอยู่กับการพิจารณากันเองของแต่ละสถานี ๆ ไป

หรืออย่างการใส่ชุดดำ ทางรัฐบาลก็ไม่ได้มีคำสั่งอะไรกับประชาชน ทุกวันนี้คนไทยส่วนใหญ่ยังใช้ชีวิตกันตามปกติ ยังใส่เสื้อหลากสีกันเป็นปกติ คนที่ใส่ชุดดำเสื้อดำยังเห็นน้อยกว่าเสื้อสี เพราะนี่ไม่ใช่การไว้ทุกข์ เป็นเพียงการไว้อาลัยธรรมดาเท่านั้น ส่วนใครจะไว้อาลัยก็ได้จะไม่ไว้ก็ได้ เพราะนี่คือสิทธิ ไม่ใช่การบังคับ

แต่จิตสำนึกในหน้าที่ของคนไทยรักชาติรักแผ่นดินทั่ว ๆ ไป เขาก็มีความอาลัยถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ทั้งนั้น แต่จะแสดงออกหรือไม่ก็ได้

เว้นแต่ใครจะไปร่วมในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงฯ หรือไปร่วมวางดอกไม้จันทน์ตามสถานที่ ๆ รัฐบาลจัดไว้ ก็ต้องใส่ชุดดำตามธรรมเนียมปฏิบัติ

ทุกวันนี้ผมก็ยังใส่เสื้อสีสันตามปกติ เว้นแต่ถ้าไปสถานที่ราชการ ผมก็แค่ลดการใส่เสื้อสีฉูดฉาดลงตามกาลเทศะและมารยาทเท่านั้น

ส่วนไอ้คนหนักแผ่นดินคิดชั่วอย่างสมศักดิ์เจียม มันไม่เข้าใจเรื่องอะไรพวกนี้หรอกครับ

ไม่มีใครเขาห้ามคนไทยสนุกสนานหรือจะมีความสุขในช่วงเดือนนี้หรอกครับ เขาแค่ขอความร่วมมือกับสื่อสาธารณะเท่านั้น ให้ลดโทนบันเทิงแรง ๆ ลงหน่อย

ส่วนประชาชนทั่วไปอยู่บ้านก็ใช้ชีวิตกันตามสบายตามปกติ ใครใคร่อยากไว้อาลัยหรือไม่ไว้อาลัยก็ได้ รัฐบาลไม่ได้บังคับ ไอ้หงอกเจียมมันเพ้อมโนไปเอง รัฐบาลนี้ถึงเป็นเผด็จการ แต่เขาก็รู้จักเหตุอันควรว่าอะไรเป็นอะไร

สิ่งที่รัฐบาลร้องขอ ก็เป็นการทำเพื่อเทิดพระเกียรติให้ในหลวง ร.9 เขาแค่ให้ลดโทนบันเทิงในสื่อสาธารณะต่าง ๆ ลง แต่ไม่ได้ห้ามความบันเทิงเลย ยังบันเทิงได้ ยังสนุกสนานได้ ทุกวันนี้ถึงยังมีทั้งละคร ซีรีย์จีน ซีรีย์เกาหลี ภาพยนตร์ รวมถึงรายการเพลง และการถ่ายทอดสดกีฬา ออกอากาศอยู่ไง

อย่างช่อง 7 สี ช่องที่ผมดูบ่อยสุด ทุกวันนี้ก็ยังมีละครหลังหกโมงเย็นเรื่อง ลูกหลง,สุดรักสุดดวลใจ ยังมีละครหลังข่าวปกติทุกวัน เช่น ละอองดาว,นายฮ้อยทมิฬ หรือ ซีรีย์จีน ก็เช่น มังกรหยก ซีรีย์เกาหลีก็ยังออกอากาศตามปกติ บิ๊กซีนีม่าก็ยังออกอากาศตามปกติทุกคืนวันเสาร์เช่นเดิม


แต่ในเมื่อเป็นช่วงเดือนแห่งการไว้อาลัยต่อองค์พระประมุขของชาติ การจะลดโทนเสียงการพากย์กีฬาลงบ้าง ก็ไม่เห็นจะเป็นไร เพราะนี่คือมารยาทและกาลเทศะ ถวายเพื่อองค์พระประมุขของคนไทย

ส่วนคนจัญไรหนีแผ่นดิน ปอดแหก ไม่กล้าแม้จะกลับมางานศพแม่บังเกิดเกล้า มันคงไม่เข้าใจเรื่องการไว้อาลัยต่อบุคคลอันเป็นที่รัก

ยิ่งคนอย่างสมศักดิ์เจียมมันโง่และเลวเกินกว่าจะเข้าใจเรื่องแบบนี้

ไว้สมศกัดิ์ เจียม ตายอย่างหมาจรจัดในฝรั่งเศสเมื่อไหร่ อย่าลืมสั่งเสียก่อนตายให้พวกล้มเจ้าที่ฝรั่งเศสช่วยกันเฮฮาดีใจใส่ชุดแดงจุดพลุฉลองการตายของสมศักดิ์ล่ะ จะได้ไม่ดัดจริตเศร้าตามที่สมศักดิ์กระแดะมาเสือกเรื่องพากย์บอลของคนประเทศอื่นเขา

เห็นพวกล้มเจ้าแฟน ๆ เฟสของหงอกเจียม ซึ่งสงสัยจะอยู่ต่างประเทศกันเสียหลายคน เพราะยังโชวฺโง่ครื้นเครงกันในกะลา เพราะพวกมันยังมโนว่า ตอนนี้เดือนนี้คนไทยถูกห้ามความบันเทิงทุกชนิด

เฮ่อ.. ไอ้พวกล้มเจ้านี่มันโง่ไม่เลือกสถานที่จริง ๆ 555



คลิกอ่าน ความโง่ของสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล หลังโปรตุเกสคว้าแชมป์ยูโร 2016


วันพุธที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

คำแนะนำ การเปลี่ยนใบขับขี่ตลอดชีพรุ่นเก่าเป็นใบขับขี่ตลอดชีพรุ่นใหม่






กรณีเปลี่ยนใบขับขี่ตลอดชีพแบบเก่า เป็นใบขับขี่ตลอดชีพรุ่นใหม่

ที่กรมขนส่งทางบก กรุงเทพฯ ตรงกันข้ามสวนจตุจักร

คุณก็แค่นำใบขับขี่ตลอดชีพใบเก่า พร้อมสำเนาใบขับขี่เก่าไป 1 ใบ และบัตรประชาชนของคุณ ไปด้วยเท่านี้ก็พอครับ

แล้วไปที่อาคาร 4 ชั้น 2

แล้วคุณก็ยื่นหลักฐานทั้งหมดที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์และให้คำแนะนำ ที่ชั้น 2 อาคาร 4 

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่แผนกนี้เขาจะรวบรวมเอกสารและหลักฐานของคุณทั้งหมด

แล้วเขาจะจัดคิวให้ แล้วส่งคุณไปที่ห้องใหญ่ที่อยู่ติดกัน เพื่อให้คุณไปรอทำบัตรใหม่ในห้องเล็ก ๆ ที่มีนับ 20 ห้อง เพื่อให้คุณยื่นเอกสารหลักฐาน จ่ายค่าธรรมเนียม แล้วถ่ายรูปใหม่ตรงจุดนั้น แล้วรอรับใบขับขี่ตลอดชีพแบบสมาร์ทการ์ดได้ทันที

One Stop service

แล้วเจ้าหน้าที่ตรงจุดนี้จะทำการเจาะรูที่ใบขับขี่เก่าของคุณเพื่อเป็นการยกเลิกใบขับขี่ใบนี้ แล้วก็จะส่งคืนใบขับขี่เก่าให้คุณได้เก็บไว้เป็นที่ระลึกครับ

--------------------

ข้อดีของใบขับขี่ตลอดชีพรุ่นใหม่ สำหรับคนที่เคยมีใบขับขี่ตลอดชีพเก่าอยู่แล้ว

แนะนำว่า ควรไปเปลี่ยนเป็นใบขับขี่ตลอดชีพรุ่นใหม่ครับ เพราะใบขับขี่รุ่นใหม่สามารถใช้ได้ในประเทศกลุ่ม AEC ได้ทั้งหมด รวมถึงประเทศในยุโรปบางประเทศ ที่อนุญาตให้ใช้ใบขับขี่ของประเทศไทยครับ

-----------------

กรณีเปลี่ยนชื่อ หรือเปลี่ยนนามสกุลใหม่ในใบขับขี่แบบตลอดชีพ

ผมมีใบขับขี่ตลอดชีพรุ่นเก่ามาตั้งแต่ ปี 2544

หลังจากนั้นผมได้เปลี่ยนชื่อและนามสกุลใหม่  ผมก็เลยตัดสินใจไปเปลี่ยนชื่อและนามสกุลใหม่ในใบขับขี่ตลอดชีพของผม

สำหรับผู้ที่มีใบขับขี่ตลอดชีพรุ่นเก่า หากต้องการเปลี่ยนชื่อใหม่ หรือเปลี่ยนนามสกุลใหม่ในใบขับขี่ตลอดชีพ คุณสามารถไปเปลี่ยนได้ทันที โดยที่ยังได้ใบขับขี่แบบตลอดชีพเหมือนเดิมครับ

ซึ่งคุณจะได้เป็นใบขับขี่ตลอดชีพรุ่นใหม่ เป็นแบบสมาร์ทการ์ด

หลักฐานที่ต้องนำไปง่ายมาก ๆ ก็คือ ถ้าคุณเปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยนนามสกุลใหม่แล้ว และได้ทำบัตรประชาชนใหม่ด้วยชื่อหรือนามสกุลใหม่เรียบร้อยแล้ว

คุณก็แค่นำ

1. ใบขับขี่ตลอดชีพใบเก่า

2. สำเนาใบขับขี่เก่าไปด้วย 1 ใบ

3. บัตรประชาชนใหม่ของคุณที่เปลียนชื่อหรือนามสกุลแล้ว นำไปแค่นี้ก็เพียงพอครับ  ไม่ต้องนำใบเปลี่ยนชื่อหรือใบนามสกุลไปด้วย

ย้ำว่า ถ้าคุณทำบัตรประชาชนใหม่ที่เปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยนนามสกุลแล้ว ใบเปลี่ยนชื่อที่สำนักเขตออกให้ก็ไม่จำเป็นต้องนำไป

เพราะผมโดนร้านรับถ่ายเอกสารใต้ตึก บอกให้ถ่ายสำเนาทั้งบัตรประชาชน และสำเนาใบเปลี่ยนชื่อด้วย แต่กลับไม่ต้องใช้เลยครับ ใช้แค่สำเนาใบขับขี่เก่าเพียงแค่ใบเดียวเท่านั้น

สำหรับผู้ที่จะไปทำใบขับขี่ใหม่ที่กรมขนส่งทางบก ที่อยู่ตรงกันข้ามกับสวนจตุจักร คุณต้องไปติดต่อที่อาคาร 4 ชั้น 2 

เมื่อไปถึงอาคาร 4 ในกรมขนส่ง เดินขึ้นไปเลยครับชั้น 2 ไปที่แผนกประชาสัมพันธ์และให้คำแนะนำ

ผมบอกเจ้าหน้าที่ตรงจุดนี้ไปว่า ผมได้เปลี่ยนชื่อและนามสกุลใหม่ จึงต้องการจะแก้ไขชื่อในใบขับขี่ตลอดชีพใหม่

เจ้าหน้าที่เขาก็ถามผมว่า ทำบัตรประชาชนใหม่ให้เป็นชื่อนามสกุลใหม่รึยัง

ผมตอบว่า ทำแล้วครับ

เจ้าหน้าที่ก็บอกว่า งั้นขอบัตรประชาชน ใบขับขี่ตลอดชีพใบเก่า และสำเนาใบขับขี่ตลอดชีพเก่า 1 ใบ

ผมก็ส่งหลักฐานตามนั้นให้เจ้าหน้าที่ไป เจ้าหน้าที่ตรงจุดให้คำแนะนะเขาก็ให้ผมเขียนชื่อใหม่ของผมทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษลงบนสำเนาใบขับขี่เก่าให้ถูกต้อง

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่เขาก็แนบใบคำร้องขอทำบัตรใหม่ รวมกับหลักฐานที่ผมยื่นให้เขา แล้วเจ้าหน้าที่ก็บอกให้ผมไปที่ห้อง 12

คือ เดี๋ยวนี้การทำใบขับขี่ใหม่ กรมขนส่งจะมีห้องเล็ก ๆ สำหรับทำใบขับขี่ใหม่เยอะมาก มีไม่ต่ำกว่า 20 ห้อง ซึ่งผมได้คิวทำใบขับขี่ใหม่ที่ห้อง 12 น่ะ

พอผมไปที่ห้อง 12 ก็ยื่นใบคำร้องและหลักฐานให้เจ้าหน้าที่ในห้อง 12

พอเจ้าหน้าที่เขาตรวจสอบหลักฐานแล้ว เขาก็เจาะรูที่ใบขับขี่ตลอดชีพเก่าของผม ถือเป็นการยกเลิกใบขับขี่ใบนี้ แล้วเขาก็คืนใบขับขี่เก่าแต่มีรูคืนกลับมาให้ผมเก็บไว้เป็นที่ระลึก


ใบขับขี่ตลอดชีพใบเก่าของผมที่ถูกเจาะรู แล้วได้รับกลับคืนเป็นที่ระลึก


ต่อจากนั้น ผมก็จ่ายเงินค่าทำบัตรใหม่และค่าธรรมเนียมไป 255 บาท แล้วเราก็ตรวจสอบชื่อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษของตัวเองในใบคำร้องว่า เขียนถูกต้องไหม เมื่อเขียนถูกต้องดีแล้ว ผมเซ็นชื่อรับรอง

หลังจากนั้นผมก็นั่งถ่ายรูปในห้อง 12 เลย และรอไม่ถึง 20 วินาที ผมก็ได้ใบขับขี่ตลอดชีพรุ่นใหม่สมาร์ทการ์ดทันที รวดเร็วมากเหลือเชื่อ

คำเตือน เมื่อได้ใบขับขี่ตลอดชีพแบบใหม่มาแล้ว คุณควรตรวจให้เรียบร้อยว่ามีอะไรพิมพ์ผิดพลาดไหม ถ้ามีพิมพ์ผิดก็รีบบอกเจ้าหน้าที่ให้แก้ไขได้เลย จะได้ไม่เสียค่าธรรมเนียมอีก

เพราะหากข้ามวันไปแล้ว คุณเพิ่งจะเจอว่าใบขับขี่มีพิมพ์ผิดพลาด ถ้าแบบนี้คุณต้องกลับเสียค่าทำใบขับขี่ใหม่และค่าธรรมเนียมใหม่ แล้วทำบัตรใหม่อีกรอบครับ

----------------------

ข้อเสนอแนะให้กับกรมขนส่งทางบกปรับปรุงแก้ไข

คือ ที่จริงกรมขนส่งควรถ่ายเอกสารสำเนาในสิ่งที่กรมขนส่งจำเป็นต้องเก็บหลักฐานเอาไว้เอง ไม่ใช่โยนภาระให้ประชาชนต้องเป็นผู้ถ่ายเอกสารมาให้

เพราะเดี๋ยวนี้แม้แต่สำนักงานเขต เวลาประชาชนไปเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุลใหม่ ทางสำนักงานเขตเขาจะถ่ายเอกสารสำเนาทุกอย่างที่จำเป็นต้องใช้เอง ประชาชนไม่ต้องลำบากต้องออกไปถ่ายเอกสารเองให้เสียเวลาติดต่อ

เพราะทุกโต๊ะของเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตจะมีเครื่องถ่ายเอกสารขนาดเล็กบนโต๊ะอยู่แล้ว ทำให้ประชาชนไม่ต้องลำบากกลับออกไปถ่ายเอกสารอีก

ทั้ง ๆ ที่ กรมขนส่งทางบกเก็บค่าธรรมเนียมทำใบขับขี่จากประชาชนแพงกว่าสำนักเขต แต่กลับไม่บริการถ่ายเอกสารให้ประชาชนฟรี

อย่างกรณีของผม ผมโดนร้านถ่ายเอกสารชั้น 1 บอกให้ถ่ายเอกสารมากเกินความจำเป็น เพราะผมแวะถามเขาว่า ทำใบขับขี่ใหม่ที่นี่ใช่ไหม

เขาเลยถามว่าผมมาทำอะไร ก็เลยโดยถ่ายเอกสารมากเกินความจำเป็น แต่ราคาไม่แพงแค่ใบละบาท ผมถ่ายไป 5 บาท เพราะผมไม่อยากขึ้นไปติดต่อ แล้วโดนไล่ให้ลงมาถ่ายเอกสารอีก


วันอาทิตย์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2560

คนไทยทานอาหารตามสั่งราคาแพงเกินไปไหม





ก่อนอื่นขอเท้าความเล็กน้อยว่า ผมเขียนบทความเกี่ยวกับราคาอาหารมาหลายบทความมาก ๆ รวมทั้งการนำราคาอาหารจานเดียวของไทยเปรียบเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำของไทย แล้วนำไปเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยราคาอาหารของประเทศที่เจริญแล้วหลายประเทศด้วยวิธีเดียวกัน

จนผมได้เห็นข้อสังเกตว่า คนไทยเราทานอาหารจานเดียวในราคาค่าเฉลี่ยที่แพงกว่าประเทศที่เจริญแล้วหลายประเทศ  ครับ

จากที่เขียนบทความทำนองนี้มาหลายบทความและหลายปี ผมได้ข้อสรุปว่า ราคาอาหารตามสั่งหรือราคาอาหารจานเดียวของไทย จำพวกข้าวกระเพรา ข้าวแกง ข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง ก๋วยเตี๋ยว ฯลฯ ที่เราเรียกรวม ๆ กันว่า อาหารจานเดียว นั้น

ในอดีต ราคาอาหารจานเดียวของไทยเมื่อเทียบกับอัตราค่าแรงขั้นต่ำแล้ว จะมีค่าเฉลี่ยส่วนต่างกันประมาณ 10 เท่า ซึ่งผมเคยเขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ในบทความเรื่อง ราคาอาหารจานเดียวที่เป็นธรรมควรอยู่ที่ราคาเท่าไหร่

เช่น ถ้าวันนี้ค่าแรงขั้นต่ำของไทยอยู่ที่วันละ 300 บาท ราคาอาหารจานเดียวทั่ว ๆ ไป ควรมีราคาไม่เกินจานละ 30 บาท เป็นต้น ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่มีรัฐบาลไทยรัฐบาลไหนสามารถคุมราคาอาหารให้อยู่ในเกณฑ์นี้ได้เลย

ที่ปรากฏอยู่ในเวลานี้ คือ ค่าแรงขั้นต่ำของไทยซื้ออาหารจานเดียวทานได้ไม่ถึง 10 จาน


ส่วนในประเทศที่เจริญแล้ว อย่างญี่ปุ่น จีน หรือสิงคโปร์ และอีกหลายประเทศ ทั้ง ๆ ที่ บางประเทศต้องนำเข้าสินค้าประเภทอาหารจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ด้วยซ้ำ

แต่ค่าแรงขั้นต่ำของประเทศเหล่านี้กลับสามารถซื้ออาหารจานเดียวทานได้ 12-15 จาน เป็นอย่างน้อย แถมมีปริมาณอาหารต่อจานมากกว่าอาหารจานเดียวในประเทศไทยทั้งสิ้น

ในขณะที่ประเทศไทย ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ซื้ออาหารจานเดียวในปัจจุบันคือราคาจานละ 35-40 บาท ได้เพียง 8.5 - 7.5 จาน เท่านั้น แถมปริมาณอาหารในหลาย ๆ ร้านกินจานเดียวก็ไม่ค่อยอิ่ม

ทั้งที่ประเทศไทยเป็นประเทศผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ของโลก แต่คนในประเทศกลับต้องกินอาหารในราคาที่แพงเกินไปครับ

-----------------------------

ตัวอย่างราคาอาหารตามสั่งในฟู้ดเซนเตอร์ที่ตึกอลลซีซั่นส์เพลส

คือช่วงนี้ผมมีโอกาสไปกินข้าวที่ศูนย์อาหาร หรือชื่อฟู้ดปาร์ค ในท็อปมาร์เก็ต ที่ตึกออลซีซันส์เพลส (All Seasons Place) อยู่หลายครั้ง


ท็อปมาร์เก็ต ที่ตึกออลซีซั่นส์เพลส


บริเวณศูนย์อาหารฟู้ดปาร์ค ในท็อปมาร์เก็ต


อาหารตามสั่งของที่นี่ขายราคาจานละ 40 บาท ถ้าใส่ไข่ก็เพิ่มอีก 10  บาท

เช่น ผมมักกินข้าวกระเพราหมูไข่ดาว หรือบางครั้งผมก็สั่งผัดพริกแกงหมูราดข้าวโปะไข่ดาว ในราคาจานละ 50 บาท ปริมาณอาหารก็มากพออิ่ม รสชาติก็เหมือนร้านทั่วไป หรืออาจดีกว่าเล็กน้อย เพราะบรรยากาศดีกว่า เลยรู้สึกน่ากินกว่า


ผัดพริกแกงหมูราดข้าวโปะไข่ดาว 


ร้านอาหารตามสั่งที่ผมทานประจำ ราคาเริ่มต้นที่ 40 บาท


โอเค นี่คือราคาปกติเหมือนแถวบ้านผมย่านโชคชัย 4 เลยนะ

ทำให้ผมมาคิด ๆ ว่า เฮ้ย ! นี่ในฟู้ดเซนเตอร์เป็นห้องแอร์ แถมไม่มีฝุ่นควันจากถนน และไม่มีแมลงวัน แถมมีเครื่องฆ่าเชื้อที่ช้อนส้อมด้วยแสงยูวีด้วย กลับขายอาหารตามสั่งได้ในราคาเท่าร้านอาหารตามสั่งริมถนนข้างนอกเลยนะ


เครื่องฆ่าเชื้อช้อนส้อมด้วยแสงยูวี


ทั้ง ๆ ที่พวกร้านอาหารตามสั่งริมถนนข้างนอกนี่ ร้อนก็ร้อน มีทั้งฝุ่นควัน แถมบางร้านก็มีแมลงวันบินว่อน เรื่องความสะอาดก็เป็นรอง บางร้านเป็นพวกรถเร่ริมถนนด้วยซ้ำ แต่กลับขายแพงเท่าอาหารตามสั่งในห้าง

คุณรู้ไหม อาคารออลซีซั่นส์เพลส ถ.วิทยุนั้น ตอนที่เจ้าของตึกนี้เขาซื้อที่ดินผืนนี้มาราคาแพงสุดในประเทศไทยเลยนะ แพงกว่าที่ดินบนถนนสีลมอีก คือราคา ตร.ว.ละ 350,000 บาท เมื่อปี พ.ศ. 2532

ปัจจุบันนี้ ที่ดินบนถนนวิทยุสวย ๆ แบบตึกออลซีซั่นส์เพลส ราคา ตร.วา ละ 1.5 ล้านบาทขึ้นไปจนถึงแตะ 2 ล้านบาท ดังนั้นค่าเช่าร้านในตึกนี้ต้องแพงกว่าร้านอาหารริมถนนทั่วไปอย่างแน่นอน

ผมจึงคิดว่า คน กทม. กินอาหารตามสั่งตามริมถนนข้างนอกราคาแพงไปหน่อยนะ เมื่อเทียบกับราคาฟู้ดปาร์คที่ท็อปมาร์เก็ต ตึกออลซีซั่นส์เพลส แล้ว

การที่ร้านอาหารตามสั่งที่ไม่ได้อยู่บนที่ดินราคาแพงระดับประเทศ แถมไม่ติดแอร์ และความสะอาดก็ไม่ค่อยดีนัก แต่กลับขายอาหารราคาเท่ากับฟู้ดเซนเตอร์ของตึกออลซีซั่นส์เพลส

ท่านเจ้าของร้านอาหารตามสั่งทั้งหลายครับ คุณคิดว่า คุณขายอาหารราคาเอาเปรียบผู้บริโภคของคุณเกินไปหรือไม่ ?

คือโดยส่วนตัวผมคิดว่า ร้านอาหารตามสั่ง หรือร้านอาหารจานเดียวข้างนอกริมทางทั่ว ๆ ไป ไม่ควรขายเกินจานละ 30 บาท หรือไม่ควรขายแพงกว่าอาหารตามสั่งที่ตึกออลซีซั่นส์เพลส

----------------

สรุปท้ายบทความ

อย่างแถวบ้านผมย่านโชคชัย 4 หลายร้านตักข้าวก็น้อย กินก็ไม่ค่อยอิ่ม ร้านก๋วยเตี๋ยวหลายร้านก็ให้เส้นน้อย ปริมาณโดยรวมคือทานไม่อิ่ม แต่พวกเขาก็ถือว่า เขายังขายได้ เลยไม่สนใจหรือเห็นอกเห็นใจลูกค้าที่อุตส่าห์มาอุดหนุนร้านของเขา

ขึ้นชื่อว่า อาหารจานเดียว อย่างน้อยต้องมีปริมาณพอเหมาะ พออิ่ม คุณอาจจะขายราคาจานละ 40 50 หรือ 60 บาทก็ได้ ตามราคาที่เหมาะสมกับทำเลที่ตั้งของคุณ แต่ก็ควรให้ลูกค้าของคุณทานได้พออิ่มใน 1 จาน หรืออิ่มแปร้เลยยิ่งดี

ตัวอย่างง่าย ๆ นะ ถ้าท่านเจ้าของร้านกินข้าวจานนึง หรือก๋วยเตี๋ยวจานนึงปริมาณเท่าไหร่คุณถึงจะอิ่ม คุณก็ควรจะขายอาหารในปริมาณที่คุณเองกินอิ่มใน 1 จานแก่ลูกค้าของคุณด้วย นี่แหละถือว่า คุณจริงใจต่อลูกค้าของคุณแล้ว

เพราะ ผู้ค้าอาหารได้ชื่อว่า เป็นผู้ให้กำลัง

การขายอาหารราคาถูกเพื่อประชาชน ถือว่า เป็นการทำบุญทุกวันด้วยอาชีพของคุณเอง 

ถ้าเจ้าของร้านอาหารคนใดคิดได้ที่ผมแนะนำนี้ รับรองว่าความสุข ความเจริญก็จะมีแก่ร้านของคุณและครอบครัวของคุณอย่างแน่นอนครับ

คลิกอ่าน คนไทยกินก๋วยเตี๋ยวค่าเฉลี่ยแพงกว่าชาติอื่นไหม

คลิกอ่าน ข้าวเปล่าไทยแพงกว่าข้าวเปล่าญี่ปุ่น

คลิกอ่าน ไข่ไทยแพงกว่าไข่ญี่ปุ่น