วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ไข่แพงเพราะซีพี กับความดีของรัฐบาลยิ่งลักษณ์







เมื่อสัก 2 ปีก่อน เวลาเราไปซื้ออาหารตามสั่งแล้วโปะไข่ดาวสักฟอง ก็เพิ่มเงินอีก 5 บาทเท่านั้น ต่อมาในยุคไข่แพงสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ จากไข่ดาวฟองละ 5 บาท กลายเป็น ฟองละ 7 บาท

ในยุครัฐบาลประชาธิปัตย์ ก็เสนอให้คละไข่มาชั่งกิโลขาย ซึ่งฝ่ายพรรคเพื่อไทยและพวกฟายแดง ก็ออกมาโจมตีมากมาย

จนเมื่อรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเข้ามาเป็นรัฐบาลเอง ก็ไม่ได้ช่วยให้ราคาไข่ไก่ถูกลงแต่อย่างใด แถมทุกวันนี้ซื้ออาหารตามสั่ง เพิ่มไข่ดาว 1 ฟองก็ปาเข้าไปฟองละ 10บาทแล้ว

สรุปไข่ดาวของอีโง่แพงกว่ายุคมาร์คฟองละ 3 บาท

ซึ่งผมเคยเขียนบทความเรื่อง ไข่ไก่ซีพีแพงกว่าไข่ไก่อเมริกา โดยได้นำราคาไข่ไก่ที่ขายในอเมริกามาให้ได้ดูว่าคนไทยกินไข่ไก่แพงกว่าคนอเมริกันจริง ๆ

อย่างในปี 2013 นี้ ไข่ไก่ที่อเมริการ้านที่ขายถูก ขายโหลละแค่ดอลล่าห์กว่า ๆ เท่านั้น คือฟองละไม่ถึง 4 บาท

อย่างร้านนี้ ไข่ขนาด Large แค่ 99 เซนต์ต่อโหลเท่านั้น (29 บาทต่อโหล หรือตกฟองละ 2 .50บาท)


ราคาไข่ ณ.วันที่ 26 มี.ค. 2013 ในอเมริกา (คลิกที่รูปเพื่อไปอ่านที่มา)

(ราคาไข่1 โหล เปรียบเทียบกับราคาในห้างต่าง ๆ ของสหรัฐ)

ค่าแรงขั้นต่ำคนอเมริกันวันละ 1,860บาท แต่คนอเมริกันกินไข่เบอร์ใหญ่ แค่ฟองละ 2 บาทกว่า ๆ ถึง 3 บาทกว่า ๆ เท่านั้น !! 

ส่วนคนไทยค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท กินไข่เบอร์ใหญ่ฟองละ 4 บาทกว่า ๆ

บรรจุภัณฑ์ไข่ของอเมริกาเขาบรรจุสะอาด ในแพคเกจมีคุณภาพ ขณะที่คนไทยถ้าซื้อแพคเกจไข่อย่างดีเช่น ไข่ซีพี แพคเกจขนาด 10 ฟอง ก็ตกแพคเกจละ 50-65 บาทเข้าไปแล้ว (ฟองละ 5-6.5บาท)

ซึ่งในขณะที่ผมเขียนบทความนี้ เช้าวันรุ่งขึ้นผู้ค้าไข่จะขึ้นราคาไข่ไก่ทุกขนาดแล้ว ตามข่าวนี้

รายงานข่าวเปิดเผยว่า ผู้ค้าไข่ไก่ภาคกลาง เตรียมจะปรับขึ้นราคาไข่ไก่ในวันพรุ่งนี้ (27 พฤษภาคม 2556) หลังไข่ขาดตลาด และมีปัญหาต้นทุนเพิ่ม จึงทำให้ไม่สามารถที่จะคงราคาเดิมได้ต่อไป โดยไข่ไก่หน้าฟาร์ม เบอร์ศูนย์ จากเดิมฟองละ 4 .20 บาท จะปรับขึ้นเป็น ฟองละ 4.50 บาท , ไข่ไก่เบอร์ 1 ปรับเป็นฟองละ 4. 20 บาท, ไข่ไก่เบอร์ 2 เป็นฟองละ 4 .10 บาท และเบอร์ 3 เป็นฟองละ 3 . 90 บาท


สาเหตุที่ไข่แพงเพราะต้นทุนทุกอย่างขึ้นราคา โดยเฉพาะพันธุ์ไก่ อาหารไก่ ยารักษาไก่ ซึ่งมีเจ้าตลาดในระบบมีไม่กี่เจ้าในประเทศไทยที่คุมตลาดไข่และไก่

ซึ่งนายทุนรายใหญ่ที่สุดที่คุมราคาอาหารไก่ คุมราคาวัตถุดิบทุกชนิดในการเลี้ยงไก่ ก็คือ เครือซีพี ของเจ้าสัวธนินทร์ นั่นเอง

อย่างข้าวโพดซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในอาหารไก่ เกษตรกรที่ปลูกข้าวโพดก็ต้องซื้อพันธุ์ข้าวโพดจากเครือซีพีมาปลูก ปุ๋ยยากำจัดแมลงในการปลูกข้าวโพดก็มาจากเครือซีพี (เจี่ยไต๋)

ฉะนั้นต้นทุนทั้งต้นน้ำปลายน้ำจากการเพาะปลูกพืชเกษตร ปลูกข้าวโพดเพืรอผลิตอาหารไก่ จนถึงชาวบ้านเลี้ยงไก่ก็ต้องซื้อลูกไก่กับซีพี สุดท้ายก็ไม่พ้นซีพีและอีกไม่กี่บริษัทที่คุมราคาตลาดทั้งหมด !!

แล้วไม่ใช่แค่อาหารไก่ธรรมดาทั่วไปเท่านั้น แม้แต่อาหารไก่ชน ซีพีก็ขาย


ราคาลูกไก่ CP



ส่วนเมื่อไม่กี่วันก่อน รมช.ณัฐวุฒิ เผาเมือง ก็เพิ่งออกมาโชว์โง่โทษสภาพอากาศร้อน ไข่เลยแพง ซึ่งสาเหตุเรื่องสภาพดินฟ้าอากาศ คือคำแก้ตัวที่ง่ายและเห่ยทึ่สุด เพราะถ้าแก้ตัวแบบนี้ก็คือ เอาแต่โทษธรรมชาติ

ที่จริงที่ไข่แพงขึ้นอีกในช่วงนี้ เพราะนายทุนถือโอกาสในช่วงเปิดเทอม ซึ่งปกติไข่จะขายดีกว่าช่วงปิดเทอม พวกนายทุนในระบบไก่และไข่ เลยถือโอกาสฟันกำไรช่วงนี้แหละครับ

----------------------

นับตั้งแต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์เข้ามาเป็นรัฐบาล ได้เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มซีพีมากมาย จากที่เจ้าสัวธนินทร์ เคยรวยไม่ติด 1 ใน 100 ของมหาเศรษฐีโลกมาหลายปี

แต่พอรัฐบาลยิ่งลักษณ์อยู่แค่ไม่ถึง 2 ปี ตอนนี้เจ้าสัวธนินทร์รวยติด 1 ใน 100 มหาเศรษฐีโลกไปแล้ว คืออันดับที่ 58 ของโลกและรวยที่สุดในอาเซียน

เพราะนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เช่นโครงการจำนำข้าวแพงกว่าราคาตลาดโลก ได้ส่งเสริมให้เครือซีพีขึ้นราคาพันธุ์ข้าว ราคาปุ๋ย ราคายา ได้ตามใจชอบ จนฟันกำไรพุงกาง

เพราะเมื่อยักษ์ใหญ่ขยับราคาขึ้น เจ้าอื่น ๆ ก็ต้องฟันกำไรตามน้ำครับ เพราะใครขวางซีพี เดี๋ยวอยู่ในตลาดได้ไม่นาน




นโยบาย 2 สูงของเจ้าสัวธนินทร์ คือนโยบายที่ทำให้ซีพีขายของได้แพงขึ้น ในขณะที่คนไทยเหลือเงินในกระเป๋าน้อยลง

นี่แหละความดีของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่ช่วยให้เครือซีพีรวยมหาศาลขึ้นนั่นเองครับ (ดีแต่เรื่องชั่ว ๆ)

คนไทยจึงไม่มีทางเลือก เพราะระบบผูกขาดที่มีนายทุนกับนักการเมืองเกื้อกูลส่งเสริมกันมานานแล้ว

นั่นเพราะเครือซีพีบริจาคเงินให้ทุกพรรคการเมืองในประเทศนี้ !!

------------

บทความที่เกี่ยวข้อง

ฟอร์บส์ชี้นโยบายยิ่งลักษณ์เอื้อคนรวย แต่ซ้ำเติมคนจน

สอนปรัชญาให้เสื้อแดง ด้วยนโยบายชั่งไข่

ไข่ไก่อเมริกาถูกว่าไข่ไทยจริง ๆ

เมื่อคนญี่ปุ่นกินไข่เฉลี่ยแล้วถูกกว่าคนไทย



วันพุธที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังโดนพวกหมาหมู่รุม !!






รัฐบาลยิ่งลักษณ์พยายามกดดันหาทางให้คุณประสาร ผู้ว่าฯ ธปท. และประธาน กนง. ต้องลดดอกเบี้ยนโยบายลงให้ได้แบบไม่หยุดหย่อนทุกวัน

โดยอ้างเรื่องเดิม ๆ คือค่าเงินบาทแข็ง ทั้ง ๆ ที่ เงินบาทตอนนี้ทรงตัวอยู่ในระดับ 29 บาทกว่า/ดอลล่าห์สหรัฐ มานานเกือบเดือนได้แล้ว โดยที่ ธปท. ยังไม่ได้ใช้มาตรการอะไรที่ว่าจะใช้เลยสักมาตรการเดียว

แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็กระเหี้ยนกระหือรือ อยากจะให้ ธปท.ลดดอกเบี้ยลงให้จงได้ จนดูเหมือนว่า กลุ่มคนในรัฐบาลกำลังหวังผลประโยชน์ทับซ้อนจากการลดดอกเบี้ยนโยบายมากกว่า

ผมเคยเขียนไปในบทความเก่าหลายบทความในเรื่องนี้ และผมก็ได้นำตัวเลขดอกเบี้ยของประเทศเพื่อนบ้านไทยหลาย ๆ ประเทศมาเปรียบเทียบให้เห็นแล้วว่า ดอกเบี้ยของไทยไม่ได้สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านเลย อย่างอินโดนีเซีย ก็มีดอกเบี้ยสูงถึง 5 % กว่า ด้วยซ้ำ

รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ใช้รมว.คลัง นายกิตติรัตน์ และดร.โกร่ง ออกมาให้สัมภาษณ์ทำนองประเทศเสียหายอย่างโน้นอย่างนี้นับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ไม่อาจทำให้ กนง. และผู้ว่าฯ ประสาร ถอดใจยอมลดดอกเบี้ยตามแรงกดดันทางการเมืองสักที

ต่อมารัฐบาลได้ใช้สภาอุตสาหกรรม โดยประธานสภาอุตฯ คนที่สมาชิกเขาไม่ต้องการแล้ว แต่ยังหน้าด้านจะอยู่ต่อไป ได้ออกมาแสดงความเห็นเรื่องค่าเงินบาทแข็งสร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมไทยอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ก็ยังไม่อาจทำให้ ธปท. ลดดอกเบี้ยนโยบายลงมาได้

นี่ล่าสุด รัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้ใช้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ออกมาแสดงตัวเลขทางเศรษฐกิจเพื่อกดดันให้ ธปท.ต้องยอมลดดอกเบี้ยนโยบายลงให้ได้

แต่กลายเป็นว่า ธปท. เกิดข้อกังขาว่า สภาพัฒน์กำลังมั่วตัวเลขมากกว่า เพราะตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ ธปท.ทำมา ขัดแย้งกับสภาพัฒน์ในหลายจุด


ภาพประกอบจากกรุงเทพธุรกิจ





ผมขอสรุปง่าย ๆ เลยนะ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็จะเอาด้วยกล ถึงขนาดให้สภาพัฒน์ปั้นตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจให้ต่ำกว่าความเป็นจริง เพื่อหวังนำมาอ้างว่า เป็นเพราะค่าเงินบาทแข็งเกินไป ถึงได้สร้างความเสียหายแก่เศรษฐกิจของประเทศ

ถึงแม้นายกยิ่งลักษณ์จะรีบออกมาปฎิเสธว่า รัฐบาลไม่ได้ใช้สภาพัฒน์มากดดัน ธปท.ก็ตาม แต่ฟังไม่ขึ้นหรอก

เพราะความจริงแล้ว ที่เศรษฐกิจประเทศนี้เสียหาย เพราะรัฐบาลนี้เอาเงินมาทำประชานิยมโง่ ๆ ในเรื่องโครงการจำนำข้าวแพงกว่าราคาตลาดโลก จนข้าวล้นโกดังรอเน่าเพราะขายไม่ออก และกำลังจะเจ๊งในปีนี้เพิ่มอีกต่างหาก

ตอนนี้ค่าเงินบาทอยู่ที่ 29บาทกว่าต่อดอลล่าห์สหรัฐ เป็นตัวเลขที่เหมาะสมดีแล้ว หากต่ำไปกว่านี้ น้ำมันยิ่งแพงขึ้นอีกแน่นอน แล้วใครล่ะซวย ก็คนไทยทั้งประเทศนั่นแหละ

สงสัยโครงการหรูของเอสซีแอสเสท กับ โครงการของแสนสิริ พักนี้ฝืดขายช้าไปมั้ง รัฐบาลถึงได้กดดัน ธปท. จนออกนอกหน้า

เพราะการที่ลดดอกเบี้ยนโยบายลง มันจะทำให้เงินออมในประเทศของคนไทยลดลงไปด้วย แต่อสังหาริมทรัพย์จะบูม ที่ดินจะแพงขึ้น แล้วใครรวยล่ะ ?

นโยบายสร้างหนี้มหาศาลให้ประเทศ ส่งเสริมการออมเงินของคนไทยให้ลดลง นี่คือแผนทำลายชาติของคนหน้าเหลี่ยมแน่ ๆ เชื่อมะ ?

และความเสียหายของประเทศชาติ ก็ต้องมีแพะอย่างผู้ว่า ฯ ประสาร เท่านั้นรับไปแทน

รัฐบาลนี้มันเลวจริง ๆ


--------------------

แถม !






คลิกอ่าน ดร.โกร่ง และกิตติรัตน์ โกหกดอกเบี้ยนโยบายไทยสูงเกินไป







วันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

คำแนะนำ เมื่อบัตรประจำตัวประชาชนหมดอายุ







หากบัตรประจำตัวประชาชน หรือ บัตรประชาชนของคุณจะหมดอายุ คุณสามารถไปทำบัตรประชาชนได้ก่อนถึงวันหมดอายุในบัตรล่วงหน้าได้ 60 วัน

หรือคุณอาจไปทำหลังจากบัตรประชาชนหมดอายุไปแล้ว ไม่เกิน 60 วัน เพราะหากเกินไปกว่านั้น คุณจะต้องเสียค่าปรับ !!

หลักฐานที่ควรนำไปด้วย คือ บัตรประชาชนใบเดิม และ ใบขับขี่

ส่วนสมุดทะเบียนบ้าน เดี๋ยวนี้ไม่จำเป็นเพราะทุกสำนักงานเขตเขาออนไลน์ได้หมดแล้ว

ถาม ทำไมต้องนำใบขับขี่ไปด้วย ?

เพราะ การไปทำบัตรประชาชนทุกครั้ง จะต้องมีการสแกนลายนิ้วมือหัวแม่มือข้างซ้าย และข้างขวา และบ่อยครั้งที่การสแกนลายหัวแม่มือของเรา มักไม่ผ่าน เมื่อนำไปเทียบกับลายนิ้วมือเก่าของเราเมื่อครั้งทำบัตรคราวที่แล้ว

อย่างเช่นล่าสุด ผมไปทำบัตรประชาชนใหม่ที่สำนักเขตลาดพร้าวเพราะบัตรเดิมหมดอายุ ผมไปทำล่วงหน้าร่วมเดือนก่อนบัตรจะหมดอายุจริง เจ้าหน้าที่พยายามสแกนลายนิ้วหัวแม่มือของผมทั้งสองข้างอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่ผ่าน

สุดท้ายทางออกก็คือ เจ้าหน้าที่ขอใบขับขี่ของผมมาช่วยยืนยัน แล้วเจ้าหน้าที่ก็ต้องใส่รหัสส่วนตัวของเขา เพื่ออนุญาตให้ผมสามารถดำเนินการทำบัตรต่อไปได้

ผมเลยถามเจ้าหน้าที่ว่า มีปัญหาสแกนนิ้วไม่ผ่านแบบนี้บ่อยไหม

เจ้าหน้าที่ตอบว่า เจอประจำ ทำให้เสียเวล

และทางออกก็คือ ขอใบขับขี่มาช่วยยืนยัน แต่หากไม่มีใบขับขี่ ก็ต้องหาใครสักคนที่รู้จักเรา ช่วยเซ็นรับรองให้เรา เช่น ถ้าเราพาพ่อแม่ หรือภรรยา หรือเพื่อนที่บรรลุนิติภาวะไปด้วย ก็ต้องให้คน ๆ นั้นมาช่วยเซ็นรับรอง

ต่อมา ผมถามว่า เดี๋ยวนี้ทำบัตรประชาชนใหม่ (กรณีหมดอายุ) ที่สำนักงานเขตอื่น ๆ ได้ไหม ?

เจ้าหน้าที่ตอบว่า ได้ แต่อาจยุ่งยากขึ้นนิดหน่อย ถ้าต้องการแบบไม่ยุ่งยาก ควรไปทำในเขตที่เราเคยทำบัตรประชาชนมาก่อน หากไปทำในเขตที่เราไม่เคยทำบัตรมาก่อนเลย ก็อาจเสียเวลายุ่งยากเพิ่มขึ้นบ้าง เช่นอาจต้องมีคนช่วยเซ็นรับรองให้เรา เหมือนกรณีสแกนนิ้วมือไม่ผ่าน

คำแนะนำสำหรับความสะดวก เพื่อไม่เซ็งอารมรณ์

ผมขอแนะนำให้ไปทำบัตรประชาชน ในวันเสาร์ เพราะทุกสำนักงานเขตจะเปิดบริการเฉพาะทำบัตรประชาชนเท่านั้น ในวันเสาร์ 8.00 - 16.00 น.

ตอนผมไปทำ ผมเลือกไปถึงสำนักงานเขต ในเวลาก่อนบ่าย 3 โมงเล็กน้อย ตอนไปทำก็มีคนมาทำบัตรก่อนหน้าผมอยู่รายเดียว วันเสาร์คนน้อย แอร์เย็นสบาย ไม่เครียดดี

ขนาดผมสแกนนิ้วไม่ผ่าน แถมดันลืมเอาใบขับขี่ติดตัวไปด้วย ผมต้องรีบขับรถกลับบ้านไปเอาใบขับขี่มายืนยันอีกครั้ง กลับมาถึงสำนักงานเขตก็ยังไม่มีใครมาแซงคิว เพราะใกล้ปิดทำการแล้ว

สุดท้ายก็ได้บัตรประชาชนมาใหม่ ด้วยความทุลักทุเลเล็กน้อย แต่โชคดีที่มาทำวันเสาร์

ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในวันธรรมดาล่ะก็ สงสัยต้องมาทำใหม่คราวหน้าแน่ ๆ





วันเสาร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ดร.โกร่งและกิตติรัตน์ โกหกดอกเบี้ยนโยบายไทยสูงเกินไป






นับตั้งแต่ค่าเงินบาทไทยแข็งค่าขึ้นมาแบบมากกว่าปกติ ดร.โกร่ง วีรพงษ์ ประธานกรรมการธปท. กับ นายกิตติรัตน์ รมว.คลัง ก็หาเรื่องกดดันนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าฯ ธปท. ได้แทบทุกวัน โดยเฉพาะพยายามจะกดดันให้ ธปท.และ กนง. ลดดอกเบี้ยเชิงนโยบายลง เพื่อแก้ปัญหาค่าเงินบาทแข็ง

ทั้งดร.โกร่ง และนายกิตติรัตน์ พยายามสร้างกระแสใหญ่โตว่า ภาคส่งออกเสียหายอย่างหนักจากการที่ ธปท.ไม่ยอมแก้ปัญหาค่าเงินบาทแข็งด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง โดยทั้งสองคนอ้างว่า เพราะดอกเบี้ยนโยบายของไทยสูง จึงทำให้เงินทุนจากนอกไหลบ่าเข้ามาเพื่อหวังกินส่วนต่างดอกเบี้ยที่สูงมากของไทย

นี่คือโกหกคำโตของดร.โกร่ง ประธานกรรมการธปท. แลนายกิตติรัตน์ รมว.คลัง ทั้งสิ้น

ก่อนอื่นเรามาดูกันก่อนว่า ดอกเบี้ยนโยบายในประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนของเรา เขาสูงหรือต่ำกว่าของไทย ??

ซึ่งในขณะนี้ดอกเบี้ยนโยบายไทย อยู่ 2.75 %


กราฟแสดงค่าดอกเบี้ยนโยบายประเทศในอาเซียน

ดอกเบี้ยนโยบายของมาเลเซีย อยู่ที่ประมาณ 3 %





ดอกเบี้ยนโยบายของฟิลิปปินส์ อยู่ที่ประมาณ 3.5 %






ดอกเบี้ยนโยบายของอินโดนีเซีย อยู่ที่ประมาณ 5.75 %






ดอกเบี้ยนโยบายของเวียดนาม อยู่ที่ประมาณ 9 %




ข้อมูลทั้งหมดจาก tradingeconomics


--------------------

เพื่อนบ้านในอาเซียนดอกเบี้ยสูงกว่าไทยทั้งนั้น

จากที่เราดูดอกเบี้ยนโยบายเพื่อนบ้านในอาเซียนของไทยแล้ว จะเห็นได้ว่า ทุกประเทศล้วนมีดอกเบี้ยสูงกว่าไทยอย่างมาก โดยเฉพาะอินโดนีเซีย และเวียดนาม

และทุกประเทศต่างก็มีค่าเงินที่แข็งน้อยกว่าไทยอย่างมาก โดยเฉพาะอินโดนีเซีย ค่าเงินรูเปียเพิ่งจะแข็งค่าเงินมาไม่ถึง 1 % ในปีนี้เมื่อเทียบกับเงินดอลล่าห์สหรัฐ

แถมเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา อินโดนีเซียเพิ่งจะแทรกแซงค่าเงินของตัวเองเพราะ อ่อนลงมามากที่สุดในรอบ 16 ปีด้วยซ้ำ !!

คลิกที่รูปนี้เพื่ออ่านข่าว ธนาคารกลางอินโดฯประกาศเข้าแทรกแซงค่าเงินรูเปียห์ หลังอ่อนค่าครั้งใหญ่ในรอบ 16 ปี


อีกทั้งอินโดนีเซียได้ชื่อว่า เป็นประเทศที่น่าลงทุนมากที่สุดในอาเซียนในขณะนี้ รองลงมาคือเวียดนาม และมาเลเซีย ส่วนไทยอยู่ในอันดับ 4

ส่วนไทยน่ะเหรอ น่าลงทุนเพื่อเก็งกำไรเป็นอันดับ 1 ต่างหาก ตามที่ผมเคยอธิบายไปแล้วในบทความเก่า

ดังนั้นการที่ทั้งดร.โกร่ง และนายกิตติรัตน์ รมว.คลัง พยายามตีโพยตีพายว่า ไทยเรามีดอกเบี้ยนโยบายสูงเกินไปจึงเป็นคำโกหก !!

เพราะหากเงินที่ไหลเข้าไทยหวังเรื่องดอกเบี้ยคงไม่มาไทยหรอกครับ เขาไปอินโดนีเซียไม่ดีกว่าเหรอ ?

นั่นแสดงว่า ในแต่ละประเทศเหล่านี้เขามีมาตรการในการควบคุมเงินทุนไหลเข้า-ออกที่ดี

ซึ่งผู้ว่าฯ ประสาร ได้พูดไว้เมื่อไม่กี่วันก่อนนี้ว่า กระทรวงการคลังน่าจะไปศึกษาดูว่า ทำไมประเทศเพื่อนบ้านของเรา ค่าเงินเขาถึงไม่ได้แข็งเหมือนเรา !!?

----------------------------

ทำไมค่าเงินบาทถึงแข็ง

ขอตอบว่า เพราะสถานการณ์การเมืองของไทยตั้งแต่ปี 2552-2553 และอุทกภัยใหญ่ 2554 ทำให้ค่าเงินบาทไทยทรงตัวอยู่นานเกินไป

ตามหลักแล้ว หลังจากประเทศไทยประสบวิกฤติในปี 2540 ค่าเงินบาทได้เคยตกลงไปจนถึง 58 บาทต่อดอลล่าห์ นั่นเพราะทุนสำรองและเงินคงคลังไทยแทบหมดเกลี้ยงจนต้องไปพึ่งไอเอ็มเอฟ

แต่เมื่อเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัว ส่งออกดีขึ้น ทุนสำรองมากขึ้น เงินคงคลังมากขึ้น ค่าเงินบาทก็ทยอยแข็งค่าขึ้นมาเรื่อย ๆ ตามลำดับ ซึ่งผู้ส่งออกก็ได้พยายามปรับตัวตามสภาพเศรษฐกิจไทยที่แข็งขึ้นมาโดยตลอดอย่างไม่มีปัญหา

การที่เศรษฐกิจประเทศใดดีขึ้น ค่าเงินย่อมแข็งขึ้นเป็นธรรมดา อย่างไทยเราเคยมีค่าเงินบาทที่ 25 บาทต่อดอลล่าห์ก็เคยมาแล้ว

จนเมื่อประเทศไทยประสบปัญหาทั้งปัญหาการเมือง และภัยธรรมชาติ ทำให้ค่าเงินบาทจึงทรงตัวอยู่เป็นเวลานาน ในขณะที่เศรษฐกิจไทยก็ยังเดินหน้าต่อไปได้

จนภาวะการเมืองและภัยธรรมชาติค่อนข้างสงบลงในปลายปี 2555 ต่อต้นปี 2556 พวกนักลงทุนตลาดเงินเริ่มมองเห็นว่า ค่าเงินไทยต่ำกว่าภาวะเศรษฐกิจที่แท้จริง จึงหลั่งไหลเข้ามาเล่นเก็งกำไรค่าเงินบาทกัน

ดังนั้น ตอนแรกเราจะเห็นเงินทุนจะไหลเข้าไปที่ตลาดหุ้นอย่างมาก จนตลาดหุ้นไทยบูมสุดขีดจนเริ่มเห็นฟองสบู่

ต่อมานักลงทุนก็นำเงินมาพักรอที่ตลาดพันธบัตรและตราสารหนี้ แต่ไม่ได้หวังดอกเบี้ยหรอก แค่พักเงินเพื่อรอค่าเงินบาทแข็งตัวแล้วค่อยขายทำกำไร

จึงทำให้ ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องออกมาขู่ว่า จะเก็บค่าธรรมเนียมพวกเก็งกำไรระยะสั้นในตลาดตราสารหนี้มากขึ้น ซึ่งแค่เพียงขู่เท่านั้น ค่าเงินบาทก็รีบอ่อนตัวลงทันที

และในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทก็ยังทรงๆ ตัวอยู่ที่ 29 บาทกว่า ซึ่งเป็นราคาที่เหมาะสมดีแล้ว ธปท. จึงยังไม่มีมาตรการใด ๆ ออกมาให้เกินความจำเป็น

แต่ทั้งดร.โกร่ง และนายกิตติรัตน์ ก็พยายามประโคมข่าวเว่อร์เกินจริงว่า ไทยเสียหายอย่างหนัก !!

ทั้ง ๆ ที่ประเทศไทยเป็นผู้นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศมากกว่าส่งออก การที่ค่าเงินบาทแข็งย่อมได้ประโยชน์มากกว่าด้วยซ้ำ !!

นั่นคือประหยัดเงินได้มากขึั้น

----------------

เหตุเพราะนักการเมืองต้องการปลดผู้ว่า ธปท. มากกว่า

ดังนั้นจึงมีนักวิชาการที่ซื่อตรงหลายคนออกมาคาดสถานการณ์ว่า ที่รัฐบาลเพื่อไทยอยากจะปลดผู้ว่าฯ ธปท. ไม่ใช่เรื่องเงินบาทแข็งหรอก เป็นแค่เหตุผลบังหน้าเท่านั้น

แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์อยากจะหาลิ่วล้อของตัวเองมาเป็นผู้ว่า ธปท. แทนมากกว่า

อีกทั้งรัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็ยังสั่งให้ลิ่วล้ออีกคนที่ยังเป็นประธานสภาอุตสาหกรรมอยู่ ออกมาช่วยผสมโรงกดดันถล่มผู้ว่า ธปท. อีกทางด้วย ทั้ง ๆ ที่ กรรมการสภาอุตสาหกรรมได้เคยลงคะแนนปลดประธานสภาอุตสาหกรรมคนนี้ออกไปแล้ว

การที่รัฐบาลนี้อยากจะปลดผู้ว่าฯ ธปท. อย่างมากนั้น ต้นเหตุน่าจะมาจาก รัฐบาลยิ่งลักษณ์ต้องการจะนำทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศมาใช้ในโครงการประชานิยมอีก แต่ถูกคุณประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าฯ ธปท. คนปัจจุบันขวางไว้เต็มที่นั่นเองครับ

นี่แหละที่เขาถึงเรียกว่า ยุคคนชั่วครองเมืองที่เห็นแก่ประโยชน์พวกพ้องมากกว่าผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ


คลิกอ่าน ลดดอกเบี้ยนโยบายแก้เงินบาทแข็ง คือการปล้นเงินประชาชน