วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ถ้าคุณคือ นักประชาธิปไตยตัวจริง คุณย่อม... ?







http://imgur.com/yqQkdpE
คงมีหลายคนที่เข้าใจความหมายในรูปที่ผมโพส แต่ก็คงมีผู้คนอีกจำนวนมากที่ไม่เข้าใจ

แต่หากใครตามงานเขียนบทความของผมมานานพอควร หรือที่เรียกว่า เป็นแฟนประจำ เชื่อว่า ส่วนใหญ่จะเข้าใจความหมายในรูปที่ผมโพส

สำหรับบทความนี้ ผมไม่อยากอธิบายความหมาย ซึ่งความจริงผมเคยเขียนบทความคล้าย ๆ คำตอบในรูปนี้มาแล้ว เมื่อหลายปีก่อนในบล็อคมุมมองใหม่เมืองเอก

แต่บทความนี้ผมจะเล่าซีรีย์เรื่อง ฮีโร่ทะลุมิติ Ando lloyd ดีกว่า

"เมื่อประชาธิปไตยในอีก 100 ปีข้างหน้า คือในปี 2013 ไม่อาจควบคุมการเพิ่มจำนวนประชากรของโลกได้ จึงทำให้ผู้คนบนโลกมีมากมายเกินไป มีมากเกินทรัพยากรที่มีอยู่

ดังนั้น ผู้นำประเทศประชาธิปไตยชั้นนำของโลก จึงสมคบคิดกันด้วยการ ส่งหุ่นยนต์แอนดรอยด์จำนวนหนึ่งให้ไปฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ในทวีปที่ด้อยพัฒนากว่า เช่น ในอาฟริกา ในทวีปเอเซียบางประเทศ และในทวีปอเมริกาใต้บางประเทศ"


คำคมจาก ซีรีย์เรื่อง ฮีโร่ทะลุมิติ


http://imgur.com/S62fNxi

เล่าแค่นี้พอ

คือบทความนี้อาจเป็นแนวปรัชญาการเมืองไปหน่อย อยากรู้คำเฉลยมากกว่านีั ลองไปอ่านบทความด้านล่างต่อ

คลิกอ่าน หงอกเจียม ขี้ตู่เอาปรีดีไปเป็นพวกล้มเจ้าและเป็นคอมมิวนิสต์




วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

พ.ศ. 2558 ถึงยุคเสื่อมของมหาเถรสมาคม กรณีสมีธัมมชโย






วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 ถือเป็นวันแห่งความเสื่อมของมหาเถรสมาคมที่มีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ผู้ทำหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานกรรมการมหาเถรสมาคม ได้มีการประชุมวินิจฉัยกรณีอาบัติปาราชิกของพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย

ซึ่งผลสรุปออกมา มีมติว่าพระธัมมชโยไม่ปาราชิก !! อ้างเหตุว่าธัมมชโยไม่มีเจตนา ซึ่งได้คืนที่ดินให้วัดแล้ว และเพื่อความปรองดอง?



พระพรหมเมธี กรรมการและโฆษกมหาเถรสมาคม (มส.) และนายสมชาย สุรชาตรี โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้แถลงผลการประชุมเบื้องต้นว่า

พระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดธรรมกายและประธานมูลนิธิธรรมกาย ไม่ขาดปาราชิกขาดจากความเป็นภิกษุ เนื่องจากได้มีการคืนทรัพย์สินทั้งหมด ให้กับวัดแล้ว ไม่ถือเป็นการขัดต่อพระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ลงวันที่ 26 เมษายน 2542 แต่อย่างใด โดยยืนตามคำตัดสินเดิมเมื่อ ปี 2549

"ขออย่านำเรื่องเดิมมาพูดกันอีกบ้านเมืองกำลังจะปรองดอง วินัยพระดูที่เจตนา" พระพรหมเมธี โฆษกมหาเถรสมาคมกล่าว

ปรองดองกับสมีปาราชิก เนี่ยนะ

(sanookข่าว)

--------------------

ทั้ง ๆ ที่พระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จสังฆราช (ที่มีถึง 5 ฉบับ) ได้ทรงวินิจฉัยว่า พระธัมมชโยปาราชิกไปแล้ว จากเหตุยักยอกที่ดินของวัดมาเป็นของตนเอง

เพราะพระลิขิตของสมเด็ตพระสังฆราช ทรงสั่งให้คืนสมบัติทั้งหมดในขณะที่ยังเป็นพระแก่วัดทันที



ความหมายของพระลิขิตที่บอกว่า ต้องคืนสมบัติให้แก่วัดในขณะที่ยังเป็นพระนั้น หมายถึง เมื่อพระรับทรัพย์ใด ๆ ที่เกินกว่า 5 มาสกไว้เป็นของตนเกิน 10 วัน แล้วไม่มอบคืนให้แก่วัดที่สังกัดหรือสงฆ์ส่วนกลาง ต้องอาบัติปาราชิกทันที ซึ่งกรณีเทียบเคียงกับคดีสมีรักที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1

แต่กรณีธัมมชโยได้ยึดเอาที่ดินวัดไว้นานร่วม 10 ปีก็ไม่ยอมคืน

ขนาดมีพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชมีวินิจฉัย เตือนให้ธัมมชโยรีบคืนที่ดินให้วัดตั้งแต่พระลิขิตตั้งแต่ฉบับที่ 1 ก็แล้ว ฉบับที่ 2 ที่3 ก็แล้ว มาจนกระทั่งฉบับที่ 4 ในพ.ศ. 2542 ที่ตัดสินว่า ธัมมชโยถึงอาบัติปาราชิก ก็แล้ว

แต่ธัมมชโยก็ยังไม่ยอมรีบคืนที่ดินให้แก่วัดในทันที แต่กลับลากยาวมาจนถึง พ.ศ.2549 จึงยอมคืนที่ดินให้ เพราะเกรงโทษอาญาแผ่นดินถึงขั้นติดคุก !!

เพียงแต่ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ในทางกฎหมายบ้านเมืองนั้น เป็นความผิดทางอาญาที่ยอมความกันได้ หากเจ้าทุกข์ได้ทรัพย์คืนหรือถอนฟ้อง (ส่วนความผิดอาญาตาม ปอ.มาตรา 157 เจ้าหน้าที่รัฐประพฤติมิชอบ นั้นยอมความไม่ได้ เจ้าอาวาสถือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ)

แต่เหตุแห่งเจตนายักยอกทรัพย์สำเร็จแล้ว ความผิดสำเร็จแล้ว ต้องอาบัติปาราชิกโดยอัตโนมัติ โดยที่ไม่ต้องมีพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชมาวินิจฉัยเลยด้วยซ้ำ

แม้ในทางกฎหมายบ้านเมืองคดียักยอกทรัพย์จะยอมความกันได้ แต่ความผิดในทางธรรมยอมความกันไม่ได้ เมื่อภิกษุมีเจตนาขโมยทรัพย์ที่มีค่าเกินกว่า 5 มาสก (1 บาท ) มาเป็นของตน ย่อมต้องอาบัติปาราชิก ไม่อาจคืนกลับมาบริสุทธิ์ได้อีก

หลักการความผิดฐานปาราชิกอยู่ที่การนำทรัพย์ผู้อื่นมาเป็นของตน ไม่ใช่พอถูกจับได้ แล้วนำทรัพย์ไปคืนเจ้าของ แล้วจะพ้นความเป็นปาราชิกได้

ขอสาธุชนผู้รักพระพุทธศาสนาจงวินิจฉัยเถิดว่า มหาเถระสมาคมเสื่อมแล้วหรือไม่ ?

"อาบัติปาราชิก หากผิดแม้แต่เพียงข้อเดียวก็ถือว่าภิกษุผู้อาบัติสิ้นสภาพการเป็นภิกษุแล้ว แม้จะไม่มีใครล่วงรู้หรือจับได้ก็ตาม การกราบไหว้บูชาภิกษุที่อาบัติปาราชิก นอกจากจะไม่เป็นบุญเป็นกุศลแล้ว ยังผิดมงคลที่พระพุทธเจ้าทรงเทศนาไว้ที่ว่า บูชาบุคคลที่ควรบูชาอีกด้วย"

ถ้าพระภิกษุผู้ต้องอาบัติปาราชิกนั้นสำนึกผิดและลาสิกขาบทออกจากเป็นพระภิกษุ แล้วทำบุญกุศล เมื่อตายไปก็จะสามารถขึ้นสวรรค์ได้

แต่ถ้ายังดื้อด้านไม่ยอมลาสิกขาบท ตายไปต้องตกนรกที่ลึกที่สุดคือ มหาขุมนรกอเวจี

---------------------


นายศุภชัย ศรีศุภอักษร

เมื่อวานนี้ ผมนั่งฟัง FM101 ตอนเช้าช่วงเดืนทางออกจากบ้าน ผู้จัดรายการเล่าว่า นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ที่ได้บริจาคเงิน 814 ล้านบาทให้ธัมมชโย เป็นเช็คเงินสดฉบับ 100 ล้านบาท หลายฉบับนั้น

เชื่อไหม นายศุภชัย เคยถวายเช็คฉบับละ 100 ล้านบาทให้ธัมมชโย ภายในวันเดียวถึง 4 ฉบับ ทั้งเช้า สาย บ่าย เย็น

แต่ธัมมชโย กลับบอกไม่เคยรู้จักนายศุภชัย ศรีศุภักอักษร เป็นการส่วนตัวมาก่อน รู้แค่เพียงเป็นญาติโยมคนนึงเท่านั้น จึงรับเงินที่เขาถวายด้วยความสุจริตใจ

ถามว่า ใครมันจะบ้าเอาเงินมาถวายพระวันเดียวมากถึง 400 ล้านบาท ??

แล้วธัมมชโย ก็แกล้งโง่ไม่สงสัยเลยเหรอว่า จะมีใครบ้าเอาเงินมาถวายวันเดียวมากถึง 400 ล้านบาท

เฉพาะวันที่ 15 ตุลาคม 2552 นายศุภชัย ศรีศุภักอักษร ถวายเช็คให้ธัมมชโย 4 ฉบับ ๆ ละ 100 บาท

รวมมูลค่าเงินทั้งหมด 814.78 ล้านบาท

ตัวอย่างสำเนาเช็ค 100 ล้านบาท ที่นายศุภชัย ศรีศุภักอักษร ถวายให้ธัมมชโย ในวันที่ 6 กันยายน 2552 เลขที่เช็ค 0100081



กรณีนี้เงินที่ธัมมชโยรับจากนายศุภชัย เข้าข่ายร่วมกันฟอกเงินชัด ๆ เพราะนายศุภชัยโกงเงินสหกรณ์มาถวาย

ที่จริงธัมมชโยหมดจากความเป็นพระตั้งแต่ปี 2542 ตามพระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวร

แต่การรับเช็คจากนายศุภชัย ของธัมมมชโย เกิดขึ้นใน พ.ศ. 2552 เรื่อยมา จึงไม่ใช่การรับเงินที่โยมถวายพระ แต่เป็นการให้เงินสมีที่ร่วมฟอกเงินต่างหาก

--------------------------

ทำไมกรรมการมหาเถรสมาคม จึงยอมให้สมีธัมมชโยพ้นผิด ?

ตอบง่าย ๆ ก่อนเลยว่า สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ทำหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช เป็นพระอุปัชฌาย์ให้ธัมมชโย แถมยังเคยมอบพัดยศเลื่อนสมณศักดิ์ให้ธัมมชโยอีกเมื่อปี 2554

หากไปตัดสินว่า ธัมมชโยปาราชิกไปนานแล้ว ก็เท่ากับประจานตนเองว่า ปล่อยคนชั่วปล่อยคนผิดให้ลอยนวล แถมยังอุ้มชูส่งเสริมสมีให้เลื่อนยศสมณอีกด้วย

ซึ่งถ้ายึดตามกฎหมายสงฆ์สมัยรัชกาลที่ 1 เจ้าคณะทั้งหลาย กรรมการมหาเถรสมาคมทุกรูป ก็ถือว่ามีความผิดสมรู้ร่วมคิด โดนจับสึกหมดทุกรูป

ด้วยเหตุนี้ มส. จึงต้องปกป้องธัมมชโย ให้ไม่ปาราชิก




สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช
กรรมการมหาเถรสมาคม แม่กองบาลีสนามหลวง เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ


แถมกรรมการมหาเถรสมาคมบางรูปก็ยังไปเดินอวดเท่บนกลีบดอกดาวรวยด้วย เช่นโฆษกมหาเถรสมาคม ที่แถลงข่าวว่าธัมมชโยไม่ผิดนั่นแหละ


พระพรหมเมธี กรรมการและโฆษกมหาเถรสมาคม ผู้ช่วยแม่กองธรรมสนามหลวง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์




ความผิดสมีไชยบูลย์ ชัดเจนขนาดนี้ ยังช่วยกันแถว่าไม่ผิด
พอกันทีกับมหาเถรสมาคม เพราะทุกวันนี้ เป็นเพียง มหาเดียร์ถีย์สมาคม

ร่วมกันคว่ำบาตรกับสงฆ์เหล่านี้

"กรรมการมหาเถรสมาคม" ทั้ง 20 รูป ประกอบด้วย ฝ่ายธรรมกาย 10 รูป และฝ่ายธรรมยุต 10 รูป

โดยพระที่สนับสนุนให้ธัมมชโยไม่ผิด มี 12 รูป คือ กรรมกายฝ่ายมหานิกาย 10 รูป และฝ่ายธรรมยุติกนิกายอีก 2 รูป

ให้สังเกตรายชื่อด้วยอักษรสีแดงทั้งหมด คือฝ่ายสนับสนุนสมีไชยบูลย์พ้นผิด

ฝ่ายมหานิกาย
1.สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำภาษีเจริญ
2.สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดสุทัศน์เทพวราราม
3.สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ วัดพิชยญาติการาม
4.สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม
5.พระพรหมวชิรญาณ วัดยานนาวา
6.พระวิสุทธิวงศาจารย์ วัดปากน้ำ
7.พระพรหมดิลก วัดสามพระยา
8.พระพรหมโมลี วัดปากน้ำภาษีเจริญ
9.พระพรหมสิทธิ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
10.พระพรหมบัณฑิต วัดประยุรวงศาวาส

ฝ่ายธรรมยุติกนิกาย
1.สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดสัมพันธวงศาราม
2.สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
3.สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร
4.สมเด็จพระธีรญาณมุนี วัดเทพศิรินทราวาส
5.พระพรหมเมธาจารย์ วัดบุรณศิริมาตยาราม
6.พระพรหมเมธี วัดสัมพันธวงศาราม
7.พระพรหมมุนี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
8.พระพรหมวิสุทธาจารย์ วัดเครือวัลย์
9.พระธรรมธัชมุนี วัดปทุมวนาราม
10.พระธรรมบัณฑิต วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก

ถ้ายึดตามกฎหมายสงฆ์ในสมัยรัชกาลที่1 กรรมการมหาเถรสมาคมทั้ง 12 รูป คือ ผู้สมรู้ร่วมคิด ถือว่ามีความผิดร่วมกัน สมควรถูกจับสึกทั้งสิ้น

สำหรับผม ถือว่า กรรมการมหาเถรสมาคมทั้ง 12 รูป รวมถึงสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เป็นอลัชชีไปแล้วครับ



--------------

ดู ๆ พระพรหมเมธี โฆษกมหาเถรสมาคม ฉลองเลื่อนสมณศักดิ์ เมื่อปี 2554

พระพรหมเมธี วัดสัมพันธวงศ์ 1 ในกรรมการมหาเถรสมาคมที่สนับสนุนสมีธัมมชโย เคยฉลองเลื่อนสมณศักดิ์อย่างอลังการ !!







คลิกดู รูปความเสื่อมของภิกษุรูปนี้ได้ที่นี่

------------------

ส่วน ปปง. อ้างว่า ไปยึดทรัพย์ที่ธัมมชโยได้รับจากนายศุภชัย ไม่ได้ เพราะได้นำเงินนั้นไปสร้างศาสนาสถานไปแล้ว ซึ่งถือว่า เป็นที่ดินสงฆ์ เป็นทรัพย์แผ่นดิน กฎหมายไม่ให้ยึดคืนอีก

นี่คือ การแถของ ปปง. เพราะไม่ได้ให้ไปยึดที่ดินวัดคืน แต่ให้ตรวจสอบบัญชีของธัมมชโย แล้วให้นำเงินมาคืน แล้วนำธัมมชโยดำเนินคดีฐานร่วมกันฟอกเงินด้วย

ก่อนจบ ขอฝากไว้

เมื่อ 2 อาทิตย์ก่อน ผมเห็นคนโพสข้อความนึง แล้วชอบมาก


"เจ้าชายสิทธัตถะทรงสละทรัพย์สมบัติเพื่อออกบวช
แต่ไชยบูลย์ออกบวชเพื่อแสวงทรัพย์สมบัติ"

5555555 ชอบ ๆ

คลิกอ่าน ถอดผ้าเหลืองธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดปากน้ำต้องร่วมรับผิดชอบ (มีกฎหมายสงฆ์เรื่องปาราชิกสมัยรัชกาลที่ 1)




วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เหตุผลที่ว่ากันว่า ยิ่งลักษณ์อยากหนีคดีก่อนขึ้นศาล







ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 58 นี้ อัยการสูงสุดจะนำคดียิ่งลักษณ์ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 157 ในโครงการรับจำนำข้าว ขึ้นฟ้องศาล

หากศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้อง ก็จะเข้าสู่การพิจารณาคดีต่อไป แต่ที่ลือว่า ยิ่งลักษณ์อยากไปฮ่องกงเพื่อจะหนีคดีก่อนคดีจะเข้าสู่กระบวนการทางศาลนั้น

เหตุผลก็คือ ตามมาตรา 172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ได้กำหนดไว้ว่า จำเลยต้องมาขึ้นศาลด้วยตนเองในการพิจารณาครั้งแรกด้วย

สังเกตเส้นใต้สีแดง ต่อหน้าจำเลย



ดังนั้น ถ้าจำเลยไม่มาขึ้นศาลในการพิจารณาคดีวันแรก หรือหลบหนีคดีออกนอกประเทศไปก่อน ก็จะทำให้ศาลอาจต้องจำหน่ายคดีออกนอกสารบบชั่วคราว แปลง่าย ๆ คือ ต้องหยุดการพิจารณาคดีนี้จนกว่าจะตามจับจำเลยกลับมาขึ้นศาลได้

และเมื่อคดีถูกจำหน่ายออกจากสารบบ เพราะจำเลยหลบหนี ก็ทำให้คดีทางแพ่งเพื่อฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายก็ต้องหยุดชะงักไปด้วย เพราะในเมื่อคดีอาญา ศาลยังไม่ตัดสินว่าจำเลยผิดจริง ก็เลยฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งต่อไม่ได้

สรุปก็คือ รีบหนีเสียก่อนดีที่สุด ที่คดีจะเข้าสู่ศาล หนีก่อนศาลจะตัดสิน ก็เท่ากับว่ายังเป็นผู้บริสุทธื์อยู่ ซึ่งยิ่งลักษณ์และตระกูลชินวัตรก็จะได้เอาไปอ้างหลอกสาวกต่อไปได้ว่า ที่ต้องหนีเพราะกระบวนการยุติธรรมของไทยไม่ยุติธรรม

แต่เมื่อตอนนี้ยิ่งลักษณ์ยังออกนอกประเทศไม่ได้ ก็ต้องจับตาต่อไปว่า เมื่อไหร่ที่จะหนี แต่เชื่อว่า หนีแน่ ๆ เพราะคดีนี้อัตราโทษสูงถึงจำคุก 10 ปี แล้วไหนจะคดีแพ่งที่จะต้องชดใช้อีกล่ะ

จริง ๆ แล้วยิ่งลักษณ์อยากหนีเมื่อไหร่ก็หนีได้ เพราะมีคนช่วยเปิดทางหนีให้เยอะแยะ มันแค่จะเลือกจังหวะเวลาไหนเท่านั้นที่เธอจะเลือกหนี

แต่การไม่เสี่ยงขึ้นศาลเลย ก็เท่ากับปกป้องทรัพย์สินของตัวเองได้แน่ ๆ ต่อไป

---------------

ล่าสุด 19 ก.พ. 58 ทนายความของยิ่งลักษณ์ยื่นหนังสือถึงเหตุที่ยิ่งลักษณ์ไม่มาในวันที่อัยการสูงสุดส่งฟ้องศาล ก็เพราะเป็นแค่ขั้นตอนการยื่นฟ้องเท่านั้น

และทนายความยิ่งลักษณ์ ได้ยืนยันว่า หากศาลประทับรับฟ้องแล้ว ยิ่งลักษณ์จะมาขึ้นศาลในวันพิจารณาคดีในวันแรกด้วยตัวเองอย่างแน่นอน (ก็ดูกันต่อไป)

ซึ่งจริง ๆ แล้ว ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษา ตราบนั้นยิ่งลักษณ์ก็มีเวลาหนีได้เสมอ 

แต่ถ้าให้ดี ก็ต้องหนีก่อนมีคำพิพากษา เพราะคดีจะได้ถูกจำหน่ายออกจากสารบบไปก่อน





วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ใครแจกเบนซ์กันแน่ระหว่าง คุณตัน กับ สาวกหวยเบอร์ใต้ฝาชาเขียว






คุณตัน อิชิตัน เจ้าของชาเขียวอิชิตัน ผู้เคยเป็นเจ้าของโออิชิชาเขียว แล้วก็ขายโออิชิให้บริษัทช้างไป ทั้งที่เคยบอกว่า จะไม่ทำกิจการเหมือนเดิมเพื่อมาแข่งกับโออิชิอีก

แล้วคุณตัน ขายอิชิตันประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ด้วยกลยุทธ์ ขายหวยเบอร์ผ่านฝาชาเขียว จนนำพาอิชิตันเป็นชาเขียวที่ขายดีที่สุดในประเทศไทย

มาปี 2558 คุณตัน ก็ประกาศเคมเปญล่าสุดคือ แจกรถเบนซ์ 50 คัน ซึ่งถ้าผมดูไม่ผิดน่าจะเป็น เบนซ์ SLK Class คันละ 3.690,000 บาท



ถ้าเบนซ์เอสแอลเค รุ่น 2014 คันละ 3.69 ล้านบาท ทั้งหมด 50 คันก็จะมีมูลค่ารวม 184.5 ล้านบาท

อิชิตันขายปลีกขวดละ 16 บาท ก็คงลดราคาในช่วงนี้ไม่ได้ เพราะเดี๋ยวไม่มีกำไรไปซื้อเบนซ์มาแจกนะจ๊ะสาวก

แต่ถ้าช่วงไหนไม่ได้แจกของรางวัลนะ บางทีจัดโปรโมชันลดราคาอิชิตันเหลือขวดละ 10 บาท หรือซื้อ 1 แถม 1 ก็ยังเหลือกำไรอีกบานเบอะเลยล่ะ 555



ช่วยกันซื้ออิชิตันกันเยอะ ๆ นะจ๊ะสาวก เพราะคุณตันยังต้องการกำไรอีกมากเพื่อเอาไปทำบุญนะจ๊ะสาวก



จากชื่อบทความ คุณผู้อ่านว่า ตกลงเงินใครกันแน่ที่เอามาแจกเบนซ์ ?

ถ้าคนคิดตื้น ๆ ก็ต้องคิดว่า ก็เงินคุณตันน่ะสิ

แต่ถ้าคุณเป็นนักการตลาด คุณย่อมรู้ว่า ของฟรีไม่มีในสินค้าทุกชนิด อย่างเช่น ซื้อรถยี่ห้อนึงแล้วแจกซัมซุงโน๊ต 4 ฟรี คุณคิดว่า มันฟรีจริงหรือ ?

เช่นเดียวกัน แจกรถเบนซ์ ก็คือ การนำกำไรจากเงินของคนที่ซื้ออิชิตันจำนวนหลายล้านคนแต่ไม่มีโชคหรือไม่ได้รางวัลนั่นแหละ มาซื้อรถเบนซ์แจกให้คนซื้อที่มีโชคแค่ 50 คน

การตลาดแบบนี้มันก็คือ หวยออกเบอร์ ชนิดหนึ่งนั่นแหละครับ


http://imgur.com/JRrZUQF
--------------

ถ้าสินค้าประเภทเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนถูกห้ามไม่ให้ใช้วิธีการแจกของรางวัลในการทำการตลาดอีก ผมอยากรู้จริง ๆ จะมีคนซื้อชาอิชิตันสักวันละกี่ขวด

เพราะคุณตันจัดแคมเปญแจกโน่นแจกนี่ตลอดปี จนกลายเป็นว่า เน้นเอาของรางวัลมาล่อใจ มากกว่าขายสินค้าไปแล้ว

เอาเถอะการตลาดของประเทศที่ประชากรด้อยคุณภาพก็แบบนี้แหละ

"แดกอิชิตันกันเยอะ ๆ นะจ๊ะ จะได้มีสิทธิได้เบนซ์ 50 คัน"

คลิกที่รูปเพื่อขยาย!!


ช่วงแจกปอร์เช่ สาวกคุณตันต่างอธิษฐานเพื่อปอร์เช่

----------------------

ตัวอย่างความเห็นของสาวกคุณตัน หลังจากแจกรถเบนซ์ไปแล้ว 2 คัน


http://imgur.com/pHP73vn,0x23H6k#1



ที่แท้คุณตัน ไม่ได้แจกรถเบนซ์ SLK ราคาคันละ 3.69 ล้านบาท แค่รุ่นเดียว แต่ยังแจกรถเบนซ์ CLA 180 ราคา คันละ 2.39 ล้านบาทด้วย คงจะแจกรุ่นสลับกัน



บทความที่เกี่ยวข้อง

คลิกอ่าน วันนี้คุณเลิกดื่มชาเขียวรึยัง

คลิกอ่าน ตัน ภาสกรนที เจ้ามือหวยออกเบอร์

คลิกอ่าน กลยุทธ์รวยหลอกแดกของตัน อิชิตัน

คลิกอ่าน กลยุทธ์ทำบุญสร้างภาพของตัน ภาสกรนที

คลิกอ่าน ตัน ภาสกรนที ร่ำรวยเพราะรู้จักธาตุแท้สันดานคนไทย




วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เชื่อหรือไม่ เบื้องหลังสนับสนุนกลุ่มไอเอสคือ สหรัฐอเมริกา (&ยิว)






ก่อนอื่นผมขอบอกก่อนว่า จะไม่เล่าให้ละเอียดหรือซับซ้อนนะครับ เอาแค่เล่าคร่าว ๆ พอให้เห็นภาพ (และถ้ารูปไหนในบทความไม่ขึ้น ก็ให้รีเฟรชอีกทีนะครับ)

ขอเริ่มจากกลุ่มไอเอส หรือ ไอซิล ISIL หรือ ไอซิส ISIS ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่รู้ดีว่า ไอเอสเกิดจากกองกำลังสุหนี่ที่ต่อต้านรัฐบาลซีเรียชีอะห์ ภายใต้การสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกาและชาติพันธมิตรอาหรับของสหรัฐฯ ซึ่งกลุ่มไอเอสนี้นอกจากทำสงครามต่อต้านรัฐบาลซีเรียแล้ว ก็ยังต่อต้านรัฐบาลชีอะห์ของอิรักด้วย

(เหตุเพราะรัฐบาลซีเรีย เป็นพันธมิตรที่ดีกับรัสเซีย และอิหร่าน จึงทำให้สหรัฐอเมริกาและซาอุดิอะรเบีย ไม่พอใจอย่างมาก แล้วยิ่งรัฐบาลประชาธิปไตยใหม่ของอิรัก ก็เป็นรัฐบาลชีอะห์อีก ที่เริ่มไปสนิทชิดเชื้อกับรัฐบาลอิหร่านมากขึ้น)

ลุ่มไอเอสนี้ จะว่าไปก็มาจากมุสลิมหัวรุนแรงหลายกลุ่ม อาทิ กลุ่มกบฎนิกายสุหนี่สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีซัดดัมฮุสเซน ซึ่งไอเอสกลับมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์ด้วย จึงทำให้สหรัฐอเมริกาไม่กล้าสนับสนุนไอเอสมากเกินไป เพราะเกรงจะกลับมาแว้งกัด (แต่ภายหลังไอเอส กับอัลกออิดะห์เริ่มไม่กินเสันกันแล้ว)

ท่อน้ำเลี้ยงไอเอสในยุคเริ่มแรก


ถามว่า ไอเอส รู้หรือไม่ว่า ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา ?

ตอบว่า รู้ครับ แต่ก็ทำเป็นไม่รู้ เพราะสหรัฐอเมริกาย่อมไม่สนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายหรือกองกำลังติดอาวุธเถื่อนอย่างออกหน้าหรอกครับ มันต้องแอบสนับสนุนแบบลับ ๆ หรืออ้อม ๆ

จนเมื่อกลุ่มไอเอสแข็งแกร่งขึ้น มีบ่อน้ำมันของตัวเอง เริ่มลดการพึ่งพาเงินอุดหนุนจากภายนอกลง เพราะกลายเป็นกลุ่มก่อการร้ายที่รวยที่สุดในโลกไปแล้ว ก็เลยคิดจะสร้างประเทศใหม่ขึ้นมา นั่นคือ "รัฐอิสลาม" เพราะไอเอสได้ยึดพื้นที่บางส่วนในซีเรียและอิรักไว้ได้ จนมีพื้นที่ขนาดประมาณเท่าประเทศเบลเยี่ยม

-----------------

ญี่ปุ่น

หลังจากรัฐบาลญี่ปุ่นมีความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไม่เคยแก้ไขเลยหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ในหมวดกลาโหม คือ ต้องการแก้ไขให้ญี่ปุ่นสามารถมีกองทัพที่เต็มรูปแบบได้อีกครั้ง ไม่ใช่มีแค่กองกำลังป้องกันตนเองเท่านั้น ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้ก็ได้รับความเห็นชอบจากสหรัฐอเมริกาแล้ว

ถามว่า ทำไมญี่ปุ่นถึงอยากมีกองทัพที่สมบูรณ์อีกครั้ง ?

คำตอบคือ เพราะญี่ปุ่นต้องการความแน้ใจหรือความมั่นใจว่าตนจะสามารถรับมือเกาหลีเหนือหรือจีนได้หากเกิดสงครามขึ้นมา เพราะญี่ปุ่นยังมีความขัดแย้งในภูมิภาคนี้หลายเรื่อง หรืออย่างเช่นปัญหาขัดแย้งเรื่องหมู่เกาะต่าง ๆ ที่ญี่ปุ่นเองมีปัญหาทั้งกับจีนและเกาหลีใต้

ในขณะที่ประเทศทื่อาจเป็นภัยคุกคามญี่ปุ่นได้ เช่น จีน เกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้ ต่างมีกองทัพที่เข้มแข็งได้เต็มที่ แต่ญี่ปุ่นกลับมีเพียงกองกำลังป้องกันตนเองเท่านั้น

ส่วนสหรัฐอเมริกาเองก็เริ่มถังแตก และต้องการแผ่ขยายอิทธิพลมาทางเอเซียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียนให้มากขึ้น จึงทำให้สหรัฐอเมริกาจึงวางใจจะให้ญี่ปุ่นซึ่งเป็นพันธมิตรที่ดีที่สุดของสหรัฐอเมริกาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ได้ดูแลตัวเองมากขึ้น

แถมการที่สหรัฐอเมริกาจะชนกับจีน หรือเกาหลีเหนือซึ่ง ๆ หน้าเอง มันก็อาจไม่คุ้ม ก็เลยยอมให้ญี่ปุ่นมีกองทัพที่สมบูรณ์น่าจะเป็นการดีกว่า อีกทั้งสหรัฐอเมริกาก็ยังขายอาวุธให้ญี่ปุ่นได้มากขึ้นด้วย สหรัฐอเมริกาจึงยอมให้ญี่ป่นมีกองทัพเพื่อเป็นกันชนในภูมิภาคนี้ให้สหรัฐอเมริกา

ทีนี้กลับมีคนญี่ปุ่นจำนวนมากต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวดกลาโหมของรัฐบาลญี่ปุ่น จนถึงขนาดมีคนเผาตัวตายประท้วงเรื่องนี้ไปแล้ว

------------------

ไอเอสจับตัวประกันชาวญี่ปุ่น

หลังจากไอเอสได้จับตัวประกันชาวญี่ปุ่น 2 ราย และได้ทำการฆ่าอย่างโหดเหี้ยมไปแล้วนั้น ทำให้กระแสต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญของญี่ปุ่นในเรื่องกลาโหมเริ่มลดลง

นายกฯ ชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่นแจ้งต่อสภา อธิปรายความเป็นไปได้ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับรักสันติ เพื่อเปิดทางส่งทหารปฏิบัติการช่วยตัวประกันชาวญี่ปุ่นในต่างแดน หลังไอเอสฆ่าตัดคอตัวประกันญี่ปุ่น 2 ราย

นายชินโซ อาเบะ กล่าวต่อคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันจันทร์ หรือหนึ่งวันภายหลังเขาแถลงข่าวประณามกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ว่าชั่วช้าเลวทรามที่สังหารเคนจิ โกโตะ นักข่าวชาวญี่ปุ่นอย่างโหดเหี้ยม เขาได้ประณามพฤติกรรมนี้ซ้ำอีกครั้งกับสมาชิกรัฐสภาญี่ปุ่น

"การคุ้มครองความปลอดภัยของชาวญี่ปุ่นเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล และผมคือบุคคลที่ต้องรับผิดชอบมากที่สุด" อาเบะกล่าวต่อสภา พร้อมเสริมว่าเขาต้องการหารือเรื่องกรอบการทำงานด้านการช่วยเหลือชาวญี่ปุ่นที่ตกอยู่ในอันตราย

นายอาเบะ ยังบอกอีกว่า "รัฐธรรมนูญรักสันติที่ใช้หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งจำกัดบทบาทของกองทัพ ทำให้ญี่ปุ่นไม่สามารถเข้าร่วมปฏิบัติการที่สหรัฐเป็นผู้นำในการโจมตีทางอากาศต่อไอเอส หรือสนับสนุนกำลังบำรุงได้"


คุณผู้อ่านพอมองเห็นภาพอะไรไหมครับ ?

สหรัฐอเมริกา คือ ผู้อยู่เบื้องหลังตัวจริงของกลุ่มไอเอส ต้องการให้ญี่ปุ่นมีกองทัพได้อีกครั้ง แต่เกิดกระแสต่อต้านของคนญี่ปุ่นเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

แต่การที่กลุ่มไอเอสจับผู้สื่อข่าวญี่ปุ่นไปฆ่าอย่างโหดเหี้ยมทั้ง 2 ราย จึงทำให้ความชอบธรรมที่ญี่ปุ่นจะมีกองทัพที่สมบูรณ์อีกครั้งจึงมีความเป็นไปได้มากยิ่งขึ้น




--------------------

มาที่จอร์แดน

ก่อนหน้าที่นักบินเอฟ-16 ชาวจอร์แดนจะถูกจับเป็นตัวประกัน และก่อนที่เขาจะถูกฆ่าด้วยการเผาทั้งเป็นอย่างโหดเหี้ยม ซึ่งการเผามนุษย์ทั้งเป็นเป็นเรื่องต้องห้ามในศาสนาอิสลามนั้น ชาวจอร์แดนประมาณร้อยละ 50 ไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลจอร์แดนไปร่วมมือกับสหรัฐอเมริกาเพื่อโจมตีกลุ่มไอเอส

แต่พอหลังจากกลุ่มไอเอสได้เผานักบินจอร์แดนทั้งเป็นแล้ว ทำให้ชาวจอร์แดนส่วนใหญ่เรียกร้องให้รัฐบาลจอร์แดนแก้แค้นกลุ่มไอเอส และเห็นด้วยที่กองทัพจอร์แดนจะทำการโจมตีกลุ่มไอเอส
http://imgur.com/amWdKIX,Jx7SWwT,mIeyOG2,bWFaJao,7O4REbS,kW70a8H,X5wPWJb,B96atXs#0


จากที่ผมเล่ามานี้ คุณผู้อ่านพอมองภาพออกไหมครับว่า ใครได้ผลประโยชน์ครั้งนี้ที่สุด

คำตอบคือ สหรัฐอเมริกาไงครับ ที่สามารถทำให้ชาวจอร์แดนโกรธแค้นไอเอส แล้วหันมาสนับสนุนให้รัฐบาลจอร์แดนแก้แค้นให้นักบินเอฟ-16

ซึ่งเท่ากับทำให้สหรัฐอเมริกาได้พันธมิตรเพื่อต่อต้านไอเอสอย่างเต็มตัวเพิ่มขึ้นอย่างจอร์แดน และสหรัฐอเมริกาก็ยังได้รับการสนับสนุนทางการเงินมากขึ้นจากญี่ปุ่นเพื่อใช้ในการต่อต้านการก่อการร้ายของไอเอส


---------------------

ทำไมสหรัฐอเมริกาจึงอยู่เบื้องหลังไอเอส แล้วทำไมไอเอสจึงเกลียดสหรัฐอเมริกา ?

คำตอบเรื่องนี้ง่ายมาก คือ ถ้าไม่เกลียดสหรัฐอเมริกา โลกนี้ก็คงไม่เหลืออะไรให้เกลียด เพราะสหรัฐอเมริกานี่แหละคือตัวการก่อความวุ่นวายและความไม่สงบสุขของโลก ซึ่งการเกลียดสหรัฐอเมริกาย่อมนำพามาให้ซึ่งผลประโยชน์มากมาย

สมาชิกกลุ่มไอเอสส่วนใหญ่ก็เกลียดสหรัฐอเมริกาแทบทั้งสิ้น แต่คนพวกนี้ส่วนใหญ่หารู้ไม่ว่า ผู้อยู่เบื้องหลังไอเอสตัวจริงก็คือ สหรัฐอเมริกานี่แหละ (เอ๊ะหรือว่าจะรู้?)

แล้วทำไมสหรัฐอเมริกาต้องอยู่เบื่องหลังไอเอส ?

ก็เพราะนโยบายสหรัฐอเมริกา ต่อหน้าจะทำเป็นรักษาสันติภาพโลก ส่งเสริมสิทธิมนุษยชน

แต่ความจริงเบื้องหลังของสหรัฐอเมริกา กลับส่งเสริมให้เกิดสงคราม เสี้ยมให้เขาทะเลาะกันเพื่อผลประโยชน์จากการขายอาุวธ ส่งเสริมให้มีการละเมิดสิทธิเสรีภาพ เพื่อตัวเองจะได้เข้าแทรกแซงขอเป็นพระเอก แล้วเข้าครอบงำแทน

ครอบงำ = ยึดครอง


---------------

กลับมาที่การจับตัวประกันชาวญี่ปุ่นของไอเอสอีกครั้ง

ถามว่า ไอเอสเรียกค่าไถ่ 200 ล้านเหรียญจากญี่ปุ่น ไอเอสคิดว่า ญี่ปุ่นจะยอมจ่ายให้เหรอ ?

ตอบเลยครับว่า ไอเอสรู้อยู่แล้วว่า ญี่ปุ่นไม่มีทางจ่ายเงินค่าไถ่ให้ไอเอสแน่นอน เพราะสปิริตเรื่องการเสียสละชีวิตตัวเองเพื่อไม่ให้ชาติเดือดร้อน คนญี่ปุ่นถือว่าเป็นที่ 1 ไม่เป็นรองใคร

ไอเอส รู้ดีถึงจิตวิญญาณของคนญี่ปุ่นในเรื่องนี้ แต่การที่ไอเอสจับคนญี่ปุ่นเป็นตัวประกัน เจตนาไม่ได้ต้องการเงิน แต่เจตนาอยู่ที่ความต้องการของสหรัฐอเมริกา


คนญี่ปุ่นรู้ทันไอเอส เลยสวมหมวกมิคกี้เมาส์ให้นักรบไอเอส โดยมีฉากหลังคือ ดิสนีย์แลนด์ 

----------------

ผู้อยู่เบื้องหลังไอเอสตัวจริง คือ ....

ในช่วงหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา เกิดกระแสต่อต้านศาสนาอิสลามขึ้นหลายประเทศในยุโรป

คุณรู้ไหม วิธีที่จะทำลายกลุ่มที่คุณเกลียดได้เนียนที่สุดและสะใจที่สุดคืออะไร ?

คำตอบคือ ให้พวกเดียวกันเองฆ่ากันเอง

เช่นเดียวกัน การทำลายศาสนาอิสลามที่ดีที่สุด ก็คือการเสี้ยมให้อิสลามทะเลาะกันเอง หรือฆ่ากันเอง

การที่สหรัฐอมเริกาสนับสนุนกลุ่มไอเอสขึ้นมานั้น ก็เพื่อต้องการให้ไอเอสเป็นตัวถ่วงดุลกลุ่มอำนาจในตะวันออกกลางที่อยู่ฝ่ายรัสเซีย เช่น ต่อต้านรัฐบาลชีอะห์ของอิรักและรัฐบาลซีเรีย ซึ่งเป็นพันธมิตรกับรัฐบาลอิหร่าน


Daesh คือ คำเรียกกลุ่มไอเอส ในภาษาอาหรับ

ารที่ไอเอส อ้างตัวเป็นมุสลิม แต่กลับสุดโต่งและป่าเถื่อนโหดร้าย ทำให้มีผู้คนทั่วโลกมากมายเกิดอาการเกลียดและต่อต้านศาสนาอิสลามมากขึ้น ทั้ง ๆ ที่ชาวมุสลิมส่วนใหญ่เป็นคนดี

แต่จากการกระทำของกลุ่มไอเอสกลับเป็นการทำให้ศาสนาอิสลามโดยรวมดูตกต่ำลงในสายตาชาวโลก เพราะเกิดการเหมารวมว่าเป็นอิสลามเช่นกัน นี่คือการทำลายศาสนาอิสลามในชั้นแรก

ต่อมา การที่ทำให้ไอเอสเป็นมุสลิมสุดโต่งโหดร้าย ทำให้ประเทศอิสลามอื่น ๆ ต่างพากันต่อต้านกลุ่มไอเอสไปด้วย ซึ่งนั่นก็คือ อิสลามรบราฆ่าฟันกันเอง นี่คือการบ่อนทำลายอิสลามในชั้นสอง เรียกว่า ยืมมืออาหรับมือฆ่าคนอาหรับด้วยกัน

ตราบใดที่โลกอาหรับไม่สงบสุข ตราบนั้นสหรัฐอเมริกาก็ได้ผลประโยชน์จากการขายอาวุธให้กับคู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่าย ทั้งในทางตรงและในทางลับ

แล้วทำไมสหรัฐอมริกาถึงได้ใช้แผนสร้างไอเอสขึ้นมาเพื่อทำลายศาสนาอิสลามล่ะ

คำตอบก็เหมือนชื่อบทความ เพราะสหรัฐอเมริกาอยู่ภายใต้อำนาจของคนยิว(เลวๆ) การที่มุสลิมยังทะเลาะกันเองอยู่ ยิวหรืออิสราเอลก็นอนตีพุงอยู่ได้อย่างสบาย ๆ

การ์ตูน สหรัฐอเมริกา ยิว ร่วมกันสร้างหุ่นนักรบไอเอส 
สังเกต สหรัฐฯ สร้างตัว แต่ยิวสร้างสมองโดยใส่ระเบิดหรือความรุนแรงลงไป



(เคยรู้จักหนังเรื่อง ทรอยด์ ไหมครับ สหรัฐอเมริกาใช้ไอเอสเป็นม้าไม้) 

ถามว่า ไอเอสรู้ตัวหรือไม่ว่า อาจถูกหลอกใช้ ?

คำตอบคือ สถานการณ์ ณ ตอนนี้คือ ทฤษฎีสมรู้ร่วมคิด กับ ทฤษฎีหลอกใช้กันเอง รวมถึงการหักหลัง ที่ต่างฝ่ายต่างงัดออกมาใช้ ขึ้นอยู่ว่า บทสรุปสุดท้ายใครจะหลอกใช้ใครได้สำเร็จกว่ากันเท่านั้น

และที่ตอนนี้สหรัฐอเมริกาประกาศตัวเป็นศัตรูกับไอเอส เพราะความโหดร้ายและความกระด้างเดื่องของไอเอสนั่นเอง

หรือที่ไอเอสประกาศตัวเป็นศัตรูกับสหรัฐอเมริกา ก็เพราะถ้าไม่ต่อต้านสหรัฐอเมริกา ก็หาแนวร่วมมาเป็นสาวกไอเอสได้ยากสิครับ

แต่สิ่งที่สหรัฐอเมริกาแสดงออกในบทบาทตำรวจโลก หรือ พระเอกแห่งเสรีภาพ ล้วนเชื่อถือไม่ได้ทั้งสิ้น เพราะ..

บางทีสหรัฐอเมริกา ปากบอกเป็นมิตรกับใครก็อาจแอบบ่อนทำลาย ปากบอกเป็นศัตรูกับใครกลับแอบให้การสนับสนุน เป็นเช่นนี้แหละครับ


ธาตุแท้ของไอเอส คือ รูปนี้ อ้างศาสนาอิสลามบังหน้า แต่ที่แท้ทำเพื่อเงิน !!
เบื้องหน้าสาวกไอเอสอ้างอุดมการณ์อิสลาม แต่ลับหลังกลับเป็นกลุ่มก่อการร้ายรับจ้าง


(การ์ตูนมุขนี้ หมายถึง ไอเอส ก็คือ นักรบรับจ้างเพื่อเงินดอลล่าห์สหรัฐ)


ประเด็นเรื่องไอเอสเป็นเรื่องที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนแต่ไม่เร้นลับ แต่ไคลแม็กซ์มันอยู่ตรงไหนรู้ไหมครับ ?

มันไคลแมกซ์ตรงที่ ศัตรูสำคัญของอิสราเอลอีกชาติก็คือ ตุรกี ซึ่งเป็นพันธมิตรสหรัฐแบบครึ่งตัว เพราะตุรกีเองก็ดันแอบช่วยสอนการใช้อาวุธให้กับกลุ่มนักรบไอเอสด้วยน่ะสิครับ



เพราะตุรกีเองมีปัญหากับกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนชาวเคิร์ด จึงทำให้ตุรกีหวังใช้ไอเอสปราบกลุ่มกบฏชาวเคิร์ด แต่ชาวตุรกีเองกลับต่อต้านการตีความกฎหมายอิสลามแบบสุดโต่งเหมือนที่พวกไอเอสกำลังนำมาใช้ เพราะตุรกีเป็นประเทศที่ไม่ใช้กฎหมายอิสลาม

คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว


แล้วท่าทีอิหร่านต่อกลุ่มไอเอสล่ะ ?? 

แน่นอน อิหร่านศัตรูของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ที่ตอนนี้ได้ไปสนิทชิดเชื้อกับรัฐบาลชีอะห์อิรักจนสหรัฐฯ เคือง

โดยเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว อิหร่านเคยส่งฝูงบินรบไปถล่มกลุ่มไอเอสทางตอนเหนือของอิรัก แล้วเป็นยังไงรู้ไหมครับ ?

สหรัฐอเมริกาดันออกมาโวยว่า อิหร่านล้ำเส้น!! (อ่านข่าว) เพราะสหรัฐอเมริกาจะไม่ขอร่วมมือกับอิหร่านในการถล่มไอเอสเด็ดขาด

อิหร่านอุตส่าห์ช่วยถล่มไอเอสตามที่อิรักร้องขอ แต่สหรัฐฯ ดันออกมาขวาง ตลกดีไหม ??

สรุปสั้น ๆ นะครับ ทุกชาติในตะวันออกกลางต่างทำเพื่อชาติตัวเองทั้งสิ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่า ณ จุดนั้นมีผลประโยชน์ร่วมกันอยู่หรือไม่

ส่วนสหรัฐอเมริกาน่ะเหรอ ก็เป็นขาเสือกที่หวังฟันประโยชน์ทั้งขึ้นทั้งล่องนั่นแหละครับ


การ์ตูนรูปนี้แสดงให้เห็นว่า สหรัฐอเมริกาหนุนให้อิสราเอลมีอาวุธนิวเคลียร์ได้ แต่กลับห้ามอิหร่านไม่ให้มีอาวุธนิวเคลียร์ แบบนี้ 2 มาตรฐานไหม ? การ์ตูนเขาสื่อว่า ตราชั่งยี่ห้อเมริกามันโกง !! (อิหร่านเป็นประเทศประชาธิปไตยนะโว้ยไอ้กัน)

อนนี้กองทัพจอร์แดน เปิดฉากถล่มทางอากาศไอเอสอย่างบ้าคลั่งเพื่อแก้แค้นให้นักบินเอฟ 16

ผมขอถามว่า ไอเอส โง่หรือไม่ ที่สังหารเผานักบินจอร์แดนทั้งเป็น จนทำให้ชาวจอร์แดนโกรธแค้นขนาดนี้ จนทำให้ฐานที่มั่นของไอเอสโดนถล่มอย่างหนัก ?

ผมไม่มีคำเฉลยนะครับ แต่ขอใบ้ว่า "ศัตรูของศัตรูคือมิตร แล้วมิตรของมิตรกลับกลายเป็นศัตรู"


http://imgur.com/qLasgqk


คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว



ในอดีตเหตุผลที่สหรัฐอเมริกาถล่มซัดดัมช่างไม่สมเหตุสมผลเลย แต่ก็อยากยกพลขึ้นบกไปถล่มซัดดัมซึ่งเป็นขี้ข้าเก่าสหรัฐอเมริกาที่กระด้างกระเดื่อง

คราวนี้ ไอเอสโหดร้ายกว่าแบบมีหลักฐานครบถ้วน แต่สหรัฐอเมริกาก็ยังไม่ยกพลขึ้นบกไปถล่ม

คือ แม้ไม่ยกพลขึ้นบกไปถล่ม หากจะเอาให้ที่มั่นไอเอสราบคาบภายใน 7 วัน กองทัพสหรัฐอเมริกาก็ส่งฝูงบินโจมตีอย่างจริงจังได้อย่างไม่ยากเย็นอะไร แต่ก็ยังไม่ทำ นี่แหละที่ทิ้งไว้ให้ผู้คนคิดมากต่อไป

------------------------

ซาอุดิอาระเบีย กับ อิสราเอล ??

การที่กำเนิดกลุ่มไอเอสขึ้นมา สาเหตุนึงก็เพราะซาอุฯ ต้องการให้หลายประเทศในอาหรับเช่น ซีเรีย อิรัก กลับมามีรัฐบาลสุหนี่ปกครอง (รวมทั้งเยเมน)

แต่อิหร่านประกาศตัวเป็นศัตรูของอิสราเอลชัดเจน ส่วนซาอุดิอาระเบียก็ไม่กินเส้นกับอิหร่านชัดเจน อย่างตอนนี้ซาอุฯ กับ อิหร่านรบกันในเยเมน ที่เรียกว่า สงครามตัวแทน

ส่วนอิหร่านที่เคยเป็นศัตรูกับอิรักมาก่อน แต่ในวันนี้กลับเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน เพราะเป็นรัฐบาลชีอะห์เหมือนกัน

ดังนั้นคุณจะเห็นว่า กรณีไอเอส ทั้งอิสราเอลและซาอุดิอาระเบีย ไม่แสดงท่าทีเป็นศัตรูกับกลุ่มไอเอสอย่างชัดเจน

แม้ซาอุดิอาระเบีย จะเออออห่อหมกตามสหรัฐอเมริกาว่า ไอเอสเป็นภัยของโลก เป็นผู้ก่อการร้ายก็ตาม

แล้วทั้งอิสราเอล และซาอุดิอาระเบีย ต่างก็คือมิตรที่ดีของสหรัฐอเมริกาเช่นกัน 

-------------------

ข่าววันที่ 21 พ.ค. 2558

เดลินิวส์



ก่อนหน้านี้ในปี 2014 เคยมีเอกสารลับถูกเผยแพร่ว่า ไอเอสเกิดจากการสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันรัฐยิว

"ทางออกเดียวสำหรับการป้องกันของรัฐยิว คือการสร้างศัตรูที่อยู่ใกล้ชายแดน"




แต่ที่แปลกประหลาดที่สุด คือ แทนที่ไอเอสจะต่อต้านยิวและอิสราเอล แต่ไอเอสกลับประกาศจะกวาดล้างกลุ่มฮามาส (หรือกองกำลังมุสลิมปาเลสไตน์) ซึ่งถือเป็นศัตรูหมายเลข 1 ของอิสราเอลแทน ตามข่าวนี้




พอจะเห็นหรือยังครับว่า ไอเอสไม่เคยประกาศเป็นศัตรูกับอิสราเอล แต่กลับมาเป็นศัตรูกับชาวมุสลิมอย่างกลุ่มฮามาสแทน

บทความของผมที่บอกว่า เบื้องหลังไอเอส ก็คือ ยิว และสหรัฐอเมริกา จึงไม่ผิดจากความจริงเลย

เพราะล่าสุด ข่าวเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้มีอดีตทหารผ่านศึกสหรัฐ ออกมาแฉว่า สหรัฐอเมริกาคือ สปอนเซอร์ใหญ่ของกลุ่มไอเอส


รอดนีย์ มาร์ติน

นักเคลื่อนไหวทางการเมืองชื่อดังซึ่งเป็นอดีตทหารผ่านศึกของสหรัฐฯ ออกโรงแฉ ในวันเสาร์ ( 4 ก.ค.) ระบุรัฐบาลอเมริกันอยู่เบื้องหลังการจัดส่ง “ทหารรับจ้างชาวต่างชาติ” เข้าไปยังซีเรีย เพื่อทำการล้มล้างระบอบการปกครองของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด

รายงานข่าวล่าสุดซึ่งอ้างการเปิดเผยของ นายรอดนีย์ มาร์ติน อดีตทหารผ่านศึกชาวอเมริกันจาก “สงครามโซมาเลีย” ซึ่งในปัจจุบันทำหน้าที่นักเคลื่อนไหวทางการเมืองชื่อดังของสหรัฐฯ มีขึ้นหลังจากที่หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ ได้นำเสนอรายงานพิเศษซึ่งระบุว่า ทางกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) กำลังเตรียมวางแผนส่งหน่วยรบชุดแรกที่ผ่านการฝึกมาเป็นอย่างดีเข้าไปยังแผ่นดินซีเรียภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ในฐานะ “กองกำลังภาคพื้นดิน” เพื่อต่อกรกับกลุ่มนักรบรัฐอิสลาม (ไอเอส)

ด้านแหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่ทหารอเมริกันนายหนึ่งซึ่งไม่เปิดเผยตัวตนระบุว่า สหรัฐฯและชาติพันธมิตรได้เสร็จสิ้นการฝึก “นักรบสายกลาง” กลุ่มแรกจากค่ายฝึกในตุรกี และเตรียมส่งนักรบซึ่งมีจำนวนไม่ถึง 100 ชีวิตกลุ่มนี้เข้าไปยังแผ่นดินซีเรียภายในช่วงปลายฤดูร้อนกลางปีนี้

อย่างไรก็ดี มาร์ตินเปิดเผยต่อสถานีโทรทัศน์เพรสส์ทีวีของอิหร่านเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ โดยระบุว่า กระแสข่าวเรื่องการส่งนักรบสายกลางชุดแรกที่ผ่านการฝึกเข้าไปต่อสู้กับกลุ่มไอเอสนั้น เป็นรายงานที่ขาดความน่าเชื่อถือ และว่าในความเป็นจริงแล้ว รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีบารัค โอบามากำลังเตรียมส่ง “ทหารรับจ้าง” ที่เป็นชาวต่างชาติเข้าไปในซีเรียเพื่อภารกิจในการ “ปลิดชีพ” ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ผู้นำซีเรียโดยเฉพาะ

รอดนีย์ มาร์ติน ยังเผยต่อว่า ที่ผ่านมารัฐบาลโอบามา คือผู้สนับสนุนรายสำคัญของกลุ่มไอเอส และว่าเป้าหมายที่แท้จริงของรัฐบาลโอบามา คือการยืมมือกลุ่มไอเอสให้ช่วยบ่อนทำลายเสถียรภาพของซีเรียและรัฐบาลของอัสซาดที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนชาวซีเรีย มากกว่าที่จะคิดกวาดล้างกลุ่มไอเอสอย่างจริงจัง

“ที่ผ่านมาเราทั้งหลายต่างถูกทำให้เข้าใจผิดกันมาโดยตลอดว่าศัตรูหมายเลขหนึ่งของรัฐบาลโอบามาคือกลุ่มไอเอส แต่ในความเป็นจริงแล้วรัฐบาลโอบามานี่ล่ะที่ทำหน้าที่ผู้สนับสนุนรายใหญ่ของกลุ่มไอเอส เพราะสหรัฐฯ ต้องการโค่นล้มระบอบการปกครองของอัสซาดและสถาปนารัฐบาลใหม่ในซีเรียที่เป็นมิตรต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ มากกว่า” มาร์ตินกล่าว

http://astv.mobi/Algcydf

---------------

อย้อนกลับมาที่ตรุกี ที่แอบให้ความช่วยเหลือไอเอสแบบอ้อม ๆ มาตลอด ก็กลับโดนไอเอสแว้งกัดเข้าให้แล้ว

เพราะเมื่อไม่นานมานี้ ไอเอส ได้ก่อการระเบิดพลีชีพในเขตชุมชนของตรุกี จนมีคนตายกว่า 200 คน โดยไอเอสได้ประกาศความรับผิดชอบ

ตรุกีเจ็บใจ ส่งฝูงบินรบบุกเข้าไปถล่มที่มั่นของกองกำลังไอเอสทันทีเช่นกัน


----------------------

ข่าว 6 พ.ย. 58

คลิกที่รูปเพื่ออ่านรายละเอียดข่าว

http://imgur.com/fMxhWmP


----------------------

อัพเดทข่าว 2 ก.พ. 2559

“เคร์รี” หน้าเสีย! เจอผู้ประท้วงอิตาลีตะโกนด่าอเมริกาคือผู้สร้าง IS (ชมคลิป)

เอเอฟพี/ไลฟ์วีก - นายจอห์น เคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เจอดีระหว่างร่วมประชุมสุดยอดระดับนานาชาติว่าด้วยการรับมือภัยคุกคามของพวกรัฐอิสลาม (ไอเอส) ที่กรุงโรม เมื่อวันอังคาร (2 ก.พ.) หลังถูกผู้ประท้วงรายหนึ่งตะโกนด่าทอ กล่าวหา อเมริกาเป็นผู้สร้างนักรบกลุ่มนี้ขึ้นมาเอง




http://astv.mobi/AJsrhdF

บทความที่เกี่ยวข้อง

คลิกอ่าน สหรัฐอเมริกา ส่อเจตนาเข้าข้าง ISIL

คลิกอ่าน นายกฯ อิรัก ตอกหน้าสหรัฐอเมริกา ที่ยุให้ทำรัฐประหาร

คลิกอ่าน การก่อการร้ายกับคะแนนนิยมผู้นำโลก และไอเอสจับตัวประกันญี่ปุ่น

คลิกอ่าน ผลประโยชน์ร่วมของสหรัฐอเมริกากับเกาหลีเหนือ

คลิกอ่าน akecity ขอตั้งนิยามให้สหรัฐอเมริกา

คลิกอ่าน การก่อการร้ายด้วยปากกาในฝรั่งเศส






วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ธรรมกาย ธรรมโกย ลิเก เมื่อผมเลิกนับถือวัดธรรมกาย







ผมเขียนเรื่องธรรมกาย ไว้ในหลายบทความในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รวมทั้งเคยเล่าประสบการณ์ไปทำบุญที่วัดพระธรรมกายในสมัยเด็กของผมตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ก็ไปหลายครั้งแล้วก็มีเว้นระยะไปหลายปี แล้วก็ได้ไปอีกในช่วงอายุ 15 - 18 ปีในเฟสบุ๊คของผม

แรกเริ่มจุดขายของวัดพระธรรมกายคืออะไร ?

ก็เริ่มจากที่ในอดีต บรรดาวัดทั่วไปจะสกปรก มีหมาวัด หมาจรจัด หมาขี้เรื้อนมากมายในวัด ทำให้วัดไม่เป็นที่น่ามาเยือนของผู้คนจำนวนมาก เพราะไม่ชอบความสกปรกจากหมา แมว ขี้หมา ที่มีเลอะเทอะมากมายในวัด

จากที่วัดควรเป็นสถานที่สัปปายะ คือ สะอาด สบาย น่ารื่นรมย์ สงบ เหมาะแก่การศึกษาธรรม ปฏิบัติธรรม

แต่วัดทั่ว ๆ ไปกลับกลายเป็นสถานที่ ๆ สกปรกไปด้วยมูลหมา แถมหนวกหูไปด้วยเสียงหมาเห่า เสียงสัตว์ต่าง ๆ ที่มีมากมายในวัด ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้คนที่รักความสะอาด รักธรรมชาติ ไม่อยากไปวัด

ผู้ก่อตั้งวัดธรรมกาย รู้จุดตรงนี้ดี จึงสร้างวัดธรรมกายให้ไม่มีสิ่งไม่น่ารื่นรมย์เหล่านั้น ทำวัดให้เป็นสถานที่สะอาด รื่นรมย์สวยงาม ไม่มีหมาวัด ไม่มีขี้หมาสกปรก ทำให้ใคร ๆ ก็อยากมาวัด มาปฏิบัติธรรมกันที่วัดธรรมกายมากขึ้น ๆ

อีกทั้งจุดขายคือ เน้นกลุ่มปัญญาชน เพราะเจ้าอาวาสและรองเจ้าอาวาสเป็นศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงทำให้ผู้คนในยุคนั้นสนใจมากขึ้นว่า นี่ขนาดคนระดับปัญญาชนยังมาบวช มาสร้างวัดเลย ซึ่งเมื่อสัก 40-50 ปีก่อน ถือว่าระดับนิสิตมาบวชตลอดชีวิตจึงเป็นเรื่องน่าสนใจมาก ถือเป็นจุดขายของวัดที่ดึงดูดความสนใจของผู้คนในยุคนั้นได้

ในตอนเริ่มแรกจนเดี๋ยวนี้ ทางวัดธรรมกายจะมีรถบัสคอยรับส่งคนมาวัดฟรี เพราะวัดยังไม่เป็นที่รู้จัก เลยต้องใช้วิธีขนคนเข้าวัด

ซึ่งตอนเด็ก ๆ ผมและครอบครัวไปวัดธรรมกายก็ด้วยวิธีนั่งรถบัสฟรีนี่แหละครับ โดยรถจะออกจากจุดนัดหมายตอนหกโมงเช้า และกลับมาส่งที่จุดเดิมหรือใครจะลงกลางทางก่อนก็ได้ในช่วงบ่าย 3-4 โมงเย็น

แรกเริ่มที่ผมได้ไปวัดธรรมกายครั้งแรก เพราะมีเพื่อนแม่เขามาชวนแม่ผมไป โดยบอกว่า ไปเที่ยววัดนี้กันไหม ไปฟรี วัดนี้สวย สะอาดมาก



----------------

เอาเป็นว่า ตอนเด็ก ๆ ผมเองก็ไม่ได้รู้เรื่องราวธรรมะอะไรมาก สนใจแค่ว่าทำสมาธิแล้วดี ทำสมาธิแล้วจะฉลาดเรียนเก่ง ก็ผู้ใหญ่เขาสอนกันมาแบบนั้น

ต่อมาพอโตขึ้น ก็ได้ยินคำสอนจากวัดธรรมกายมากขึ้นในเรื่องการทำบุญ ที่มักเน้นเรื่องอานิสงส์ผลบุญว่า ทำบุญแบบนี้แล้วจะได้อานิสงส์มากเท่านั้นเท่านี้ ทำบุญแบบนี้แล้วจะได้อานุภาพบุญมากเท่านั้นเท่านั้น

ซึ่งเรื่องทำบุญเพื่อหวังอานิสงส์ มันเป็นเพียงเปลือกของพุทธศาสนา ที่ไม่ควรไปเน้นให้มากเกินไป แต่ธรรมกายเขาเน้นเรื่องนี้เป็นหลักการตลาดเลยครับ

ผมเลยขอเรียกวัดธรรมกายว่า ลัทธิขายบุญ คือ มุ่งเน้นทำการตลาดด้วยการทำบุญและการบริจาคเพื่อหวังผลตอบแทนจากผลบุญ

ทั้งที่เจตนาของการทำบุญทำทาน คือการลดความโลภในใจลง แต่วัดธรรมกายสอนทำบุญแล้วเน้นเรืองอานิสสงส์ จึงเสมือนส่งเสริมความโลภให้มากขึ้น

วัดธรรมกายนี่เขาสอนให้ทำบุญแม้กระทั่ง มีกระปุกบุญให้เด็ก ๆ หรือใครสนใจที่จะหยอดเงินใส่กระปุก ก็จะซื้อกระปุกจากวัดธรรมกายไปค่อย ๆ หยอด พอกระปุกเต็มก็เอามาทำบุญกับวัดอีก โดยกระปุกของวัดธรรมกายจะเป็นกระปุกทรงดวงแก้ว



แถมวัดธรรมกายเขาจะมีหนังสือพิมพ์ของวัดส่งมาที่บ้านผมทุกเดือน จะมีบอกบุญใหม่ ๆ ทุกเดือนตลอดปี

จบกฐิน ก็มีผ้าป่า จบผ้าป่า เดี๋ยวก็มีบวชพระแสนรูป  เดี๋ยวก็สร้างโน่นสร้างนี่ มีให้ทำบุญตลอดปีไม่รู้จบ


-----------------

คำสอนสมาธิของธรรมกาย

ก็ท่อง สัมมาอะระหัง ตั้งจิตไว้ที่ศูนย์กลายกายฐานที่ 7 เพื่อให้เห็นพระภายในที่เรียกว่า ธรรมกาย ซึ่งมาจากวิชชาธรรมกายที่หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ เป็นผู้ค้นพบ

หรือบางทีให้กำหนดดวงแก้วใสไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7

และมีแม่ชีจันทร์ ขนนกยูง เป็นศิษย์คนสำคัญวิชชาธรรมกายของหลวงพ่อสด ที่มาเป็นอาจารย์สอนพระธัมมชโยและพระเผด็จ ทัตตชีโว อีกทอด โดยเจ้าอาวาสและรองเจ้าอาวาสมักจะสอนสาวกว่า แม่ชีจันทร์เป็นผู้เชี่ยวชาญวิชชาธรรมกายมากที่สุด

เพราะแม่ชีจันทร์ เก่งวิชชาธรรมกายมาก ขนาดถอดกายทิพย์หรือธรรมกาย เพื่อไปถวายข้าวแด่พระพุทธเจ้าที่แดนนิพพานที่สวยสว่างดั่งแก้ว

ซึ่งที่ถูกต้องนิพพานไม่ได้มีสภาวะเป็นสถานที่ดั่งที่วัดธรรมกายสอน แต่ความจริง นิพพานคือสภาวะธรรม

นี่ยังไม่รวมเรื่องแม่ชีจันทร์ ช่วยปัดระเบิดที่ฝ่ายสัมพันธมิตรเอามาทิ้งระเบิดกรุงเทพฯ ให้ระเบิดจำนวนมากตกแม่น้ำเจ้าพระยาไป


วัดธรรมกายโดยเจ้าอาวาส พยายามโปรโมทแม่ชีจันทร์ว่า เป็นเลิศด้านวิชชาธรรมกายที่สุด ขนาดยกคำของหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ มาอ้างว่า "ลูกจันทร์ หนึ่งไม่มีสอง"


http://imgur.com/vnEJ4OJ

ถ้าตามที่วัดธรรมกายสอน คือ ผู้สำเร็จวิชชาธรรมกาย หมายถึง ได้สำเร็จนิพพาน นั้น

ผมขอบอกว่า วัดธรรมกายและแม่ชีจันทร์ กำลังโกหก เพราะผู้ที่เป็นพระอรหันต์แล้ว ไม่สามารถอยู่ในเพศฆราวาสได้เกิน 7 วัน ที่จริงถ้าเป็นฆราวาสแล้วสำเร็จเป็นอรหันต์ในชาตินี้ รุ่งขึ้นก็ตายแล้วครับ

ดังนั้นการที่วัดธรรมกายพยายามอุปโลกแม่ชีจันทร์ราวกับเป็นพระอรหันต์ ก็คือ โกหกคำโต 

(หมายเหตุ แม่ชี กับ ฆราวาส สถานะเท่ากัน เพราะฆราวาสก็ถือศีล 8 เหมือนแม่ชีได้)

-----------------

เป็นไงครับ ที่ผมเขียนมาทั้งหมด ผมเขียนจากความทรงจำในวัยเด็กของผมทั้งสิ้น

หากผิดถูกอะไรไปบ้างก็ขออภัย เพราะมันก็นานกว่า 20 ปีมาแล้ว

ย้ำอีกครั้งนะครับ นิพพานไม่ใช่สถานที่ที่สวยงามดั่งแก้วเหมือนที่วัดธรรมกายพยายามล่อลวง

และแม่ชีจันทร์ก็ไม่ใช่พระอรหันต์ เพราะถ้าแม่ชีจันทร์สำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้ว ก็ต้องตายไปนานแล้ว ไม่อยู่จนอายุยืนกว่า 80 ปีหรอกครับ


http://imgur.com/D0n66fb

--------------

บทความนี้ผมไม่อยากเขียนเยิ่นเย้อ แต่เอาเป็นว่า ผมเคยเป็นคนที่เลื่อมใสในสำนักธรรมกายอย่างมากคนนึง

ถ้าสังเกตดี ๆ จะมีพ่อค้าแม่ค้านักธุรกิจเชื้อสายจีนจำนวนมากไปทำบุญกับวัดธรรมกาย เพราะคำสอนของเจ้าอาวาสวัดธรรมกายจะถูกจริตกับผู้ที่ทำมาค้าขายอย่างมาก

นั่นคือทำบุญเยอะ ๆ สั่งสมบุญบารมีมาก ๆ จะทำให้การค้าเจริญรุ่งเรือง ซึ่งคนจีนจะชอบทำบุญแนวนี้กันมาก คือ ชอบทำบุญเพื่อหวังค้าขายดี ร่ำรวยขึ้น

ทีนี้จะมีมหาเศรษฐี นักธุรกิจชื่อดังหลายคนไปทำบุญกับธรรมกาย ซึ่งมหาเศรษฐีพวกนี้เหมือนสาวกคนสำคัญที่มีโอกาสได้พูดคุยกับเจ้าอาวาสอย่างใกล้ชิด



ทีนี้จะมีคำพูดที่มักบอกต่อ ๆ กัน สอนต่อ ๆ กันในหมู่สาวกกันว่า

"เห็นไหมเจ้าสัวคนนี้มาทำบุญกับวัดธรรมกาย เขาถึงยิ่งรวยขึ้น"

ด้วยคำพูดเหล่านี้แหละครับ ที่เป็นเหมือนสื่อโฆษณาชวนเชื่อชั้นดีที่ทำให้ผู้คนที่ทำบุญแบบหวังผล อยากจะมาทำบุญที่วัดธรรมกายเยอะ ๆ เพื่อหวังจะได้รวยเหมือนเจ้าสัวหลาย ๆ คนที่มาทำบุญที่นี่

หลักการตลาดของวัดธรรมกายคือ พยายามหาคนดัง คนรวย คนมีความรู้ที่ศรัทธาวัดธรรมกายมาเป็นจุดขายเพื่อโฆษณาชวนเชื่อผู้คนให้มาศรัทธาวัดธรรมกายมากขึ้น

ตอนเด็ก ๆ ผมเองก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรมาก ก็ยังหลงติดในบุญเช่นกัน ก็อยากทำบุญเพื่อหวังว่าบุญจะมาส่งเสริมให้ชีวิตเราประสบความสำเร็จทุกอย่าง จะได้ร่ำรวยเหมือนเขาเหล่านั้นบ้าง

ถาม ทำไมเราถึงรู้ว่าเจ้าสัวคนนั้น เจ้าสัวคนนี้มาทำบุญกับวัดธรรมกาย แต่ประเทศไทยยังมีเจ้าสัวอีกมากมายนับไม่ถ้วน ที่เราไม่รู้ว่า ท่านไปทำบุญที่ไหน ?


ตัวอย่างการสอนเน้นบุญและอานิสสงส์ของพระนพดล สิริวํโส หัวหน้ากองปฏิบัติธรรม ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักเผยแผ่วัดพระธรรมกาย

http://imgur.com/2xrGjFW

แต่เมื่อผมโตขึ้น ศึกษาธรรมะมากขึ้นจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ ผมเริ่มรู้มากขึ้นว่า ธรรมกายไม่ใช่หนทางที่ถูกต้องตามหลักพระพุทธศาสนา

หลักของพระพุทธศาสนาจะต้อง สมถะ เรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ ปล่อยวางไม่ยึดติดวัตถุ แม้กระทั่งบุญก็ไม่ควรยึดติดให้มาก

เช่น ทำบุญบวขพระแสนรูป ตักบาตรพระล้านรูป แล้วอ้างว่า เป็นบุญใหญ่ เพราะจำนวนพระบวชยิ่งมีมาก ยิ่้งได้บุญมาก

ศาสนาพุทธของเราไม่สอนให้เน้นปริมาณนะครับ แต่เน้นเรื่องของเจตนาของใจสำคัญที่สุด เช่น ทำบุญล้านบาท หรือทำบุญแค่ 1 บาท ก็ได้บุญไม่ต่างกันถ้าใจเรามีเจตนาทำกุศลไม่ต่างกัน

แต่หลักการของธรรมกาย สอนยิ่งทำบุญยิ่งมากยิ่งดี ดูได้จากคลิปนี้ครับ ไหว้พระพุทธรูปล้านองค์ที่ตั้งล้อมรอบมหาธรรมกายเจดีย์ได้บุญมากกว่าไหว้พระพุทธรูปองค์เดียว แบบนี้มันไม่ใช่หลักการที่ถูกต้องแล้วครับ




(หมายเหตุ เรื่องการทำบุญมากได้มากนั้นมีส่วนจริงอยู่ แต่ไม่ใช่แบบธัมมชโยสอน แต่ไว้ต้องแตกประเด็นขยายความกันอีกบทความครับ)


มเริ่มถอยห่างจากวัดธรรมกายเพราะเน้นเรื่องทำบุญยิ่งมากยิ่งดี ยิ่งสร้างใหญ่โตอลังการยิ่งดี เช่น วัดขยายใหญ่โตไปเรื่อย เดี๋ยวสร้างโน่นสร้างนี่ที่อลังการหรูหราใหญ่โตมากมาย

โดยจะอาศัยหลักการที่สอนว่า การถวายสิ่งประณีตให้สงฆ์ หรือการถวายเพื่อเป็นพุทธบูชา จะได้อานิสสงส์ผลบุญเยอะ จึงทำให้ผู้คนจึงพยายามบริจาคเงินเยอะ ๆ เพื่อจะได้มาซึ่งสิ่งประณีต  หรือสิ่งสวยงาม หรือสิ่งยิ่งใหญ่เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา

(และหลักการเรื่องต้องถวายของประณีตให้สงฆ์นี่แหละ ที่ทำให้เณรคำรวย!!)



พอวัดธรรมกายเริ่มบอกบุญว่าจะสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ ผมเริ่มมองเห็นว่า นี่ไม่ใช่หนทางที่ผมต้องการแล้ว ผมเริ่มไม่มีความสุขที่จะทำบุญกับวัดนี้

แต่ตอนนั้นผมยังเด็ก ยังไม่ถึงกับรู้อะไรมากนักหรอกครับ แค่ความรู้สึกในใจผมเริ่มรู้สึกว่า นี่ไม่ใช่แนวทางที่ผมแสวงหา

ผมเลยบอกกับพ่อแม่ของผมว่า "พอเถอะเรา พอเถอะพ่อ พอเถอะแม่ ผมว่า นี่ไม่ใช่แนวทางที่ครอบครัวเราต้องการแล้ว เราเลิกมาทำบุญวัดนี้กันเถอะ"

แล้วหลังจากนั้นอีกเป็น 10 ปีที่ผมเริ่มศึกษาหลักธรรมะมากขึ้น ผมยิ่งแน่ใจว่า มีคำสอนของธรรมกายหลายอย่างไม่ใช่แนวทางพุทธศาสนาที่ถูกต้องอย่างแน่นอน

ที่จริงมีหลายเหตุการณ์ที่ทำให้ผมเริ่มรู้สึกมาเรื่อย ๆ ว่า เริ่มไม่ชอบแนวทางของวัดธรรมกาย แต่ขอจบเพียงเท่านี้ดีกว่า เพราะเรื่องแบบนี้ต้องเจอกับตัวเองจึงจะเข้าใจ

สำหรับความคิดของผมในปัจจุบัน "การทำบุญยิ่งอยากได้บุญมากยิ่งได้บุญน้อย จงทำความดีเพราะอยากทำ แล้วปล่อยให้มันเป็นไปตามสภาวะแห่งธรรม"

แต่ผู้คนในวัดรวมทั้งผู้มาทำบุญ ก็ล้วนเป็นคนดีนะครับ แต่เขาเป็นคนดีในแบบทีมีจุดบกพร่อง ก็คือ ไม่รู้ว่า เจ้าอาวาสวัดธรรมกายคือ สมีปาราชิกแล้วนั่นเอง

"พระพุทธเจ้าทรงละทิ้งราชสมบัติละทิ้งปราสาทราชวัง เพื่อทรงผนวช และอยู่อย่างสมถะในป่าหรือในวัดที่ยากจน 
ในขณะที่ธัมมชโย บวชเพื่อแสวงหาทรัพย์สมบัติ และสร้างวัดให้เสมือนปราสาทราชวัง"

----------------------

รูปนี้ผมขอให้ชื่อว่า อย่าคิดเอาแต่ได้เองฝ่ายเดียว เป็นรูปที่วัดธรรมกายใช้สนับสนุนขบวนการเดินอวดเท่บนกลีบดาวเรือง


http://imgur.com/n9x2H5H


ส่วนรูปนี้ขอให้ชื่อว่า พระธุดงค์แท้


http://imgur.com/hy8qIaP
หมายเหตุ จริง ๆ แล้ว เจ้าของรูปนี้ก็ไม่ควรถวายปัจจัยแก่พระธุดงค์โดยตรงนะครับ   แต่เอาเถอะ ก็พอมีเรื่องอนุโลมได้พอสมควรสำหรับในยุคปัจจุบันคือ เมื่อพระนั้นกลับวัดไปแล้ว หากไม่ได้นำเงินไปเพื่อซื้อค่าโดยสารหรือสิ่งจำเป็นบางอย่างในขณะธุดงค์จนหมด เงินหรือปัจจัยที่ได้รับมา ที่ยังเหลือก็ไม่ควรถือเป็นของตน ควรนำไปถวายวัดที่ตนเองพำนักหรือขึ้นอยู่แทน เพราะถ้าไม่ถือว่าเงินเป็นของตน ก็ไม่อาบัติครับ อีกทั้งเพราะเจ้าของรูปก็ใส่เงินลงย่ามทันที พระธุดงค์ไม่ได้รับเงินโดยตรงจากมือ


-------------------

เรื่องเล่าท้ายบทความ

ยายคนนึงไม่ได้ร่ำรวยอะไร แต่อยากไปวัดที่สะอาดน่าปฏิบัติธรรม จึงได้ไปวัดพระธรรมกาย แกทำบุญเท่าที่แกมีสม่ำเสมอมาหลายปี

ครั้งนึงงานบุญใหญ่ ยายรีบไปถึงวัดแต่เช้ามืดเพื่อหวังจะได้ไปนั่งใกล้ๆ ด้านหน้าพิธีเพื่อขอใกล้ชิดหลวงพ่อบ้าง

แต่แล้ว กลับโดนเจ้าหน้าที่วัด ขอให้ยายย้ายที่นั่งไปด้านหลังกว่า เพียงเพื่อจะให้สาวกมหาเศรษฐีใหญ่คนนึงและครอบครัวที่พึ่งมาถึงงานพิธีได้เข้าต้อนรับหลวงพ่ออย่างใกล้ชิด !!

คลิกอ่าน หลักการรับเงินบริจาคของหลวงพ่อชา สุภัทโธ วัดหนองฟ่าพง

คลิกอ่าน อย่าบำรุงพระจนเกินความพอดีของการเป็นภิกษุ

คลิกอ่าน กองกำลังออนไลน์ธรรมกาย กับเหตุผลที่หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ละทิ้งวิชชาธรรมกาย