วันพุธที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

บก.ลายจุด นักจัดอีเวนท์หลอกควาย หน้าด้านขนาดใช้ลูกขอทาน !!







บก.ลายจุด หรือนายสมบัติ บุญงามอนงค์ คน ๆ นี้จัดเป็นแดงอีเวนท์ หรือ นักจัดกิจกรรมของพวกเสื้อแดง แต่ไม่ได้จัดฟรีหรอกนะ คน ๆ นี้รับจ้างจัดอีเวนท์ในทางชั่ว หากอีเวนท์ใดที่ดัง มีสื่อสนใจมาก ๆ ไอ้นี่ก็จะได้เงินมากขึ้นตามไปด้วย

อุดมการณ์ของ บก.ลายจุด ผมกล้าฟันธงเลยว่า เป็นพวกเดียวกับสมศักดิ์ เจียมธีระสกุล หรือแปลง่าย ๆ ว่า มันเป็นสายแดงล้มเจ้า นั่นแหละ แต่ บก.ลายจุด ออกไปทางแดงอุดมกิน มากกว่าจะเป็นแดงอุดมการณ์

บก.ลายจุดคนนี้ มันมีความฉลาดพอควร แม้จะเรียนไม่จบ ม. 6 ก็ตาม ที่แน่ ๆ มันฉลาดกว่ายิ่งลักษณ์แน่นอน แต่ก็นั่นแหละ ถึงจะจัดว่าเป็นคนฉลาด มีไวพริบดี แต่ถ้าศึกษาแนวคิดของนายคนนี้ที่แสดงความเห็นผ่านเฟสบุ้ค ก็จัดเป็นความฉลาดแบบฉลาดแต่เปลือก ยังใช้ตรรกะแบบตื้นๆ ไม่ซับซ้อน ซึ่งก็เหมาะสมกับสติปัญญาอันน้อยนิดของพวกเสื้อแดงได้ดี เพราะตรรกะยังมีช่องโหว่เพียบ อาศัยที่ใช้วาทะกรรมเปรียบเทียบเปรียบเปรยเก่งพอใช้ได้ ซึ่งไม่แตกต่างจากมุขสภาโจ๊กของไอ้เต้นเผาเมืองเท่าไหร่

ตอนงานชุมนุมครบรอบการสลายการชุมนุมเสื้อแดงที่ราชประสงค์ครบ 1 ปี บก.ลายจุด มัวแต่ไปรับจ้างจัดอีเวนท์ ผมเห็นคนตายที่ราชประสงค์ แต่ดันไม่เห็นคนตายที่บ้านของมันเอง ก็คือ พ่อมันเองนั่นแหละ

จนมีผู้หญิงคนนึงออกมาแฉว่า มีคนปล่อยให้พ่อตัวเองตายจนอืดเน่าเหม็น แต่ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เอ่ยชื่อว่า หมายถึงใคร แค่เอ่ยว่า หนูหริ่ง แต่หนูหริ่งไหนก็ไม่รู่

แต่ บก.ลายจุดกลับกินปูนร้องท้องเอง แถมขู่ว่าจะดำเนินคดีกับผู้หญิงคนนั้น แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ดำเนินคดีใด ๆ  ก็เพราะผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เอ่ยชื่อใครชัดเจนไง

แต่ที่แน่ ๆ บก.ลายจุด มันโง่ กระโดดงับเหยื่อที่ผู้หญิงคนนั้นเอามาล่อเต็มๆ  5555




คลิกอ่านข่าว บก.ลายจุดยั๊วะ ผู้หญิงแฉ ลูกชายทิ้งพ่อนอนอืด


หรือตอนที่ ชาวนายังไม่ได้เงินจำนำข้าวรอนานหลายเดือน บก.ลายจุด ก็เสนอตัวว่า ได้ไปขอเงินป้าเช็ง น้ำหมัก มาประมาณ 5-10 ล้านบาท เพื่อจะไปขอซื้อข้าวสารจากกระทรวงพาณิชย์ จะเอาไปบรรจุถุงข้ายให้พวกเสื้อแดงด้วยกัน ช่วยกันซื้อ อ้างเพื่อช่วยชาวนา ????

แค่เพียงเท่านี้ บก.ลายจุด ก็ได้ออกข่าวหลายสื่อ แต่สุดท้ายโครงการของมันก็หายเงียบ ไม่มีความคืบหน้าใด ๆ อีก นั่นเพราะ มันคือนักจัดอีเวนท์หลอกควาย ช่วยสร้างภาพให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์เท่านั้น เจตนาไม่ได้คิดจะช่วยชาวนาอะไรหรอก มันแค่อยากดัง และอยากหาเรื่องช่วยกู้ภาพลักษณ์เสื้อแดงที่เสื่อมไป เพราะสนับสนุนรัฐบาลที่โกงชาวนานั่นแหละ

เรื่องรับจ้างจัดอีเวนท์หลอกควาย หาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง ของ บก.ลายจุดมันมีอีกเยอะ

อย่างหลังรัฐประหาร 57 คสช. เขาสั่งให้มันไปรายงานตัว มันก็ทำซ่า ไม่ไปรายงานตัว มันก็เลยโดน คสช. สั่งระงับการทำธุรกรรมทางการเงินซะ

แต่ไอ้นี่มันเก่งเรื่องหลอกแดก เก่งเรื่องหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองแต่เอาอุดมการณ์บังหน้า มันล่ะเก่งนัก ก็ถึงกับยอมหน้าด้านยิ่งกว่าเดิม เอาชื่อบัญชีลูกสาวของมันเอง ออกมาประกาศขอทาน ตามรูปนี้



คนที่ชอบมัน ก็คงส่งเงินผ่านบัญชีนี้ไปให้มันใช้ อันนั้นก็ตามสบาย ๆ ใครใคร่อยากให้ก็เป็นสิทธิเสรีภาพแห่งความโง่  555

ลูกสาวของ บก.ลายจุด เรียนโรงเรียนนานาชาติค่าเทอม ๆ ละ 2 แสนบาท ไพร่แดงคนไหนอยากโง่บริจาคช่วยลูกเศรษฐีเชิญนะ

"ให้ลูกสาวเป็นลูกมหาชน แล้วทำไมไม่ส่งเมียมึงมาเป็นเมียมหาชน(แดง) ด้วยเล่า" 555

แต่อีเวนท์หาเงินที่มันทำล่าสุดก็คือ กิจกรรมต่อต้านรัฐประหาร 57 ที่ร้านแมคโดนัลด์ ที่มันต้องใช้ร้านแมคโดนัลด์ ก็หวังเกาะความดังของแมคโดนัลด์เพื่อใช้เป็นสะพานเชื่อมไปให้สื่อทั่วโลกเห็น

แปลง่าย ๆ คือ ถ้าเกิดมีเรื่องอะไรที่ร้านแมคโดนัลด์ ซึ่งเป็นเสมือนสัญลักษณ์ทุนนิยมของสหรัฐอเมริกา มันก็คิดว่า อีเวนท์นี้มีจะดังได้เร็ว ดังได้ง่าย แล้วมันก็จะได้ผลตอบแทนสูงตามไปด้วย เพราะเงินที่มันจะได้มากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับความดังของข่าวบนสื่อ







ล่าสุด ทางแมคไทย ได้ออกมาขู่ ย้ำว่า ยังแค่ขู่ ว่าอาจดำเนินคดีกับบุคคลที่เอาโลโก้ของแมคโดนัลด์ไปใช้ในทางการเมือง





แมคไทย ถ้าแน่จริง อย่าแต่ขู่ ต้องฟ้องเลยสิ เพราะไม่เช่นนั้น แมคไทยจะถูกครหาว่า รู้เห็นเป็นใจกับ บก.ลายจุด

ถ้าไม่ฟ้องให้เห็นเป็นตัวอย่าง เพื่อเป็นบรรทัดฐาน ก็ขอให้คนไทยได้รู้ไว้ว่า แมคไทย ได้แอบรู้เห็นเป็นใจด้วยกับกิจกรรมเลว ๆ ของคนเลว ๆ คนนี้ ซึ่งผมก็ได้ส่งข้อความไปที่แมคไทยแล้วเช่นกัน ตามนี้








รูปที่บก.ลายจุด ถ่ายกับสรยุทธ รูปนี้ก่อนการรัฐประหารหลายเดือน แต่ที่นำมาให้ดูเพื่อจะยืนยันว่า บก.ลายจุดเนี่ย มันใช้แมคในทางการเมืองหลายครั้งแล้ว


คลิกอ่าน ป้ายของธีรยุทธ บุญมี หนักหัว บก.ลายจุด




วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

สหรัฐอเมริกา กับบทพระเอกแห่งเสรีภาพจอมเสือก






พอประเทศไทยเกิดการรัฐประหาร 2557 โดยพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา

สหรัฐอเมริกา พี่เบิ้มแห่งโลกประชาธิปไตย ก็ต้องออกมาแสดงบทบาทพระเอกแห่งค่ายประชาธิปไตยตามบท ย้ำว่า ต้องแสดงไปตามบท !!

ไม่งั้นอาจโดนนานาประเทศนินทาว่า ทำไมคราวนี้สหรัฐอเมริกายังไม่ออกมาเสือกอีกล่ะ ?

แน่นอน สหรัฐอเมริกาเขาสวมบทบาทผู้นำประชาธิปไตยของโลก เขาก็ต้องออกมาแสดงบทบาทว่า ไม่เห็นด้วยทุกครั้งเมื่อเกิดการรัฐประหารในที่ใด ๆ ในโลกนั่นแหละ

นี่เห็นล่าสุด สหรัฐอเมริกาแถลงการณฺ์ขู่ว่าจะตัดงบความช่วยเหลือไทยเป็นเงินประมาณ 112 ล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าเงินเสียหายจากโครงการจำนำข้าว 1 ล้านล้านบาท ไม่รู้กี่ร้อยกี่พันเท่า

ผมก็เลยนึกถึงกรณีรัฐประหารที่อียิปต์

-------------------------


อียิปต์ได้รับเงินช่วยเหลือด้านการทหารจากสหรัฐอเมริกา ปี ๆ นึง ร่วมหมื่นล้านบาท

พอผู้นำกองทัพอียิปต์ทำรัฐประหาร เพื่อไม่ให้เกิดสงครามนองเลือดของฝ่ายต่อต้านประธานาธิบดีอียิปต์ที่มาจากการเลือกตั้ง นายโมฮัมหมัด ูมร์ฟีย์ กับฝ่ายสนับสนุนประธานาธิบดีมูร์ซีย์ รุนแรงขึ้น

สหรัฐอเมริกา ก็ประกาศว่า อาจจะตัดความช่วยเหลือแก่อียิปต์

แต่ !! ซาอุดิอาระเบีย และคูเวต ที่เป็นซี๊ปึกกับสหรัฐอเมริกา กลับประกาศทันทีว่า ถ้าสหรัฐอเมริกาตัดงบช่วยเหลือกองทัพอียิปต์เมื่อไหร่

ซาอุดิอาระเบีย และคูเวต จะให้งบช่วยเหลือกองทัพอียิปต์แทนทันที

แล้วเป็นไงรู้ไหม ?

สหรัฐอเมริกา แม่งเลยเงียบไปเลย ไม่แตะเรื่องรัฐประหารในอียิปต์อีกเลย !!

-----------------

ล่าสุด

จอมพลอับเดล-ฟัตตาห์ อัล-ซีซี วัย 59 ปี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิยิปต์ ผู้ปฏิวัติโค่นล้มอดีตประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี ได้แต่งกายด้วยชุดเครื่องแบบทหารประกาศลาออกจากตำแหน่งผ่านทางโทรทัศน์และบอกด้วยว่าจะร่วมลงสมัครในการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่จะจัดขึ้นเดือนเมษายนนี้ ตามกฎหมายกำหนดให้ผู้สมัครต้องเป็นพลเรือนเท่านั้






คลิกอ่าน สอนอีโอ๊ค ต้นเหตุวิกฤติอียิปต์ เพราะมีผู้นำสันดานทักษิณ





วันพุธที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ดูชัดๆ ครม.ยิ่งลักษณ์ตายไปพร้อมยิ่งลักษณ์แล้วมาตรา 180







หมายเหตุ บทความนี้ต่อเนื่องจากบทความ สุญญากาศเกิดขึ้นแล้วมาตรา 171 (คลิกอ่านที่นี่)


เมื่อศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยให้ยิ่งลักษณ์สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีแล้วตามมาตรา 182 จากคดีโยกย้ายคุณถวิล เปลี่ยนสี ว่าเป็นการกระทำขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 268

ใน รธน. 50 มาตรา 268 บัญญัติไว้ว่า

นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีจะกระทำการใดที่บัญญัติไว้ในมาตรา 266 มิได้ เว้นแต่เป็นการกระทำตามอำนาจหน้าที่ในการบริหารราชการตามนโยบายที่ได้แถลงต่อรัฐสภา หรือตามที่กฎหมายบัญญัติ

ซึ่ง รธน. 50 มาตรา 266 บัญญัติไว้ว่า

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาต้องไม่ใช้สถานะหรือ ตำแหน่งการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ ของตนเอง ของผู้อื่น หรือของพรรคการเมือง ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ในเรื่องดังต่อไปนี้

(1) การปฏิบัติราชการหรือการดำเนินงานในหน้าที่ประจำของข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ กิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ หรือราชการ ส่วนท้องถิ่น

(2) การบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้าย โอน เลื่อนตำแหน่ง และเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการ ซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำและมิใช่ข้าราชการการเมือง พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ กิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ หรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือ

(3) การให้ข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำและมิใช่ข้าราชการการเมือง พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ กิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ หรือราชการ ส่วนท้องถิ่น พ้นจากตำแหน่ง

---------------------


ทีนี้มาดูชัด ๆ ว่า ยิ่งลักษณ์ได้สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีเฉพาะตัว เพราะได้กระทำอันต้องห้ามตามมาตรา 268 ที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ2550 ในมาตรา 182 (7) ตามนี้




คำถามต่อมาคือ แล้วคณะรัฐมนตรีที่เหลืออยู่สิ้นสุดตามยิ่งลักษณ์หรือไม่ ?

คำตอบคือ เมื่อความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง ความเป็นคณะรัฐมนตรีทั้งคณะก็ต้องสิ้นสุดลงไปด้วย ตามมาตรา 180 (1) ตามนี้




ฉะนั้นพวกรัฐบาลผีหัวขาด จงอย่าได้แถเพื่ออยู่ในตำแหน่งไปเรื่อย ๆ เพราะสุญญากาศทางการเมืองได้เกิดขึ้นแล้ว

และเมื่อยังไม่มีสภาผู้แทนราษฎร ก็ต้องเทียบเคียงกฎหมายในข้ออื่น ๆ ทดแทน ซึ่งหลักเทียบเคียงกฎหมายเขามีใช้กันทั่วโลก โดยไม่ต้องบัญญัติลงในรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำ

แต่ประเทศไทยมันมีพวกศรีธนญชัยเยอะ ถ้าไม่มีเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญชัดเจน พวกศรีธนญชัยก็จะแถต่อไป

ก็ขนาดมีมาตรา 7 เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญชัดเจนว่า ถ้าไม่มีบทบัญญัติใดในรัฐธรรมนูญ ในมาตรา 7 ก็ให้ใช้ประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมาเทียบเคียงใช้แทน  แต่พวกศรีธนญชัยยังจะแถไม่ยอมรับมาตรา 7 !!

ฉะนั้น เราต้องใช้มาตรา 7 มาประกอบเพื่ออนุญาตให้วุฒิสภาได้ทำหน้าที่แทนสภาผู้แทนราษฎร แล้วสรรหานายกรัฐมนตรีนใหม่ตามมาตรา 172 และ 173 โดยอนุโลม ตามที่เขียนไว้ในมาตรา 180


คลิกอ่าน นิวัฒน์ธำรง บิดเบือนคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ




วันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ความเสื่อมของเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพ กับหอยิ่งลักษณ์ใหญ่มาก







เฮ่อ.. เสื่อมหนอ เมื่อมีข่าวว่า พบรูปถ่ายเมื่อปี 2555 มีพระหน้าตาละม้ายคล้ายเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพไปเที่ยวเล่นเครื่องเล่นที่สหรัฐอเมริกา ตามข่าวนี้



วันนี้ (18 พ.ค.57) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ส่งภาพถ่ายพระสงฆ์กลุ่มหนึ่งกำลังเล่นเครื่องเล่นประเภทที่เรียกว่า Revenge of the Mummy ซึ่งเป็นเครื่องเล่นให้ผู้เล่นขึ้นนั่งรถรางเข้าไปผจญภัยในอุโมงค์ตามแบบฉบับภาพยนตร์ดังของค่ายยูนิเวอร์แซล ผู้ที่เคยเล่นระบุว่าจะมีการถ่ายภาพผู้เล่นระหว่างผจญภัยในขณะต่างๆ ขายหลังจากหมดรอบ ระบุวันที่เล่นและสาขาของสวนสนุกยูนิเวอร์แซลไว้ชัดเจนว่าเป็นสาขาฮอลลีวูด มลรัฐแคลิฟอเนียร์ ประเทศสหรัฐอเมริกาโดยภาพดังกล่าวถ่ายเมื่อ 21 มิถุนายน 2012 (2555)



ดูพระแถวหลังสิ หลับตาปี๋ด้วยความตื่นเต้น !!!


ผู้ที่ได้เห็นภาพนี้หลายคนยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า พระรูปที่นั่งแถวหน้าสุดคนกลางละม้ายกับพระเทพวรสิทธาจารย์ รองเจ้าคณะภาค 7 และเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ซึ่งเป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่มีผู้นับถือจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นวัดใหญ่ชื่อดังเสมือนเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด และเพิ่งจะเป็นเจ้าภาพจัดพิธีสืบชะตาให้กับนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เพิ่งพ้นจากตำแหน่งไปเมือวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา


เจ้าอาวาสพระธาตุดอยสุเทพขณะเป็นเจ้าภาพจัดพิธีสืบชะตาให้ยิ่งลักษณ์


เมื่อตรวจสอบเฟซบุ๊ก วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร Doi Suthep ได้พบข้อความที่น่าสนใจเกี่ยวข้องกันก็คือ ประวัติของวัดพระธาตุดอยสุเทพ USA เมืองชิโนฮิลส์ มลรัฐแคลิฟอร์เนียสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสาขาของวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหารในอเมริกา มีความตอนหนึ่งเขียนไว้ว่า...

ในวันอาทิตย์ที่ 24 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2555 ได้มีการวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างอุโบสถ โดย พระเดชพระคุณพระเทพวรสิทธาจารย์ รองเจ้าคณะภาค 7 เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร เป็นประธานอำนวยการอุปถัมภ์ คุณเจษฎา กตเวทิน กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแองเจลิส และคุณทิม-คุณดวงเดือน อมรวุฒิ เป็นประธานอุปถัมภ์ (ฝ่ายคฤหัสถ์) ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อวัดชิโนฮิลส์ เป็นวัดพระธาตุดอยสุเทพ USA

ข้อความดังกล่าวเป็นหลักฐานยืนยันว่า ในระหว่างปลายเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2555 (2012) พระเทพวรสิทธาจารย์ ได้เดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกาจริง สอดคล้องกับวันที่ในภาพถ่ายสวนสนุกที่ตรงกับ 21 มิถุนายน 2555 (2012)

ที่มา http://astv.mobi/ACOk2zz


-----------------------------

เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพ ผูกข้อมือให้สีกายิ่งลักษณ์

ในการทำบุญสืบชะตาให้ยิ่งลักษณ์ เจ้าอาวาสรูปนี้ก็ถึงขนาดยอมผูกข้อมือให้สีกาโดยตรง ซึ่งตามหลักที่ถูกต้อง พระไม่ควรผูกข้อมือให้สีกา แม้จะไม่โดนตัวสีกาก็ตาม มันเป็นโลกวัชชะ

ส่วนยิ่งลักษณ์เอง กิริยาก็ส่อสันดานที่ไม่ได้รับการอบรมเหมือนเดิม นั่งแหก ห. ให้พระผูกข้อมือ



--------------------

สร้างหอชมวิวใหญ่บดบังพระธาตุดอยสุเทพ

เป็นข่าวไปเมื่อหลายวันก่อน ถึงความไม่เหมาะไม่ควรที่สร้างหอชมวิวบนดอยสุเทพ แถมหอชมวิวนี้มีลักษณะคล้ายเจดีย์ที่ใหญ่โตจนใหญ่กว่าองค์พระธาตุดอยสุเทพ และบดบังพระธาตุดอยสุเทพ อ้างว่าเพื่อการท่องเที่ยว

ซึ่งปกติบนดอยสุเทพ ก็สามารถชมวิวตัวเมืองเชียงใหม่ได้อยู่แล้ว แต่ก็หาเหตุอ้างจะสร้างหอชมวิวบนดอยเพื่อการท่องเที่ยว ไม่รู้เป็นความคิดเห่ย ๆ ของใคร ?



สุดท้ายข่าวลงว่า เป็นแนวคิดของยิ่งลักษณ์ อดีตนายกรัฐมนตรีนี่เอง

(15 พ.ค.) นายวัลลภ นามวงศ์พรหม กรรมการวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรมหาวิหาร และเลขาฯ มูลนิธิพระบรมธาตุดอยสุเทพ กล่าวว่า อาคารดังกล่าวที่กำลังดำเนินการก่อสร้างเป็นไปตามโครงการปรับปรุงและพัฒนาส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ซึ่งคณะกรรมการวัดฯ ได้มีความเห็นชอบร่วมกันแล้วให้ทำการก่อสร้างขึ้นด้วยเงินงบประมาณของวัดจำนวน 20 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างมาได้ประมาณ 2 ปีแล้ว และกำหนดจะให้เสร็จไม่เกินปี 2558 รองรับการเปิด AEC เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ใช้เป็นจุดชมวิวและได้ชื่นชมวัตถุบูชา รวมทั้งประวัติความเป็นมาของวัด

ตลอดจนใช้เป็นจุดรับรองบุคคลสำคัญที่เดินทางมาที่วัดด้วย ซึ่งที่มาส่วนหนึ่งมาจากดำริของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อครั้งเดินทางมาที่วัดเมื่อกว่า 2 ปีที่แล้วด้วย ที่ให้ข้อแนะนำว่าน่าจะมีสถานที่พร้อมติดตั้งกล้องชมวิวไว้บริการนักท่องเที่ยว

---------------------

มีคนบอกว่า หอชมวิวแห่งนี้สร้างในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพอีกด้วย 

ถามว่า ใครอนุญาต ?

คือ หลายวันก่อนที่ผมเห็นรูปพระรูปนี้ผูกข้อมือให้ยิ่งลักษณ์ ผมก็สังหรณ์ใจแล้วว่า พระรูปนี้ต้องมีอะไรที่ไม่ค่อยดีตามมาอีกแน่ ๆ

ซึ่งก็เป็นจริงตามสังหร์ณ์เพราะมีข่าวทั้งอนุญาตให้สร้างหอชมวิวบดบังองค์พระธาตุดอยสุเทพ และข่าวเป็นพระแต่ไปเที่ยวสวนสนุกดังในอเมริกา

เสื่อม ๆ ๆ จริง ๆ ว่าที่พระสังฆราชแห่ง สปป.ล้านนา !!

ไม่รู้ยังจะแอบมีไสยศาสตร์หรือแอบทำพิธีกรรมอาถรรพ์ใด ๆ ที่ทำเพื่อให้ตระกูลชั่วจนชินเป็นใหญ่มากขึ้น ซ่อนไว้ในหอชมวิวหรือไม่ ?

ผมแค่สงสัย ??


----------------------------

กรรมการวัดออกมาแก้ตัวแทนเจ้าอาวาส กรณีเที่ยวสวนสนุก แล้ว

และล่าสุด นายวัลลภ นามวงศ์พรหม กรรมการวัดพระธาตุดอยสุเทพ ก็ออกมาแก้ตัวแทนเจ้าอาวาสแล้ว จากข่าวเดลินิวส์ ตามนี้

นายวัลลภ กล่าวว่า "หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการวางศิลาฤกษ์ที่ก่อสร้างวัดแล้ว คณะศรัทธาก็อยากให้พระเทพวรสิทธาจารย์ และคณะได้พักผ่อนด้วยการพาชมเครื่องเล่นและให้นั่งเครื่องเล่นดังกล่าว ส่วนภาพที่ออกมาก็จะเหมือนกับภาพที่ถูกถ่ายไว้และนำมาจำหน่ายให้เพื่อเป็นการโปรโมทสถานที่ท่องเที่ยวอยู่แล้ว แต่หลังจากที่ท่านนั่งเครื่องเล่นก็ไม่ได้ซื้อภาพดังกล่าวมาแต่อย่างใด จากนั้นท่านพร้อมคณะก็ได้เดินทางกลับกระทั่งมีกระแสออกมาเกี่ยวกับเรื่องภาพดังกล่าว"


นายวัลลภ กล่าวอีกว่า "การนั่งเครื่องเล่นสำหรับพระสงฆ์แล้ว หลายคนอาจจะมองดูไม่ดี แต่อยากให้คิดว่าก็เหมือนกับการที่พระสงฆ์ได้นั่งรถไฟ นั่งรถราง หรือการขึ้นบันไดเลื่อน การขึ้นลิฟท์ ซึ่งไม่แตกต่างกัน เพียงแต่ว่าจะอยู่ในจุดไหนเท่านั้น และที่สำคัญไม่ได้ข้องแวะกับสีกา หรือไม่ได้ปฏิบัติตนไม่ดี เรื่องนี้พระเทพวรสิทธาจารย์เข้าใจว่ากระแสออกมาอย่างไรและก็ไม่ได้พูดว่าอะไรเพราะท่านทราบว่าเป็นเรื่องปกติและท่านก็ไม่ได้ประพฤติตนไม่ดี เพียงแต่เป็นการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศและญาติโยมต้องการให้ท่านพักผ่อนบ้างเท่านั้น"


ที่มาข่าว http://astv.mobi/A9UJGhQ

----------------------

เหอะ ๆ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพให้ขี้ข้าออกมาแก้ตัวแถน้ำขุ่น ๆ 
การที่พระนั่งรถไฟผจญภัยในสวนสนุก มันจะเหมือนการเดินทางปกติด้วยรถไฟ หรือขึ้นลงลิฟท์ ได้ไงวะ ??


คลิกอ่าน พบแล้ว ลูกเทพที่รวยที่สุดในโลก






วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

หม่อมหลวง เต่านา มิ่งมงคล โชว์ทรพีขอด่าพ่อตัวเอง







หม่อมหลวงเต่านา มิ่งมงคล โสณกุล ที่ประกาศตัวอยู่ข้างควายแดงธิปไตย หรือระบอบทักษิณอย่างเปิดเผยมาตลอด เคยโชว์กร่าง โชว์ด่าฝ่ายตรงข้ามระบอบทักษิณ โดยเฉพาะด่าพรรคประชาธิปัตย์ ด่านายอภิสิทธิ์ อยู่เสมอนั้น

อันนี้ก็พอเข้าใจได้ว่า แนวคิดทางการเมืองต่างกัน ยิ่งอยู่ข้างควายแดงของอุ๊งอิ๊งด้วยแล้ว จะด่าอภิสิทธิ์ ด่าสุเทพ ก็ไม่น่าแปลกใจอะไร

เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นควายแดงของอุ๊งอิ๊ง ก็ย่อมคลั่งการเลือกตั้งมากกว่าสิ่งอื่นใด แต่ถึงขนาดคลั่งการเลือกตั้งจนขนาดด่าบุพการีของตัวเองได้นี่สิ ถ้าไม่เหี้ยแท้ ๆ ทำไม่ได้นะนี่

เพราะล่าสุด อีเต่านา ที่หน้าตาเหมือนอีบ้า พ่อแม่ของมันไม่น่าจะตั้งชื่อมันว่า มิ่งมงคล ให้เลย น่าจะตั้งชื่อว่า หมูอัปมงคล มากกว่านั้น ก็โชว์ทรพีด่าพ่อของตัวเองโชว์ให้ควายแดงครื้นเครงซะแล้ว

ทั้ง ๆ ที่ เรื่องมันมีต้นตอจากแค่ข่าวลือเท่านั้น

แต่แค่เพียงข่าวลือก็สามารถทำให้นังเต่านา หมูอัปมงคล โชว์ด่าพ่อของตัวเองว่า ม.ร.ว.จัตุกรวยมงคล ได้แล้ว ตามที่มันโพสลงเฟสบุ้คให้บรรดาสาวกคลั่งการเลือกตั้งได้เฮฮาชื่นชมความเหี้ยของมันตามนี้



นังเต่านา ยังจะกล้าอ้างอีกนะ ว่า ต่อให้ตกนรกหมกไหม้ หรืออดได้มรดก มันก็ไม่หวั่น ถ้าพ่อของมันไปรับตำแหน่งใด ๆ ในรัฐบาลนายกคว...กลวง หรือ รัฐมนตรีอำนาจนอกระบบ

เฮ่อ.. นังเต่านา มันเป็นไปได้ขนาดนี้เลยนะ กะอีกแค่การเลือกตั้ง ทำให้มันคลั่งได้ขนาดนี้เลยนะ มึงตายไปต้องได้ไปนรกสมใจแน่ ๆ

คุณผู้อ่านเห็นพฤติกรรมของอีเต่านา มิ่งอัปมงคล แล้ว ไม่ควรลอกเลียนแบบนะครับ บาปมากนะครับ ด่าพ่อ ด่าบุพการีของตัวเอง ทั้ง ๆ ที่เรื่องก็ยังไม่เกิดขึ้นจริง เป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น

หรือแม้แต่พ่อของมันจะไปรับตำแหน่งตามที่อีเต่านามันเกลียดก็ตาม ถึงจะไม่เห็นด้วย หรือถึงจะต่อต้าน ก็ไม่ควรถึงขั้นด่าพ่อตัวเองแบบนั้น ไม่ว่าจะกรณีใด ๆ ทั้งสิ้น

พวกควายแดงมันเป็นพวกจิตใจห่างไกลศาสนาแบบนี้แหละครับ ไม่งั้นจะโชว์ถ่อย โชว์สถุลด่าพ่อของตัวเองให้คนอื่นเฮได้ไง




ไปพักสมองมาขำขันดีกว่า กับเรื่อง

----------------------

กรวย ดีมีประโยชน์กว่าอีปู

ช่วงนี้ไอ้พวกแกนนำเหี้ยแดง และพวกชั่วชอบเอาเรื่อง กรวย มาโจมตี กปปส.

ไอ้พวกควายแดงเอ๋ย กูจะบอกให้นะ

เพราะ กรวย น่ะ มีค่ามากกว่า อีปู ว่ะ

กรวย ยังมีประโยชน์ใช้กั้นถนน แถมน้ำหนักก็เบาไม่หนักแผ่นดิน

แต่อีปู ไร้ค่า ไร้สมอง สร้างความเสียหายให้ประเทศชาติหลายแสนล้านบาท อีปูอยู่ไปก็รังแต่หนักแผ่นดินไทย

เข้าใจรึยังไอ้ควายแดงทั้งหลาย

555/@akecity

---------------------

ขำขัน ตอน อีโง่ อาอีโอ๊คหัวกรวย !!

พอหลุดจากตำแหน่งนายกฯ ก็เดินทางกลับบ้านเกิด แล้วก็ไปทำบุญสะเดาะเคราะห์ตามวัดต่าง ๆ โดยมีบอดีการ์ดจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่กินเงินภาษีของประชาชนตามไปคอยดูแลให้เหมือนเดิม



โถ ๆ ทำบาปกับประเทศชาติเสียหายหลายแสนล้าน ทำข้าวยากหมากแพงทั้งแผ่นดิน ทำชาวนาและครอบครัวเดือดร้อนหลายล้านคน จนชาวนาฆ่าตัวตายไปแล้ว 16 ศพ ถึงสะเดาะเคราะห์ไปก็หนีบาปกรรมที่มึงทำไม่พ้นหรอก อีโง่

ดูอีโอ๊ค นั่งไหว้กรวย

ไอ้เสื้อแดงในรูปก็อีโอ๊ค นั่นแหละ



เหตุจากอีโอ๊คมันหยิบประเด็น การ์ด กปปส. ทำร้ายนายทหารที่เดินไปยกกรวย มาโจมตี

โอเค เรื่องนั้นและอีกหลาย ๆ กรณี การ์ด กปปส. มันก็ผิดจริงอย่างที่เขาว่านั่นแหละ

--------------------------

แต่ล่าสุด เช้าตรู่เวลา ประมาณ 2 45 น. ของวันที่ 15 พ.ค. 57 มีการยิง M79 และ ยิงปืน M16 ถล่ม กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จนมีผู้เสียชีวิตหลายราย (ตัวเลขยังไม่นิ่ง) และผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก

จึงฝากรูปด้านล่างพวกนี้ให้ อีโอ๊ค ไอ้ชูวิทย์ อีเต่านา และบรรดาควายแดงแอ๊บขาว ที่แอบอ้างจุดเทียนเพื่อสันติภาพทั้งหลาย ว่าพวกมึงอย่าเงียบ !!


รูปโดยคุณ Qill sleepy





ขอบคุณรูปจาก SPDZ


คลิกอ่าน หม่อมเต่านา โชว์เต่าตุ่นไร้กาลเทศะกลางงานศพมารดาเลี้ยง




วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

เมื่อ ศิธา ทิวารี ขออัพเกรดที่นั่งการบินไทยเป็นชั้น First class








บทความนี้ก็ไม่มีอะไรมาก แค่อยากให้ดูแค่ว่า คนเราส่วนใหญ่เมื่อมีโอกาสได้อภิสิทธิ์ หรือได้เป็น อภิสิทธิ์ชน ก็ชอบที่จะใช้อภิสิทธิ์ หริอ สิทธิพิเศษ เสมอ โดยที่ไม่สนหรอกว่า อภิสิทธิ์นั้นอาจมาต้องกระทบเงินและรายได้ของคนอื่นและของส่วนรวม

แม้ปากคนบางคนจะชอบตะโกนว่า พวกเรารักประชาธิปไตย พวกเราต้องการความเท่าเทียมกัน พวกเราไม่ชอบการใช้อภิสิทธิ์ชน

แต่สุดท้ายแล้ว จิตวิญญาณ และอุดมการณ์ ที่ตะโกนว่า เรารักความเท่าเทียมกันนั้น มันไม่ได้มีอยู่จริงของพวกที่ชอบอ้างประชาธิปไตยบังหน้า

นี่คือตัวอย่าง การใช้สิทธิพิเศษของ นต.ศิธา ทิวารี คนของพรรคเพื่อไทยที่ถูกส่งให้ไปนั่งเป็นประธานกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยาน จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท.



เนื้อหาในจดหมายก็คือ

เรื่อง ขอความอนุเคราะห์อัพเกรดบัตรโดยสาร

เรียน กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัทการบินไทยจำกัด (มหาชน)

เนื่องด้วย นต.ศิธา ทิวารี ประธานกรรมการ บริษัทท่าอากาศยาน จำกัด (มหาชน) (ทอท.) มีกำหนดเดินทางไปศึกษาดูงาน ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ในวันที่ 12 พฤษภาคม 2557 ด้วยเที่ยวบิน ......................... และจะเดินทางกับจาก Zurich ประเทศ Switzerland ในวันที่ 16 พฤษภาคม ด้วยเที่ยวบิน.........

โดยมีผู้โดยสาร 2 ท่าน ดังนี้

1 Mr. Sita Divari หมายเลข ......

2. Ms. ........ หมายเลข ....

จึงใคร่ขอความอนุเคราะห์จากท่าน อัพเกรดบัตรโดยสารที่นั่งชั้น Royal silk เป็นบัตรโดยสารที่นั่ง Royal First สำหรับผู้โดยสาร 2 ท่านในเที่ยวบินดังกล่าว

เรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการให้ต่อไปด้วย

ลงชื่อ

(พาณินี ไชยสระแก้ว)

เลขานุการ ประธานกรรมการ

บริษัท ท่าอากาศยาน จำกัด (มหาชน)




ขอบคุณข้อมูลและรูปจาก ทวิสเตอร์ fight for the right 

หมายเหตุ นาง พาณินี ไชยสระแก้ว เลขานุการประธานกรรมการฯ  เป็นลูกสาวของพลเอก สัมพันธ์ บุญญานันต์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในรัฐบาลของพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร และอดีตปลัดกระทรวงกลาโหม (พ.ศ. 2544 - พ.ศ. 2546)

--------------

ซื้อตั๋ว ที่นั่งระดับ Royal silk หรือก็คือ ชั้น Business class ชั้นธุรกิจ ซึ่งเป็นที่นั่งระดับกลาง แต่มาขอใช้อภิสิทธิ์ ขออัพเกรดตั๋วเป็นชั้น Royal first หรือก็คือ ชั้น First class ชั้นหนึ่ง ที่นั่งราคาแพงที่สุด

ประมาณว่า ซื้อตั๋วร้อย แต่จะเอาตั๋วพัน !!

ได้เป็นถึงระดับประธานกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยาน จำกัด (มหาชน) เงินเดือนไม่ใช่น้อย ๆ ชั่งน่าสงสัยเหลือเกินว่าไปด้วยเรื่องส่วนตัว หรือไปด้วยเรื่องของ ทอท. กันแน่

คิดดู บริษัทอย่าง ทอท.  จะซื้อตั๋วเครื่องบินแค่ชั้นธุรกิจ ให้ผู้บริหารระดับสูงอย่างประธานกรรมการบริษัท เดินทางเหรอ ?? 


แล้วรายจ่ายของการบินไทยต้องคอยมารองรับสิทธิพิเศษของพวกร่ำรวยอยู่แล้ว ??

แบบนี้จะไม่ให้การบินไทยขาดทุนได้ยังไง ก็พวกอภิสิทธิ์ชนมันมีมากเหลือเกิน !!

ทั้ง ๆ ที่การท่าอากาศยาน ปี ๆ นึงกำไรเป็นหมื่นล้าน แต่มาเบียดเบียนเอากับบริษัทที่กำลังประสบภาวะขาดทุนอย่างการบินไทย เนี่ยนะ ?

นี่หรือ ความเท่าเทียมกัน ??

ก็นี่แหละ การกระทำของคนจากพรรคเพื่อไทยที่ชื่อ นต. ศิธา ทิวารี


คลิกอ่าน แกนนำแดง เที่ยวหรู





วันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

หม่อมอุ๋ย แฉการกระผิดกฎหมายของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ 8 ข้อ






วันที่ 5 พ.ค. 2557 รายการคิดยกกำลัง 2 โดยคุณณัฏฐา โกมลวาทิน ได้เชิญ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล มาตั้งข้อสังเกต 8 ประการที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์กระทำผิดกฎหมาย ซึ่งเท่ากับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ไร้ความชอบธรรมที่จะอยู่ในอำนาจอีกต่อไปแล้ว



ซึ่งการกระทำผิดกฎหมาย 8 ประการของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ตามข้อสังเกตของ หม่อมอุ๋ย มีดังนี้


1. ความผิดคดีโยกย้ายคุณถวิล เปลี่ยนสี



หม่อมอุ๋ย อธิบายว่า นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์สั่งย้ายคุณถวิล เพื่อประโยชน์แก่พวกพ้อง  แล้วเปิดทางให้ญาติของตนเองมาเป็น ผบ.ตร. ทันทีที่ตนเองมาเข้ามาเป็นรัฐบาล ซึ่งศาลปกครองก็ตัดสินไปแล้วว่าผิด รธน. มาตรา 268


2.  เกี่ยวกับความผิดเรื่องทุจริตในโครงการจำนำข้าว




หม่อมอุ๋ยชี้แจงว่า พอมีผู้ร้องเรื่องทุจริต แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์กลับไม่สนใจทำอะไรเลย เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอาญา ม.157



3. ความผิดเกี่ยวเรื่องโครงการจำนำข้าวที่สร้างความเสียหายมหาศาล



หม่อมอุ๋ย อธิบายว่า มีผู้ให้ข้อมูลว่า โครงการจำนำข้าวกำลังสร้างความเสียหายหลายแสนล้าน แต่รัฐบาลก็ไม่สนใจ ไม่ทำอะไรเลย ไม่ทบทวนนโยบายเพื่อให้โครงการนี้เสียหายลดลง เข้าข่ายความผิดละเว้นการปฏิบัตหน้าที่ตามกฎหมายอาญา ม.157 เช่นกัน



4. ความผิดกรณีเกิดการแบ่งแยกดินแดน



หม่อมอุ๋ย อธิบายว่า การชุมนุมเสื้อแดงที่นครราชสีมา รัฐมนตรีมหาดไทยก็ไปร่วมชุมนุมด้วย เห็นความผิดซึ่งหน้า แทนที่จะรีบห้ามปรามทันที แต่ไม่ทำอะไรเลย จนต่อมา รมว.มหาดไทย ได้ออกมาแถลงในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยว่า จะรับไปพิจารณาเท่านั้น

ในช่วงเดียวกันก็มีการติดป้ายแบ่งแยกดินแดนในหลายจังหวัด นายกรัฐมนตรีก็แค่ออกมาแถลงว่า ไม่เห็นด้วยกับการแบ่งแยกดินแดนเท่านั้น

แต่รัฐบาลลืมไปว่า ต้องทำมากกว่านั้น คือต้องสั่งการให้ตำรวจหาคนทำความผิด ไม่สั่งการให้สำนักข่าวกรอง หรือสั่ง สมช. เพื่อสืบค้นหาข้อเท็จจริง ทั้ง ๆ ที่เรื่องแบบนี้ไม่ว่ารัฐบาลไหนในโลกต้องทำให้ถึงที่สุด

แต่รัฐบาลนี้กลับไม่ทำอะไรเลย ก็เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เหมือนกัน


5. ปล่อยให้มีการตั้งกองกำลังฝึกอาวุธ



หม่อมอุ๋ย อธิบายว่า เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่คิดว่าร้ายแรงที่สุด เพราะคนระดับรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พูดว่าจะจัดตั้งกองกำลัง 2 แสนคนเพื่อฝึกอาวุธ การจัดตั้งกองกำลังเพื่อฝึกอาวุธโดยไม่มีการขออนุญาตจากหน่วยงานความมั่นคง ถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อความสงบของชาติ ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน

และนายกรัฐมนตรีรับรู้แน่นอน เพราะรองเลขาธิการของตัวเองเป็นผู้ดำเนินการเอง


6. ข่มขู่องค์กรอิสระ



(ล่าสุด วันที่ 6 พ.ค. 57 แถลงการณ์ของ ศรส. โดยนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ก็ออกมาแถลงการณ์ ใส่ร้าย และตำหนิศาล รธน. ก่อนศาลจะวินิจฉัยสถานภาพของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ แถมยังส่งสัญญาณไปที่เสื้อแดงให้ต่อต้านคำวินิจฉัยของศาล)


7. เตะถ่วงการเปิดประชุมวุฒิสภา



หม่อมอุ๋ย อธิบายว่า แทนที่รัฐบาลจะรีบให้เปิดการประชุมวุฒิสภา แต่กลับเตะถ่วงจนไม่ทันกำหนด 20 วันเพื่อจะปลดประธานวุฒิสภา ซึ่งรัฐบาลเพิ่งจะดำเนินให้เปิดการประชุมไปเมื่อไม่กี่วันนี้เอง เท่ากับรัฐบาลขัดขวางกระบวนการยุติธรรมไม่ให้เดินไปถึงที่สุด



8. เหตุการณ์นี้ยังไม่เกิด แต่หม่อมอุ๋ยเกรงว่าอาจจะเกิด ก็คือรัฐบาลจะยุยุงให้ประชาชนที่สนับสนุนตนเองออกมาต่อต้านคำตัดสินของศาลและองค์กรอิสระ




เมื่อ คุณณัฏฐา ได้ถามว่า ถ้ารัฐบาลหรือทางพรรคเพื่อไทยอ้างว่า เขาได้เสียงข้างมากในสภา มาจากการเลือกตั้ง ถึงแม้ตอนนี้จะเป็นรัฐบาลรักษาการ แต่เขาก็มีอำนาจที่จะบริหารประเทศต่อไป

หม่อมอุ๋ย "เพราะเขาไม่เข้าใจคำว่า ประชาธิปไตย ไง คนที่เขาไปเลือกตั้ง เขาเลือกให้มาบริหารประเทศอย่างถูกครรลองครองธรรม เขาไม่ได้เลือกตั้งให้เข้ามาทำผิดกฎหมาย ไม่มีหรอกครับที่เลือกตั้งให้รัฐบาลเข้ามาทำอะไรก็ได้ตามตัวเองชอบ ทำผิดกฎหมายก็ได้ โกงก็ได้ ไม่มีหรอก อันนี้เป็นความเข้าใจที่ผิดอย่างยิ่งยวด 

ความจริงเลือกตั้งมาก็ต้องมาบริหารประเทศให้ดี ทำผิดกฎหมายไม่ได้ คนที่ทำผิดกฎหมายนั้น คือคนที่หมดความชอบธรรมแล้ว ณ วันนี้เขาหมดความชอบธรรมที่จะอยู่ต่อไปแล้วนะ"

คุณณัฏฐา ถามว่า รัฐบาลควรลาออกใช่ไหม

หม่อมอุ๋ย "รัฐบาลหมดความชอบธรรมแล้ว ควรลาออก ทำผิดกฎหมายขนาดนี้ ไม่ลาออกได้ยังไง ถ้าไม่ลาออกก็จะเป็นตัวอย่างให้คนรุ่นหลังเห็นว่า ถ้าเลือกตั้งมาฉันทำผิดกฎหมายได้ ซึ่งไม่ใช่"


---------------------


คลิปรายการ คิดยกกำลังสอง

ตอน การกระทำผิดกฎหมาย 8 ประการของรัฐบาลยิ่งลักษณ์






คลิกอ่าน สุดยอดทัศนะ วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ อดีตประธานศาล รธน.





วันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

เสียดายที่นายอภิสิทธิ์ ไม่เสนอทางออกประเทศไทยแบบนี้







สุดท้ายสิ่งที่นายอภิสิทธิ์แบไต๋ออกมาก็ไม่มีอะไรใหม่ เพราะนั่นก็คือ แนวทางเดิมของ กปปส. อยู่แล้ว 

ไม่รู้นายอภิสิทธิ์จะออกมาเสนอทำไมให้เจ็บตัวเปล่า ผมเคยเดาว่า นายอภิสิทธิ์จะเสนอทางออกประเทศไทยว่า จะมาตามแนวในบทความนี้

สุดท้ายนายอภิสิทธิ์กลับไม่มีอะไรแปลกใหม่

-----------------------------

ถ้านายอภิสิทธิ์เสนอทางออกประเทศไทยแบบนี้จะดูฉลาดกว่า 

สิ่งที่นายอภิสิทธิ์ควรเสนอก็คือ ให้ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ และ พรรคเพื่อไทย ต้องเสียสละเว้นวรรคทางการเมืองร่วมกัน หมายถึง ทั้งสองพรรคใหญ่ต้องไม่ลงเลือกตั้งในครั้งต่อไป เพื่อลดคู่ขัดแย้งในประเทศไทยลงได้ส่วนหนึ่ง

แต่ก็ยังให้ กกต. ได้จัดการเลือกตั้งทั่วไปใหม่ต่อไป เหมือนเดิม

และถ้าจะให้ดีกว่านั้น นายอภิสิทธิ์ควรจะเสนอให้พรรคการเมืองใหญ่ในอันดับ 2 3 และ 4 เรื่อยไปจนถึง พรรคการเมืองเล็กๆ ที่เคยได้มี สส. อยู่ในสภาครั้งก่อน ควรเว้นวรรคทางการเมืองร่วมกันทุกพรรคด้วย

เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสเข้ามาปฏิรูปประเทศไทยใหม่ โดยปราศจากกลุ่มการเมืองเก่า กลุ่มอำนาจเก่า เท่าที่จะพอทำได้

โดยนายอภิสิทธิ์อาจขอร้องให้มีการข้อตกลงร่วมกันกับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ กกต. และพรรคการเมืองอื่น ๆ ที่เคยมี สส. ในสภาครั้งล่าสุดว่า

จะขอใช้มาตรา 7 เพื่อขอหยุดการบังคับใช้ในรัฐธรรมนูญบางข้อ เช่น หยุดข้อบังคับที่ว่า สส. ต้องสังกัดพรรคการเมือง เป็นต้น

ทั้งนี้ เพื่อเปิดทางให้คนไทยที่มีคุณสมบัติครบที่จะสมัคร สส.ได้  แต่ว่าไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองใด ๆ เลย ได้มีโอกาสลงเลือกตั้งเป็น สส. ได้ทุกคน

ที่สำคัญคืออาจต้องเพิ่มข้อบังคับใหม่ในกติกาการเลือกตั้งว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะต้องไม่เคยมีคนที่เคยเป็น  สส. มาก่อนในชีวิตลงสมัครเลือกตั้งอีกด้วย (รวมทั้งลูก เมีย พี่น้อง พ่อแม่ ของอดีต สส. ก็ห้ามลงเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย)

ก็เพื่อให้เกิด สภาประชาชน ที่แท้จริง ซึ่งเป็นสภาประชาชน ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนตามรัฐธรรมนูญ เพื่อเข้ามาปฏิรูปประเทศไทยเป็นการเฉพาะ เพื่อการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยไม่ให้มีนักการเมืองในกลุ่มอำนาจเดิม ๆ มาเกี่ยวข้องกับการปฏิรูป

-----------------

สภาประชาชน ที่มาจากการเลือกตั้ง

ถ้านายอภิสิทธิ์ ได้เสนอ สภาประชาชน ตามแนวที่ผมว่า จะเป็นการดีไม่น้อย

เพราะสภาประชาชน นี้มาจากการเลือกตั้งทั่วประเทศ จะไม่จำกัดว่าต้องมีกลุ่ม กปปส. หรือ มีแต่ กลุ่ม นปช. เสื้อแดง เท่านั้น

แต่ที่สำคัญที่ดีมากคือ สภาประชาชน ชุดนี้ จะต้องไม่มีพรรคการเมืองหน้าเดิม ๆ สส. หน้าเดิม ๆ เข้ามายุ่งในการปฏิรูปประเทศไทย

เพราะนักการเมือง พรรคการเมือง ย่อมไม่แก้ไขอะไรที่อาจเป็นโทษแก่พวกพ้องและตัวเองในภายหลัง เช่น

เรายังไม่เคยเห็นพรรคการเมืองไหน เสนอแก้กฎหมายให้ลงโทษสูงสุด ด้วยการประหารชีวิตนักการเมืองที่คอร์รัปชัน ทั้ง ๆ ที่ปัญหาคอร์รัปชันของระบบราชการและระบบการเมืองไทย รุนแรงมากกว่าปัญหายาเสพติดด้วยซ้ำ เพราะนี่คือรากฐานของการพัฒนาประเทศในทุกด้าน

หรือ เราไม่เคยมีพรรคการเมืองไหนเสนอแก้กฎหมายให้ความผิดจากข้อหาคอร์รัปชันให้ไม่มีหมดอายุความ 


เมื่อเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองหน้าใหม่ หรือ คนไทยที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองใด ๆ เลย ได้เข้ามาลงเลือกตั้ง สส. ครั้งนี้ได้ 

แบบนี้ก็จะเรียกได้ว่าเป็น สภาประชาชน ที่มาจากการเลือกตั้ง แถมยังได้ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ เพื่อเป็นผู้นำในการปฏิรูปประเทศไทย ที่มาจากการเลือกตั้ง สส. อีกด้วย 


และที่สำคัญที่สุด รัฐบาลสภาประชาชนนี้จะต้องลงสัตยาบัน หรือต้องมีการออกบทเฉพาะกาล โดยข้อแม้ว่า จะมาทำงานเพื่อการปฏิรูประเทศไทยเท่านั้น อายุรัฐบาลอาจสั้นแค่ 2 ปี เมื่อปฏิรูปเสร็จ ต้องยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่

และต่อไป สส. ในสภานี้จะต้องหมดสิทธิเล่นการเมืองตลอดชีวิต 


----------------

สรุป

แน่นอน วิธีนี้อาจไม่ได้สกัดร่างทรงพรรคการเมืองได้ 100 % แต่การที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองมาลงเลือกตั้งได้ ก็ย่อมทำให้มีคนเก่ง คนดัง คนดี จำนวนมาก ที่ไม่ได้อยากเล่นการเมือง มาลงเลือกตั้งครั้งนี้เพื่อปฏิรูปประเทศไทยกันใหม่

การที่มีตัวเลือกในผู้สมัครมากขึ้น จะทำให้สกัดร่างทรงพรรคการเมืองได้ดีพอควร เพราะสภาประชาชนนี้จะต้องออกกฎหมาย ห้ามสมาชิกในสภานี้เล่นการเมืองไปตลอดชีวิตด้วย

ทีนี้เราจะได้คนที่พร้อมจะเสียสละเพื่อชาติเข้ามาลงสมัครจริง ๆ เพราะพวกเขาไม่ได้มาปฏิรูปเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้องในอนาคต


---------------

ถ้ามาร์คเสนอแบบนี้นะ จะไม่โดนวิจารณ์ว่า นำของเก่ามาหากินใหม่ แถมยังเป็นข้อเสนอที่แตกต่างไปจากที่คนอื่น ๆ เคยสนอมา

ต้องขออภัยคุณอภิสิทธิ์ ที่เด็กจบอ๊อกเหล็กอย่างผม ขอบังอาจชี้แนะ

แต่ส่วนตัวของผู้เขียนบทความนี้ ยึดตามแนวทางของ กปปส. เท่านั้นครับ


คลิกอ่าน เมื่อนายอภิสิทธิฺกลับลำ กับข้อเสนอทางออกประเทศไทย





วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

เมื่อนายอภิสิทธิ์ กลับลำ กับข้อเสนอทางออกประเทศไทย







ผมอุตส่าห์ดักทางว่า อภิสิทธิ์จะขอให้ทุกพรรคการเมืองที่เคยมี สส. ในสภาคร้ั้งล่าสุด ร่วมกันเว้นวรรคทางการเมือง เพื่อให้คนไทยที่ไม่มีสังกัดพรรคการเมืองได้มีสิทธิลงเลือกตั้ง

แต่ที่ไหนได้ นายอภิสิทธิ์ก็ได้เผยข้อเสนอออกมาแล้ว ซึ่งไม่มีอะไรแปลกใหม่เลย ตามนี้

3 พ.ค. 2557 

“อภิสิทธิ์” เปิดแผนเดินหน้าประเทศ เสนอ “ยิ่งลักษณ์” ลาออกพร้อม ครม.ทั้งคณะ ประธานวุฒิฯ ทูลเกล้านายกฯ คนกลาง ตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลวางกรอบปฏิรูป 5-6 เดือน ก่อนจัดเลือกตั้ง ให้รัฐบาลใหม่ทำการปฏิรูป ใช้เวลา 1 ปี แล้วเลือกตั้งใหม่ เข้าสู่ภาวะปกติ

มาร์คชี้ได้ทุกฝ่าย รัฐบาลได้เลือกตั้ง ส่วน กปปส.ได้ปฏิรูป จี้“ปู”รีบตัดสินใจ วอน “สุเทพ”อย่างเพิ่งปฏิเสธ

ที่มา http://astv.mobi/A2fZVqX

-----------------

สรุปว่า สิ่งที่นายอภิสิทธิ์เสนอมา  ก็คือสิ่งที่ กปปส. เรียกร้องมาตลอดตั้งแต่เริ่มการชุมนุม คือ ต้องการยิ่งลักษณ์ลาออกทั้งคณะ แล้วใช้ช่องทางตามมาตรา 7 ให้ประธานวุฒิสภานำรายชื่อนายกคนใหม่ ขึ้นทูลเกล้าแต่งตั้ง เพื่อเข้ามาปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง

ซึ่งปรากฏว่า รัฐบาลนี้มันไม่ยอมลาออกแน่นอน กปปส.ถึงต้องชุมนุมมานานกว่า 6 เดือน ซึ่งวันนี้ความคิดที่จะให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ลาออกมันจบไปแล้ว

เวลานี้ กปปส. ถึงกำลังรอ ศาล รธน. ฟันยิ่งลักษณ์ แต่คุณมาร์ค ก็โผล่มาขอให้รัฐบาลลาออกอีกแล้ว ??

ผมว่านี่คงไม่ใช่แผนแรกที่นายอภิสิทธิ์คิดไว้แต่แรกหรอก แต่เพราะนายอภิสิทธิ์โดนติ โดนติง โดนด่าจากหลายฝ่าย

จนสุดท้ายนายอภิสิทธิ์จึงไม่อยากขัดกับแนวทาง กปปส. อีก เลยขอกลับลำดีกว่า

-------------------------

มิน่าล่ะ พล.ร.ท. ประทีป ชื่นอารมณ์ ถึงได้บอกว่า

กำนันสุเทพ กำลังเล่นหมากรุก และกำลังจะรุกฆาตอยู่แล้ว

แต่อยู่ ๆ มาร์คกระโดดมากลางวง มาเป็นคนกลางกับข้อเสนอที่ว่า

เรามาเล่น "หมากเก็บ" กันเถอะ!!

-----------------------

ชัยชนะที่ผ่านมา ของ กปปส.

ถ้าไม่มี กปปส. ชุมนุม ป่านนี้ กฎหมายนิรโทษกรรม ออกเรียบร้อยไปแล้ว

ถ้าไม่มี กปปส. ชุมนุมกดดันไว้ ป่านนี้ แก้ไขที่มา สว. คงเรียบร้อยไปแล้ว

ถ้าไม่มี กปปส. ชุมนุมกดดันไว้ ป่านนี้พวกชั่วคงแก้ไข รธน. มาตรา 190 สบาย ๆ ไปแล้ว

ถ้าไม่มีการชุมนุม กปปส. บางที ป.ป.ช. ก็ยิ่งขี้เกียจ ไม่รีบจัดการคดีจำนำข้าว

ศาลปกครองก็อาจเกรงใจอำนาจทางการเมืองพวกชั่ว ปล่อยคดีย้ายคุณถวิล จบไปแบบยิ่งลักษณ์ชอบธรรม

ถ้าไม่มี กปปส. ป่านนี้ รัฐบาลชั่วก็ยังมีอำนาจเต็ม ไม่ยอมยุบสภา

ถ้าไม่มี กปปส. รัฐบาลมันก็ใช้อำนาจชั่ว กู้เงิน ธกส. มาจ่ายชาวนาไปได้เรื่อย ๆ จนกว่า ธกส.จะเจ๊ง ส่วนชาวนาก็ไม่เลิกโง่ต่อไป จนกว่าประเทศไทยจะเจ๊ง

ถ้าคุณยังมองไม่ออกว่า กปปส. ชนะมาตลอด คุณก็โง่แล้วครับ

ถ้าไม่มี กปปส. เผลอ ๆ ศาล รธน. จะลงเอยเหมือนคดีซุกหุ้น 1 ของทักษิณ คือปล่อยยิ่งลักษณ์ลอยนวล

นี่แหละเพราะมี กปปส. รัฐบาลชั่วเลยสภาพเดี้ยงแบบนี้

ชัยชนะของประชาชน ไม่ได้มาง่าย ๆ อันนี้เราต้องเข้าใจ

ไม่ว่า กำนันสุเทพจะเรียกชุมนุมกี่ครั้ง ก็ต้องออกไปสู้อีก อย่ายอมง่าย ๆ เพราะเรากำลังต่อสู้กับอำนาจทางการเมือง และอำนาจเงินที่มีมหาศาล



คลิกอ่าน สิ่งที่นายอภิสิทธิ์ควรเสนอ คือ สภาประชาชน ที่มาจากการเลือกตั้ง





วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

วิเคราะห์ข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์






(ค่อย ๆ อ่านไม่ก่อนนะครับ รับรองตอนแรกอาจเหมือนด่าอภิสิทธิ์ แต่ตอนจบอาจมีหักมุม)


ช่วงนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคการเมืองเก่าแก่ที่สุด กำลังพยายามเดินสายพบหัวหน้าพรรคการเมือง ผู้มีอำนาจในพรรคการเมือง รวมไปถึง ผบ.สส. รวมทั้งได้ไปพูดคุยกับ กกต. เพื่อยื่นข้อเสนอทางออกประเทศไทย ที่นายอภิสิทธิ์ คุยว่า เขามีแผนไว้แล้ว

โดยนายอภิสิทธิ์ อ้างว่า จะปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งของ กปปส. หรือ เลือกตั้งแล้วค่อยมาปฏิรูปตามแนวของพรรคเพื่อไทยนั้น ก็ยังไม่ใช่ทางออกของประเทศไทย

ล่าสุด นายอภิสิทธิ์ ได้แถลงผ่านเฟสบุ้คว่า เขาพร้อมที่จะเว้นวรรคทางการเมืองไม่ลงเลือกตั้ง หากทุกฝ่ายเห็นด้วยกับแนวทางออกประเทศไทยที่เขากำลังจะนำเสนอ

แต่ที่แน่ ๆ เมื่อวานนี้ กกต. กับ รัฐบาลได้ตกลงในขั้นต้นแล้วว่า จะพยายามจัดการเลือกตั้งทั่วไปใหม่ให้ได้ในวันที่ 20 กรกฎาคม นั่นก็เท่ากับว่า กกต. กับ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ไม่รอฟังข้อเสนอทางออกประเทศไทยที่นายอภิสิทธิ์ อ้างว่าจะประกาศเต็ม ๆ ในวันที่ 3 พ.ค. 57 นี้ก่อน

แถมยิ่งลักษณ์ออกมาให้ข่าวล่าสุดว่า แนวทางออกประเทศไทยจะต้องไม่มีเงื่อนไข ??  นี่ก็เท่ากับว่า ยิ่งลักษณ์ได้ปฏิเสธข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ไปแบบไม่เป็นทางการแล้ว

ย้ำว่า หลักการปฏิรูปประเทศไทยของ กปปส. คือ ต้องปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง

แต่นายอภิสิทธิ์กลับมาอีกแนว โดยตั้งชื่อว่า ทางออกประเทศไทยของนายอภิสิทธิ์

ถ้าโดยมารยาทของคนคุ้นเคยกันระหว่างนายอภิสิทธิ์ กับ กำนันสุเทพ ต้องเรียกว่า นายอภิสิทธิ์กำลังข้ามหน้าข้ามตากำนันไปแล้ว เพราะนายอภิสิทธิ์ มาแนวทางใหม่ที่ไม่เหมือนแนวทาง กปปส. แล้วล่ะครับ

------------------

เจตนารมณ์และข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ 



ก่อนอื่นมาดูข้อเสนอแบบขยักไว้ก่อนของนายอภิสิทธิ์ประจำวันที่ 1 พ.ค. 2556 ดังนี้

เจตนารมณ์ของนายอภิสิทธิ์ 

ประการที่ 1 ไม่ต้องการจะเห็นความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับชีวิต หรือเลือดเนื้อของพี่น้องประชาชนอีกต่อไป คงไม่ต้องขยายความครับ เพราะว่าผมเชื่อว่า พี่น้องคนไทยทุกคนก็คงไม่ประสงค์ที่จะเห็นความสูญเสียที่เกิดขึ้น

ประการที่ 2 ผมไม่ต้องการเห็นการสูญเสียประชาธิปไตย หรือการเดินออกนอกรัฐธรรมนูญ เพราะผมก็ยืนยันมาโดยตลอดว่าการเปลี่ยนแปลงในลักษณะนั้นสุดท้ายก็จะไม่สามารถที่จะสะสางปัญหาต่างๆ ได้จริง และกลับจะเป็นการผูกปมความขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตได้

ประการที่ 3 ที่ผมต้องการหลีกเลี่ยงก็คือการดึงเอาสถาบันต่างๆ ซึ่งพึงจะอยู่ หรือที่ประชาชนเทิดทูนให้อยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมืองตกเข้ามาอยู่ในวังวนของความขัดแย้งทางการเมืองด้วย ไม่ว่าจะเป็นศาล แล้วก็แน่นอนที่สุดก็คือสถาบันพระมหากษัตริย์

ข้อเสนอของผมจึงอยู่บนพื้นฐานของการตอบโจทย์ให้กับประเทศไทยที่ได้กล่าวมา แล้วก็จึงมีหลักการสำคัญก็คือ

1. ประเทศจะเดินหน้าไปได้ด้วยดีต้องเข้าสู่การปฏิรูป แต่ต้องเป็นการปฏิรูปที่มีทั้งความชอบธรรม มีการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย เป็นไปตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย เป็นการปฏิรูปที่ประชาชนมั่นใจว่าใครที่มีผลประโยชน์และจะมาต่อต้านขัดขวางการปฏิรูปเช่นกรณีของนักการเมือง การปฏิรูปนั้นจะต้องมั่นคงและมีหลักประกันการคุ้มครองว่า จะถูกคนที่มีสูญเสียผลประโยชน์นั้นมาขัดขวางได้

2. จากการผลักดันการปฏิรูป ซึ่งต้องเริ่มต้นทันที แต่ไม่สามารถที่จะจบลงได้ก่อนการเลือกตั้ง ข้อเสนอผมก็จะต้องมีคำตอบเกี่ยวกับช่วงเปลี่ยนผ่านทั้งก่อน และหลังการเลือกตั้ง เรื่องรัฐบาล เรื่องสภา ตามหลักการที่กล่าวมาทั้งหมด

3. ในข้อเสนอของผมนั้น ก็จะต้องมีจุดหนึ่งที่จะต้องมีการเลือกตั้ง ในระยะเวลาที่เกิดขึ้นโดยเร็ว เมื่อเงื่อนไขการเลือกตั้งพร้อม นั่นก็คือการเลือกตั้งที่เสรี เป็นธรรม สุจริต เที่ยงธรรม เลือกตั้งที่ประชาชน และพรรคการเมืองทุกฝ่ายเข้าไปมีส่วนร่วม ยอมรับ ประสบความสำเร็จในการนำไปสู่การมีสภา และการมีรัฐบาล

4. ในข้อเสนอของผม ไม่มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของผลประโยชน์ส่วนตัว ส่วนกลุ่มของใคร ใดๆ ทั้งสิ้น อะไรที่เป็นปัญหาคดีความตามกฎหมาย ต้องดำเนินการไปตามกฎหมายเท่านั้น

-------------------------

วิเคราะห์ข้อเสนอนายอภิสิทธิ์

ในเจตนาประการที่ 3 ของนายอภิสิทธิ์ คือ พวกโลกสวยครับ ที่อ้างว่า ไม่ต้องการดึงสถาบันพระมหากษัตริย์ มาเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมือง

คุณผู้อ่านคงเข้าใจนะครับว่า คำว่า โลกสวย ที่นายอภิสิทธิ์พยายามจะเป็น

ก็เพราะพวกที่มุ่งโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ต่างหากที่มันเริ่มก่อน แล้วจะให้พวกเราทำโลกสวยอยู่เฉย ๆ ได้ยังไงล่ะครับท่านอภิสิทธิ์ 

หรือท่านอภิสิทธิ์กำลังเหน็บอ้อม ๆ ไปที่ กปปส. กับ องค์กร์เก็บขยะแผ่นดินหรือกระไร ?

เพราะทั้ง 2 กลุ่มนี้ยืนยันหนักแน่นว่า พวกเขาจะขอปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ชัดเจน ขอต่อสู้กับพวกไม่จงรักภักดีชัดเจน ไม่ขอแอ็บทำโลกสวย ประหนึ่ง ไม่เคยมีพวกล้มเจ้าในประเทศนี้เลย


และประเด็นสำคัญที่นายอภิสิทธิ์ได้เอ่ยถึงคือ จะปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งคงเป็นไปไม่ได้ทั้งหมด ซึ่งนี่ก็คือ การพูดแบบปฏิเสธหลักการของ กปปส. แล้วครับ เพียงแต่นายอภิสิทธิ์ พยายามพูดให้สวยหรูแบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่นเท่านั้น

สุดท้ายนายอภิสิทธิ์ย้ำว่า ควรต้องมีการปฏิรูปและการเลือกตั้งไปพร้อม ๆ กัน และต้องเป็นไปตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญ นี่ก็พูดแบบสวยหรูบนหลักการอีกแล้ว แต่ชาวบ้านบอก กูงง ??

แปลความง่าย ๆ ว่า นายอภิสิทธิ์คงไม่เอาแนวแทางของ กปปส. แน่นอน เพราะล่าสุด กปปส.โดยกำนันสุเทพ เสนอหนทางไว้ตามนี้





คลิกอ่าน เมื่อนายอภิสิทธิ์กลับลำ กับข้อเสนอทางออกประเทศไทย